21,715
VIEWS

ถอดกลยุทธ์ ‘TOMEI’ ทำ Viral VDO อย่างไรให้โดน ในยุคที่ Viral กำลังจะกลายเป็น ‘New World TVC’

Jul 26, 2017 -None-

อีกหนึ่งคลิป Viral ที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ตอนนี้ คือ “TOMEI” ยาแต้มสิวที่เล่าเรื่องความรักวัยเฟรชชี่ผ่านตัวละครชื่อ โทกับเม ที่สร้างยอดวิวได้ถึง 9 ล้านวิว ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือ ISAMARE.NET Agency ที่กำลังถูกจับตามองจากผลงานคลิป Viral Content ต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จากการสร้าง Brand Love ให้กับแบรนด์และตัวผลิตภัณฑ์เอง รวมไปถึงยอด View และ Engagement ที่สูงมาก สำคัญคือสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 3 เท่า หลังจากคลิปถูกปล่อยออกไป

วันนี้ BrandAge Online ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณจักรพันธ์ พวงแก้ว Managing Director จาก is am are.net ซึ่งจะมาบอกเคล็ดลับในการทำ Viral VDO อย่างไรให้โดนและเพิ่มยอดขายได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงเรื่องราวของ TOMEI ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้และเปิดมุมมองการทำคอนเทนต์ได้อย่างเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น 

Q : ที่มาที่ไปและเรื่องราว TOMEI คืออะไร

A : TOMEI คือยาแต้มสิว ที่ถูกนำมาเล่าเป็นเรื่องราวความรักวัยเฟรชชี่ผ่านตัวละครหลักชื่อ โทกับเม จุดเด่นคือการวางตัวละครที่มีความสอดคล้องกับแบรนด์ Character และสร้างการจดจำให้กับชื่อแบรนด์ สถานการณ์ของตัวแสดงหลักที่ทำออกมาได้อย่างตรง insight ได้ใจกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งได้ทำออกมาเป็น Ep ที่ 2 ตามคำเรียกร้องของคนดูใน Ep.1 ที่อยากให้มีภาคต่อ โดยหลังจากที่ได้ปล่อยคอนเทนต์นี้ออกไปทำให้ยอดขายของ TOMEI เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

“จริงๆ แล้ว ยาแต้มสิว TOMEI ได้รับการยอมรับอยู่แล้วจากผู้ใช้ เราในฐานะ Creative  Agency พอได้รับโจทย์มาก็คิดงานให้ลูกค้าให้ปรึกษา แนะนำ และวางกลยุทธ์ไปให้ด้วยในตัว เป้าหมายคือการทำให้คนสนใจแบรนด์ TOMEI และอยากลองใช้สินค้า ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้”

Q : เราได้ Insight  มาอย่างไร

A : “เราได้มีการทำ Insight Research จนพบว่า Insight ของคนเป็นสิวนั้น มีความดราม่าซ่อนอยู่ เราจึงต่อยอดมากสู่ Key Message ที่อยู่ในเนื้อเรื่องก็คือ “ความแอ็บ” และเราก็ไปเจออีกว่าสถานการณ์ที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น อินมากที่สุดคือ ช่วงเวลาที่ไม่อยากให้เป็นสิวนั่นคือช่วง Freshy เพราะการเป็นสิวช่วงเวลานี้ เมื่อเจอคนที่ชอบในช่วงเวลาที่ไม่พร้อมที่สุด เป็นอะไรที่ดราม่าสุดๆ สำหรับวัยรุ่น Insight ตรงนี้สำคัญมากกับการเล่าเรื่อง เราได้มาจากทีม Strategic Planner ของเรา โดยเป้าหมายคือต้องการให้กลุ่มเป้าหมายได้สนใจลองใช้ เพราะเมื่อใช้แล้วเค้าจะชอบและติดใจเอง”

