11,306
VIEWS

LYN ขยับตัวรับการเติบโต ขอแชร์พื้นที่ตลาดแฟชั่นในอาเซียน

Aug 29, 2018 S.Worapol

การเดินอยู่บนเส้นทางของอุตสาหกรรมแฟชั่นมานานกว่า 17 ปี ทำให้ บริษัท ยัสปาล จำกัด มีความเข้าใจตลาดแฟชั่นจนสามารถแตกแบรนด์เพื่อจับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่มีความแตกต่างกัน

วันนี้เอง ยัสปาล มีแบรนด์แฟชั่นในเครือกว่า 17 แบรนด์ เป็นแบรนด์ที่ปั้นเอง 11 แบรนด์ ได้แก่ JASPAL, CPS CHAPS, CC DOUBLE O, LYN, LYN AROUND, MISTY MYNX, Royal Ivy Regatta, Jelly Bunny, Jelly Dream, V Eyewear และ QUINN และแบนด์ที่ซื้อแฟรนไชส์นำเข้ามาอีก 5 แบรนด์ คือ Footwork, Footwork Noir, Fred Perry, Cheap Monday และ Melissa ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีการเติบโตและได้รับความนิยมในฐานที่ต่างกันออกไป

หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง LYN ที่วาง Positioning ให้เป็นแฟชั่นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่วัยทำงาน สามารถทำรายได้ รวม 1,200 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 6% จากรายได้รวมของบริษัทประมาณ 10,000 ล้านบาท

วันนี้ LYN มองเห็นโอกาสในการเติบโตจากจุดเด่นและความเข้าใจลูกค้าทั้งในแง่ของดีไซน์ คุณภาพ และราคาที่ตอบโจทย์ เริ่มจากการปรับโฉมหน้าร้านให้ทันสมัยขึ้น เป็น Concept Store เพิ่มความเป็น Luxury ด้วยการใช้โทนสีทอง และสีดำ และมีการจัดดิสเพลย์ของสินค้าใหม่ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

กลยุทธ์ต่อไปคือการขยายตลาดไปยังตลาดประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากเวียดนามที่จะเปิด 5 สาขา และจะเปิดอีก 8-13 สาขาในปีหน้า ส่วนกัมพูชาจะมี 2 สาขา

ยศเทพ สิงห์สัจจเทศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท ยัสปาล จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เรามาลุยตลาดต่างประเทศชัดเจนมากขึ้น เพราะเรามีกลุ่มลูกค้ามีความหลากหลายที่มากกว่าคนไทยทำให้เรามีความสนใจในการจริงจังกับตลาดนี้และผลตอบรับก็ค่อนข้างดีเลยตัดสินใจไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเรามองว่าทุกแบรนด์สามารถเปิดได้ในต่างประเทศได้ ไม่ใช่แค่ LYN”

สินค้าของ LYN โดยหลักประกอบด้วยกระเป๋า รองเท้า แว่นตากันแดด และเครื่องประดับอื่น ๆ ภายใต้นิยามของความต้องการให้แฟชั่นและความหรูหราต้องเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ ทั้งราคาและดีไซน์ สร้างความเข้มแข็งให้ LYN ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่การเป็นแบรนด์แฟชั่นเครื่องประดับที่ได้รับการยอมรับและนิยมมากขึ้น

วันนี้ LYN มีช็อปในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเวียดนามและกัมพูชามากกว่า 50 สาขา พร้อมมีเป้าหมายเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มสาขาเป็น 80 - 100 สาขา

“คาดว่าสำหรับตลาดในประเทศไทย เราจะสามารถเติบโตได้อีกเท่าตัวหรือ 50% ภายใน 3-5 ปีนี้ และอีก 100% ในตลาดต่างประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความท้าทายและอัตราการแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับจำนวนผู้เข้าแข่งขันในตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย”

สิ่งที่เราเห็นชัดเจนคือความพยายามในการสร้าง Brand Portfolio แต่ละกลุ่มให้มีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแบรนด์มีความชัดเจนการบุกตลาดไม่ว่าจะในไทย หรือต่างชาติก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.