7,466
VIEWS

ถึงเวลาลักชัวรีแบรนด์ ปรับใหญ่ทำ Omni channel

May 18, 2018 S.Meenarat

ถือเป็นช่วงขาขึ้นก็ว่าได้สำหรับตลาดพรีออเดอร์ ซื้อขายสินค้าออนไลน์ในบ้านเรา นั่นก็เพราะขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดผู้ใช้สมาร์ทโฟน ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตแบบฟลูไทม์ ส่งผลให้การช้อปปิ้งออนไลน์เริ่มแทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น 
 
จากการสำรวจปีที่ผ่านมา ETDA ระบุว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน กว่า 50.8% ใช้อินเทอร์เน็ตในการซื้อสินค้าออนไลน์ และยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ปี 60 อีคอมเมิร์ซโตถึง 2.8 ล้านบาท 
 
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกหันมาให้ความสนใจกับการทำอีคอมเมิร์ซควบคู่ไปกับการตลาดและการขายในรูปแบบเดิม ไม่เว้นแม้แต่ในธุรกิจที่เป็นลักชัวรีแบรนด์
 
โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ รองกรรมการบริหาร พีพีกรุ๊ป บริษัทผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ 9 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก (เซลีน, เอมิลิโอ ปุชชี่, จีวองชี่, โลโอเว่, ลองฌอมป์, เอ็มซีเอ็ม, โรเฌอร์ วิวิเยร์, ทอดส์ และ ทอรี่ เบิร์ช) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะการหันมาช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมามากมาย โดยในปี 61 ที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายสินค้าอีคอมเมิร์ซของธุรกิจค้าปลีกในไทย สูงถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยธุรกิจแฟชั่นมีมูลค่ามากกว่า 13,650 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 49% จึงเป็นเหตุผลให้พีพีกรุ๊ปตัดสินใจพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ
 
“ในส่วนของพีพีกรุ๊ปได้ทดลองขายของทางออนไลน์กันมาระยะหนึ่งผ่านแบรนด์ Longchamp และ MCM โดยขายผ่านทาง Line@ ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่สะดวกมาที่ร้าน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งได้ผลตอบรับดีเกินคาด ทำให้เราต้องมาพัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ” โอฬาร กล่าว
 
พีพีกรุ๊ป Omni Chanel กันระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกพร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาด โดยเชื่อมั่นว่าออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างยอดขาย และขยายฐานลูกค้าให้กว้างยิ่งขึ้น การก้าวเข้าสู่อีคอมเมิร์ซจึงถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ไม่ยาก
 
“เราเชื่อว่าออนไลน์จะไม่เป็นเพียงช่องทางการขายสินค้า แต่เปรียบเสมือนอีกหน้าร้านค้าที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจ หลังจากการบริหารงานเชิงรุกอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของคนหมู่มากเพิ่มขึ้น เหมือนเรากำลังพูดกับคนทั้งประเทศ จากเดิมที่พูดแค่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล” 

การทำตลาดในส่วนของออฟไลน์ Brand experience เป็นกลยุทธ์สำคัญของการขายสินค้าประเภทลักชัวรีแบรนด์ โดยที่สินค้าและบริการจะเน้นสร้าง Emotional มากกว่า Functional ด้วยธรรมชาติของลูกค้าประกอบกับปัจจัยด้านราคา ลูกค้ายังคงมีความต้องการที่จะได้เห็น สัมผัส และทดลองใช้สินค้าก่อนจะเกิดการซื้อ จึงเป็นความท้าทายของพีพีกรุ๊ป ที่ต้องคิดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ ที่ไม่สามารถสร้าง Emotional ให้กับลูกค้าได้ 
 
“การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่พีพีกรุ๊ปเลือกใช้ โดยที่อีคอมเมิร์ซเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าก่อน เป็นการกระตุ้นความต้องการจนทำให้เกิดการซื้อ ไม่ว่าจากช่องทางใดก็ตาม
 
“ผมต้องการให้เกิดการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถที่จะซื้อสินค้าของเราผ่านช่องทางไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ ลูกค้าอาจจะเป็นเห็นสินค้ามาจากทางออนไลน์ แล้วอยากมาลองหยิบจับที่หน้าร้าน มาดูของจริงก่อน แล้วกับไปซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ” โอฬาร กล่าว 
เปิดประเดิมออนไลน์ด้วยลองฌอมป์ แบรนด์ที่จัดอยู่ในกลุ่มของ Affordable luxury ซึ่งเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย โดยผู้ซื้อลองฌอมป์จากพีพีกรุ๊ปกว่า 80% เป็นคนไทย อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ขายดีติดอันดับท็อปเท็นของโลก จึงถือได้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีโอกาสสร้างยอดขายในช่องทางออนไลน์ให้กับพีพีกรุ๊ปได้มากที่สุดจากทั้งหมด 9 แบรนด์
 
“ที่เราเลือกลองฌอมป์ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและประสบความสำเร็จในตลาดโลกมากว่า 70 ปี เป็นแบรนด์ที่เอ่ยชื่อขึ้นมาคงจะไม่มีคนไม่รู้จัก เนื่องจากอยู่ในตลาดประเทศไทยมากว่า 11 ปี จึงทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายในช่องทางออนไลน์” สุวดี พึ่งบุญพระ ประธานกรรมการ พีพีกรุ๊ป กล่าว
 
พีพีกรุ๊ปมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 15% ทุกปี การเข้ามาทำออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบของพีพีกรุ๊ปสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอีคอมเมิร์ซที่จะสามารถสร้างยอดขายพร้อมผลักดันให้ธุรกิจเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท และ 1,500 ล้านบาทในปี 62 ซึ่งคาดว่าอีคอมเมิร์ซจะเป็น 5% จากยอดขายทั้งหมด
 
การก้าวเข้าสู่อีคอมเมิร์ซครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการขยายธุรกิจของพีพีกรุ๊ปเท่านั้น แต่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้อีกหลายธุรกิจขยับตัวตาม ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นธุรกิจที่ไม่คาดคิดเข้ามาซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้นในเร็วๆ นี้ จนอีคอมเมิร์ซขยับตัวขึ้นเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงอันดับต้นๆ ก็เป็นได้

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.