Q : ความแตกต่างทั้งในแง่ของ การทำงานและคอนเทนต์

A : “การที่เราเป็น Full Service Agency ที่ทำทั้ง Consult & Planning ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่นๆ เพราะเราไม่ใช่แค่รับบรีฟงานมาแล้วทำเลย แต่เราให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการทำสื่อเพื่อให้ออกมาโอเคที่สุด บวกกับสิ่งที่เราโฟกัสคือการมีระบบ Tracking หลังบ้านที่เรา Develop ขึ้นมากับ IT Partner ชื่อว่า Blast Metric ซึ่งจะทำให้เราวางแผนการใช้สื่อออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนด้านคอนเทนต์ TOMEI เรามีวิธีการเล่าเรื่องที่ดี คือคิดย้อนศร ว่าคนดูอยากเห็นอะไรบ้าง ทำอย่างไรให้คนดูอยากติดตาม และอยากลองใช้สินค้าใหม่ เรามี Insight ที่โดนทั้งในเชิง Concept & Execution  มีความเข้าใจในชั้นเชิงการเล่าเรื่อง ด้วยการแฝงชื่อสินค้าไว้ในตัวละครและปิดตอนจบด้วยการเล่นมุขกับชื่อ “โท เม อิ” ซึ่งทำให้คนดูจำชื่อแบรนด์ใหม่ได้ ที่สำคัญคือ เราไม่มีซีนขายของเลย แต่สามารถเพิ่มยอดขายได้ 3 เท่า ซึ่งผมมองว่าการทำ คลิปคอนเทนต์ในปัจจุบัน ต้องเริ่มจากการทำให้คนดูสนใจก่อน เมื่อคนดูเปิดใจรับแล้วโอกาสในการใช้สินค้าก็จะตามมาเอง”

Q : Key Success สำคัญ คืออะไร

A : Key Success สำคัญของวิดีโอคอนเทนต์ที่เราทำ คือ ความเข้าใจใน Consumer Insight ทั้งในแง่ Concept และ Viral Execution รวมเข้ากับความเข้าใจในการใช้ ”Social as a Tool, not as a Platform” เพราะเรามาจากสาย Online ทำให้เข้าใจในการใช้ Social เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ใช้ Social ในฐานะ Platform เท่านั้น ซึ่งคอนเทนต์ตัวนี้ถูกปล่อยแค่ในโซเชียลเท่านั้น ไม่มี TVC และไม่มี Pre-Roll ถ้าใช้สื่อดังกล่าวเพิ่ม Campaign น่าจะดังกว่านี้อีก

และอีกอย่างที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและต้องขอบคุณคือ ลูกค้ากล้าที่จะให้เราทำอะไรใหม่ๆ ฉีกกรอบการทำคอนเทนต์แบบเดิมๆ และมีการวางแผนรองรับในเรื่องช่องทางการขายทั้ง Traditional & Online เพื่อดันสินค้าเข้าตลาด ซึ่งเป็นการวางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งการคิดคอนเทนต์ไปจนถึงการส่งสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค

ตัวชี้วัดความสำเร็จสำหรับ ep.2 คือ คนดู Complete View มากกว่าเดิม Organic View สูงที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา Engagement ดีมาก และยังคงส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นชัดเจนในหลายช่องทาง

Q : มีมุมมองต่อ Trend การทำ Viral Clip ในอนาคตอย่างไร

A : “Viral ณ ตอนนี้ จะกลายเป็น  New World TVC ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคนทำโฆษณาต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งการทำ VDO Content สิ่งที่ไม่ควรทำ คือการยึดรูปแบบหรือวิธีการเหมือน TVC - Advertising Base ต้องมีความแตกต่างในการสร้าง Storytelling ที่สามารถตอบโจทย์แบรนด์ในด้านการสร้าง Recognition, Engagement หรือสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้”

“ผมมองว่าปัจจุบัน มีการลองผิดลองถูกในเรื่องการทำ Content เยอะมาก รวมทั้งการทำโฆษณาต่างๆ ผ่าน Social Platform และเมื่อทดลองแล้ว เราจึงค้นพบว่า การทำ Viral Clip นั้นมี Process บางอย่างที่ต่างจากการทำ TVC จะต้องผสมผสานระหว่างการเล่าเรื่องที่ดีและการใช้เหตุผลให้กลมกลืนที่สุด จนสามารถสร้าง Engagement บนโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ เพราะคอนเทนต์บนโซเชียลจะมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง ที่คนทำสื่อจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า จุดกึ่งกลางระหว่าง Creative กับ Logic ที่ตอบโจทย์ให้แบรนด์ มันอยู่ตรงไหน..”

Content Marketing

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.