3,514
VIEWS

LINE เปิดตัว Music Sticker จับ Target ตลาดเพลง วินทั้งค่ายเพลงวินทั้ง LINE

May 03, 2017 S.Ammarit

เมื่อพูดถึง LINE คงปฏิเสธไม่ได้ว่า LINE มีผู้บริโภคหรือผู้ใช้อยู่ในมือมากกว่า 83% ของจำนวนประชากรไทย ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้ก็เป็นโอกาสที่สามารถทำตลาดได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเซิร์ฟกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้และสร้างเม็ดเงินให้กับ LINE ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ LINE Sticker ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 500 ล้านดาวน์โหลดในปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยผู้ใช้งาน 1 รายจะมีสติกเกอร์ใช้งานอยู่ 15 ชุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากผลสำรวจของกลุ่มตัวอย่าง 50,000 คนของ LINE ทำให้เห็นพฤติกรรมของผู้ใช้สติกเกอร์ว่า ผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ เมื่อมีสติกเกอร์รูปแบบใหม่ออกมา เช่น  สติกเกอร์เคลื่อนไหวพร้อมเสียง ก็จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ผู้บริโภคเพศชายมีพฤติกรรมซื้อสติกเกอร์เพิ่มขึ้น จากเดิมอัตราส่วนผู้บริโภคเพศหญิงและเพศชายคิดเป็นร้อยละ 70 ต่อ 30 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 60 ต่อ 40 โดยกลุ่มผู้หญิงยังเลือกซื้อสติกเกอร์จากความน่ารักของคาแรกเตอร์ ส่วนผู้ชายจะชอบสิตกเกอร์ที่มีความตลก สนุกสนาน และช่วงอายุที่มีการซื้อสติกเกอร์มากที่สุดคือ 25-35 ปี

จากความนิยมที่มากขึ้น LINE จึงได้พัฒนา Sticker ออกมาเป็นรูปแบบใหม่นั่นคือ “Music Sticker” ที่เป็นการครีเอทคอนเทนต์ให้สติกเกอร์แตกต่างไปจากเดิม จากสติกเกอร์รูปแบบเดิมที่จับกลุ่มผู้บริโภคแบบ Mass ตอนนี้สามารถจับกลุ่ม Target ได้ชัดขึ้น จากแนวเพลงที่อยู่ในสติกเกอร์ทำให้แบรนด์และค่ายเพลงสามารถระบุได้ว่า ผู้ซื้อสติกเกอร์อยู่ในช่วงอายุไหน การทำการตลาดหรือการสื่อสารผ่านสติกเกอร์ก็จะตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นหรือวินวินกับทุกฝ่ายนั่นเอง

กณพ ศุภมานพ หัวหน้าธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งสติกเกอร์ LINE กลายเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เนื่องจากสติกเกอร์สามารถใช้แทนคำพูดและความรู้สึกในการสื่อสาร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอรรถรสในการสนทนา LINE จึงสร้างสีสันให้กับสติกเกอร์ด้วยการใส่เสียงเพลงเข้าไปได้นานถึง 8 วินาที ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากคอเพลงและแฟนสติกเกอร์ นั่นคือ Music Sticker ชุดแรกที่ได้ร่วมมือกับค่ายเพลง What the Duck โดยมีคุณสิงโต นำโชค มาร่วมทำ Music Sticker ในชุดนี้ ด้วยคาแรคเตอร์ของเขาที่มีความโดดเด่น ชัดเจน อีกทั้งมีเพลงฮิตติดหูมากมาย เรามั่นใจว่า Music Sticker ชุดนี้จะได้รับความนิยมอีกเช่นกัน นับว่าเป็นการร่วมสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมทั้งธุรกิจเพลงและสติกเกอร์ได้ต่อไป”

นอกจากการพัฒนาสติกเกอร์แล้ว LINE ก็ยังโฟกัสในเรื่องของช่องทางการชำระเงินการซื้อสติกเกอร์ ให้เข้าถึงง่ายและสะดวก เพราะผู้บริโภคยังเข้าใจว่าการซื้อสติกเกอร์ต้องมีบัตรเครดิตเท่านั้น โดยช่องทางหลักมี 2 ช่องทางคือ ซื้อผ่าน LINE และซื้อผ่าน https://store.line.me/ ซึ่งในปี 2017 นี้ LINE จะพัฒนาระบบการชำระเงินให้สามารถจ่ายเงินสดได้

“เราตั้งเป้าว่าปีนี้จะโต 35% เราเห็นเทรนด์และโอกาสที่จะทำให้เกิดผู้ซื้อรายใหม่ๆ อย่างชัดเจน เพราะคนซื้อเริ่มซื้อของออนไลน์บ่อยขึ้น เคยซื้อของออนไลน์ในราคาที่สูง นั่นทำให้การซื้อสติกเกอร์ LINE เป็นเรื่องง่ายถ้าเรามีสติกเกอร์รูปแบบใหม่ๆ มีคอนเทนต์ที่ดี มีการจ่ายเงินที่สะดวกและง่ายสำหรับพวกเค้า ซึ่งยอดขายสติกเกอร์ในไทยเป็นอันดับ 3 รองจากไต้หวันและญี่ปุ่น  ความแตกต่างคือคนซื้อสติกเกอร์รายใหม่ในไทยมีเยอะ ต่างจากที่ไต้หวันที่มีผู้ซื้อซ้ำมากกว่า ซึ่งเรามองว่านั่นเป็นโอกาสของเรา” กณพ พูดเสริม

นี่ก็เป็นอีกมูฟเม้นท์หนึ่งของ LINE Sticker ที่พัฒนาช่องทางการจ่ายเงิน ต่อยอดโปรดักต์ของตัวเองและสามารถสร้าง     เบเนฟิตให้กับแบรนด์ได้ อีกทั้งยังสร้างความพึงพอใจให้ผู้บริโภคและสร้างเม็ดเงินให้กับ LINE ได้ในที่สุด ก็ต้องมาดูกันอีกว่าในอนาคต LINE จะผลิตสติกเกอร์รูปแบบใหม่อะไรออกมาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ตื่นเต้นและพร้อมที่จะควักเงินซื้อกันต่อไป

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.