AIS ขยายภาพ Digital For Thais ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่าน แอพฯ อสม.ออนไลน์ รวดเร็ว ถูกต้อง

May 23, 2017 U.Jirapan

ถ้าหากมีโอกาสติดตามข่าวการเกิด แอพพลิเคชั่น “อสม.ออนไลน์” โดยเอไอเอส ตั้งแต่ปลายปี 2558 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลักร้อย นครราชสีมา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน จะพบว่าในความสำคัญของภาระหน้าที่อสม.ออนไลน์ ยังตอบสนองกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ยังเป็นกลุ่มอสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเช่นเดิม ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือรพ.สต. เช่นเดิม ก่อนที่จะขยายมาสู่โรงพยาบาลประจำอำเภอ โดยทั้ง 2 พื้นที่ทำหน้าที่สาธารณสุขเบื้องต้นเหมือนกัน  

ว่าไปแล้ว พื้นที่ที่ใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวนี้ ก็มีความใกล้ชิดกับเครือข่ายโอเปอเรเตอร์ ทั้งในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ให้เช่าตั้งเสา หรือชุมชนที่อยู่ใกล้-ไกลออกไป  ซึ่งชุมชนเหล่านี้ต้องการข้อมูล และการดูแลสาธารณสุขพื้นฐานในชุมชนของตนเอง รวดเร็ว ถูกต้อง เพื่อให้คนในชุมชนมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิตอลเช่นนี้ และในยุคที่ SD หรือ Sustainable Development ของแบรนด์ จะต้องมีเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม Integrate ร่วมอยู่ด้วย และแน่นอนธุรกิจจะต้องมีรายได้-กำไรจากสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น

บริการทางธุรกิจเพื่อสังคม

บทบาทอสม. ออนไลน์ จึงไม่ใช่เพียงทำหน้าที่ “งานตอบแทนสังคม” หากถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งใน Pipeline ทางธุรกิจ ของวิสัยทัศน์การเป็น Digital Life Service Provider  ในเรื่องที่ 3 คือ AIS Digital For Thais ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้ภาคการเกษตร สาธารณสุข ผู้ประกอบการ OTOP ภาคการศึกษา และ Digital Startup ให้ได้เข้าถึงโอกาสต่าง ๆ และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเมืองกับชนบท

“ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นอสม. ออนไลน์ มีหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ, รพ.สต.เปิดใช้งานแล้ว 219 แห่งทั่วประเทศ สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือได้ขยายการใช้งานสู่กลุ่มเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นอีกหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ได้นำแอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ มาบูรณาการในงานสาธารณสุขชุมชนตั้งแต่ปลายปี 2559  โดยในปี 2560 นี้ เอไอเอสมีความตั้งใจขยายการใช้งานแอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ไปยังหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต. ทั่วประเทศ เพราะเล็งเห็นว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ส่งเสริมให้การทำงานสาธารณสุขชุมชนในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารดิจิตอลที่ทันสมัยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานสาธารณสุขไทย…”

วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เล่าถึงความก้าวหน้าของ อสม. ออนไลน์ ที่ต้องมาพร้อมกับเครือข่าย AIS 4G  

AIS 4G ครอบคลุมแล้วถึงกว่า 98.72% ของพื้นที่ประชากรทั่วประเทศ ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือมีการขยายสถานีฐาน 3G บนคลื่น 2100 MHz และ 4G บนคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz ครอบคลุมทั้งภาคเหนือกว่า 14,453 สถานีฐาน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 18 จังหวัด รวมทั้งมีแผนขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งแอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ สามารถใช้งานได้ทุกเครือข่าย แต่ผู้ใช้ในเครือข่าย AIS จะใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตปัจจุบันเปิดให้ทุกเครือข่ายสามารถใช้งานได้โดยดาวน์โหลดได้ที่  Google Play ส่วนสิ้นปี 2560 จะเปิดใช้ผ่าน iOs…”

พรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส ยืนยันว่า AIS ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งเสียง และข้อมูลเพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถใช้งาน และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมการทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนผ่านแอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ โดยการที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ได้เลือกใช้ เพราะพนักงานเอไอเอสในพื้นที่ ได้นำเสนอเรื่องนี้ต่อญาติตนเองที่เป็นอสม. และเรื่องก็ผ่านขึ้นไปที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้ 

เครือข่ายอสม. ใช้งานง่าย

ในช่วงเริ่มต้นการใช้แอพดังกล่าวครั้งแรก เขียนโปรแกรมโดยพนักงานของเอไอเอส ซึ่งตามทีมดูแลชุมชน เข้าไปดู เห็นปัญหาการทำงานของอสม. ที่สร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมและการป้องกันโรค  การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ  ต้องบริการ 24 ชั่วโมง หน้าที่อสม. 1 คน ออกเยี่ยมสุขภาพของชาวบ้านที่อยู่ในความรับผิดชอบ 10-15 หลังคาเรือน ฯลฯ  อสม.ออนไลน์ จึงออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาในอดีต เป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง

“สาเหตุหลักที่นำแอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ เข้ามาช่วยในการทำงานเนื่องจากเป็น แอพพลิเคชั่นเฉพาะการทำงานด้านสาธารณสุขซึ่งสามารถนำมาใช้ในการแจ้งข่าวสารประกาศโรคระบาดในพื้นที่ และการแจ้งรับเงิน ส่งรายงาน ซึ่งช่วยให้ อสม.ได้รับข้อมูลข่าวสารโรคระบาดในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ในการป้องกันเนื่องจากการทำงานในอดีต รพ.เวียงป่าเป้า มีการแจ้งข้อมูลข่าวสาร หรือโรคระบาดต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพให้กับเครือข่ายอสม. ได้รับทราบต้องรอวันประชุมที่รพ. เท่านั้น ซึ่งหากเป็นเรื่องด่วนรพ. ก็จะต้องโทรแจ้งกับประธานอสม. ในแต่ละหมู่…”

ชาญชัย ผิวสอาด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัว และชุมชน โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ขยายความต่อว่า  ทั้งนี้ยังช่วยในการติดต่อสื่อสารสำหรับหมู่บ้านที่มีระยะทางห่างไกลรพ. เวียงป่าเป้า ซึ่งหมู่ 8 มีระยะทางไกลถึง 40 กิโล และมีประชากรที่อยู่อาศัยถึง 2,000 คน แต่มีเจ้าหน้าที่ รพ. ประจำเพียง 1 คนเท่านั้น ดังนั้นการติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งข่าวสารสาธารณสุข หรือประกาศโรคระบาดที่รวดเร็ว แม่นยำ เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการดูแลชาวบ้าน

โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า เริ่มใช้อสม. ออนไลน์เมื่อเดือนกันยายน 2559  ปัจจุบันมรอสม. ใช้แอพดังกล่าว 107 คน เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับอสม.ในการใช้งาน  ได้รับคำตอบคล้ายกันว่า การมีอสม. ออนไลน์สะดวก รู้ข่าวเนื้อหาเดียวกันพร้อมกัน เวลาเสียงกลุ่มนี้ดังขึ้นจะรู้เลยว่าเป็นเรื่องงาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์คุยกัน ค่าน้ำมันรถ ส่วนการใช้แอพง่ายมาก  เพราะหลายคนก็คุ้นเคยกับการใช้ไลน์ และเฟสบุ๊ค ส่วนค่าโทรศัพท์ดาต้า  ทุกคนก็ใช้อยู่แล้ว

ตัวเลข ณ  15/05/60 มีหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต.ที่เปิดให้ใช้งานแล้วประมาณ 219 แห่ง ในทั่วทุกภูมิภาคแบ่งเป็นภาคเหนือ 45 แห่ง, ภาคกลาง 54 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 74 แห่ง, ภาคตะวันออก 13 แห่ง และภาคใต้ 33 แห่ง  

เปรียบเทียบการทำงาน รพ.สต. และอสม. ในอดีต แตกต่างจาก หลังจากใช้อสม. ออนไลน์

อดีต

ปัจจุบัน

-การกระจายข่าวเรื่องด่วนเกี่ยวกับโรคระบาด หรือเรื่องอื่นๆ ต้องใช้โทรศัพท์พูดคุยแจ้งประธานอสม. แต่ละหมู่ ทีละคนเป็นหลักเท่านั้น ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการสื่อสาร และค่าใช้จ่ายการโทรศัพท์เพิ่ม

-สามารถกระจายข่าวได้ทันที ทุกที่ทุกเวลาเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้อสม. ทุกคนรับรู้พร้อมๆ กับประธานอสม. และสามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดโรคระบาดในพื้นที่

-การลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ และการทำกิจกรรมต่างๆ ของอสม. ในแต่ละหมู่ ไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

-การลงพื้นที่ของอสม. แต่ละหมู่ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ถือเป็นการกระตุ้นการทำงานของอสม. รวมทั้งสามารถถ่ายภาพผู้ป่วย หรือการลงพื้นที่ เพื่อส่งกลับไปยังโรงพยาบาลจัดเก็บเป็นข้อมูลต่อไป

-การส่งรายงานของอสม. ส่งได้เพียงกระดาษที่จดบันทึกรายละเอียดผู้ป่วยเท่านั้น ไม่มีรูปภาพประกอบในการลงพื้นที่

-อสม. สามารถถ่ายรูปภาพประกอบการส่งรายงาน ทั้งรูปผู้ป่วย แผลผู้ป่วย ยาของผู้ป่วย รวมถึงวิดีโอในกรณีช่วยผู้ป่วยออกกำลังกายเพื่อกายภาพบำบัด ฯลฯ จะช่วยให้โรงพยาบาล หรือรพ.สต. ได้ข้อมูลที่แม่นยำ และสามารถแนะนำดูแลผู้ป่วยได้

 

AIS

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.