9,456
VIEWS

เปิดเส้นทางโตของมันนี่ คาเฟ่ สู่ Brand Off Tokyo จากโรงรับจำนำสู่ธุรกิจขายแบรนด์เนมมือสอง

Apr 07, 2018 R.Somboon

กลายเป็นกรณีที่น่าสนใจ สำหรับการรีแบรนด์โรงรับจำนำที่อยู่ในตลาดมาร่วม 4 ทศวรรษอย่างโรงรับจำนำปิ่นเกล้าคู่ขนานลอยฟ้า ที่ตั้งอยู่หน้าปากซอยบรมราชชนนี 13 ใกล้เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า มาใช้ชื่อที่สื่อถึงการเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ด้านการเงินของผู้บริโภค อย่าง มันนี่ คาเฟ่ ปิ่นคู่

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ โรงรับจำนำแบรนด์นี้ มีการฉีกกฎการทำตลาดโรงรับจำนำที่เคยมีมาอย่างสิ้นเชิงด้วยการผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นไปเป็น Lifestyle Pawn Shop เพื่อทลายข้อจำกัดในเรื่องภาพลักษณ์ของโรงจำนำที่ฝังอยู่ในการรับรู้ว่า เป็นสถานที่ของคนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน แล้วเอาของมีค่าที่มีอยู่เข้ามาจำนำ ซึ่งว่าไปแล้ว โรงรับจำนำ ก็คือสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับรายย่อย เข้าถึงคนทุกกลุ่ม โดยต้องมีสิ่งของมาฝากไว้ ทำให้กลายเป็นที่พึ่งของคนที่ไม่สามารถเข้าไปใช้บริการทางการเงินกับสถาบัน

วาสินี ตั้งเลิศสัมพันธ์ ผู้บริหารโรงรับจำนำมันนี่ คาเฟ่ ปิ่นคู่ บอกกับเราว่า มีการทำรีแบรนดิ้งโรงรับจำนำของเรามา 2 – 3 ปีแล้ว เป้าหมายของการทำอยู่ที่การเปลี่ยนทัศนคติหรือมุมมองของผู้บริโภคต่อโรงรับจำนำใหม่ โดยมีเรื่องของไลฟ์สไตล์เข้ามาเป็นตัวเปลี่ยน การทำรีแบรนด์ของเราจะทำครบทั้งในเรื่องของการดีไซน์สถานที่ใหม่ การสร้าง Identity ที่เชื่อมโยงมาสู่แบรนด์ รวมถึงการใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นแจก แถม ของชำร่วย และคูปองเงินสดของห้างสรรพสินค้า สำหรับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าหลุดจำนำจากมันนี่ คาเฟ่

“เรามีการทำซีอาร์เอ็มผ่านระบบสมาชิกที่ปัจจุบันมีประมาณกว่าพันราย ซึ่งหลังจากการทำพบว่า มีหลายรายที่เข้ามาใช้บริการซ้ำ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนทัศนคติหรือมุมมองของลูกค้าต่อการใช้บริการ โดยเฉพาะในมุมของการเดินเข้ามาซื้อสินค้าหลุดจำนำที่คนไทยยังมองภาพของการเดินเข้าโรงรับจำนำไม่ค่อยดีนัก เราจึงต้องการเปลี่ยนภาพให้การเดิเข้าไปใช้บริการกับโรงรับจำนำเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ”

ปัจจุบันโรงรับจำนำมันนี่ คาเฟ่ มีสาขาทั้งหมด 2 สาขาที่ปิ่นเกล้า และปทุมธานี เร็วๆ นี้จะมีการเปิดสาขาที่ 3 ที่รามคำแหง เป็นการปรับเปลี่ยนจากโรงรับจำนำเดิมให้เป็นโรงรับจำนำโฉมใหม่ภายใต้แบรนด์มันนี่ คาเฟ่ ซึ่งว่าไปแล้ว ธุรกิจโรงรับจำนำจะมีรายได้หลักอยู่ 2 ทางคือ รายได้จากเรื่องของดอกเบี้ยที่คิดตามอัตราที่กฎหมายกำหนดคือประมาณร้อยละ 1.25% ต่อเดือน และรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่หลุดจำนำ โดยรายได้จากดอกเบี้ยจะเป็นรายได้ที่มีวอลุ่มมากกว่า ขณะที่รายได้จากการขายทรัพย์สินที่หลุดจำนำ แม้จะมีสัดส่วนน้อยกว่า แต่ก็มีมาร์จิ้นที่ดีกว่า

ปูทางสู่โอกาสทางการตลาดที่มากกว่า

การรีแบรนด์ธุรกิจโรงรับจำนำนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางธุรกิจเพื่อให้สอดรับกับการก้าวข้ามจาธุรกิจโรงรับจำนำไปสู่การขายสินค้าลักชัวรี่แบรนด์มือสอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสเข้าไปสู่ธุรกิจที่มีการเติบโตที่ดีกว่าธุรกิจเดิม โดยมันนี่ คาเฟ่เอง มีการปูทางในเรื่องนี้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว เริ่มจากการเปิดร้านมันนี่ คาเฟ่ ใน

ชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนี่ คาเฟ่ จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ของโรงรับจำนำ Money Pinkoo (มันนี่ ปิ่นคู่) ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมลูกค้ามาโดยตลอด จนเราเริ่มเข้าใจว่าอะไรคืออุปสรรค ที่ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยกล้าเข้าโรงรับจำนำ อย่างแรกเลยคือ ภาพลักษณ์ ทัศนคติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถเเก้ไขได้ โดยสร้างเซอร์วิสใหม่ๆ และทัศนะคติที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าลูกค้าเริ่มเข้าใจโรงรับจำนำในอีกรูปแบบหนึ่ง และกล้าที่จะเข้ามาหาเรามากขึ้น

“จากนั้นก็พยายามคิดต่อยอดธุรกิจโรงรับจำนำของที่บ้าน อยากจะทำให้เกิดพาร์ทของธุรกิจของ แบรนด์เนมมือสองประเภทอื่นๆ อย่างเช่น กระเป๋า นาฬิกา ฯลฯ เลยไปติดต่อ Brand Off Tokyo ร้านซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสองรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีสาขากว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ให้มาเปิดในเมืองไทย โดยทำ Proposal เสนอไป ประกอบกับแบล็คกราวน์ที่บ้านเป็นธุรกิจโรงรับจำนำ ซึ่งเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกันกับแนวทางธุรกิจของเขา ในที่สุดก็ได้มีโอกาสทำธุรกิจ Brand Off Tokyo ที่เมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า Brand Off Tokyo by Money Café ซึ่งมีแพลนเปิดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้”

 Brand Off Tokyo by Money Café เป็นการขอสิทธิแฟรนไชส์ของ Brand Off Tokyo ร้านขายสินค้าลักชัวรี่มือสองชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นถึง 50 สาขา นอกจากนี้ยังมีสาขาในฮ่องกง 8 สาขา ไต้หวัน 4 สาขา ส่วนประเทศไทยเป็นที่แรกในย่านอาเซียนที่แบรนด์นี้ขยายเข้ามาเปิดสาขาแรกที่สยามสแควร์ซอย 4 ซึ่งภายในร้านจะนำเสนอสินค้าประเภทกระเป๋าประมาณ  50% อีก 35% เป็นจิวเวลรี่ ส่วนที่เหลืออีก 15% จะเป็นนาฬิกา และแอสเซสเซอรี่ต่างๆ โดยสินค้า 70% จะเป็นสินค้าที่รับซื้อมาจากคนไทยเพื่อวางขายในร้าน อีก 30% จะเป็นการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น

ว่าไปแล้ว Brand Off Tokyo ถือเป็นร้านขายสินค้าลักชัวรี่มือสอง โดยเฉพาะกระเป๋าที่เป็นที่รู้จักมานาน ซึ่งการดึงเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้นถือเป็นการ “ปลั๊ก อิน” ทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะสินค้าประเภทกระเป๋าลักชัวรี่แบรนด์นั้น มีฐานคนใช้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีมูลค่าอยู่ในตัวมันเอง ซึ่งธุรกิจโรงรับจำนำไม่สามารถรับจำนำได้ เนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญในการดูสินค้า ประเมินราคา ตลอดจนเก็บรักษา การดึง Brand Off Tokyo จึงเป็นการอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าของแบรนด์เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นตัวช่วยต่อยอดในการทำตลาดสินค้าหลุดจำนำของมันนี่ คาเฟ่ ประเภทจิวเวลรี่ และนาฬิกาหรู ซึ่งจะเข้ามาช่วยยกระดับภาพลักษณ์ และสามารถเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคในการเข้ามาซื้อสินค้าหลุดจำนำที่มันนี่ คาเฟ่เอง พยายามที่จะเปลี่ยนภาพในส่วนดังกล่าวนี้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ชูศักดิ์ บอกกับเราว่า กระเป๋าลักชัวรี่แบรนด์ เป็นโอกาสทางการตลาดที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคอยากได้อยู่แล้ว แต่มีบางกลุ่มที่ไม่สามารถเอื้อมถึง เพราะมีราคาค่อนข้างแพง การเปิดขายสินค้ามือสองจึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้อให้กับพวกเขา

“ของมือสองมีโอกาสอยู่แล้ว แต่คนไทยจะอายที่เดินเข้าไปซื้อในโรงรับจำนำ เราจึงผลักดันตัวเองออกไปเปิดร้านขายในห้างหรือศูนย์การค้า รวมถึงย่านธุรกิจต่างๆ ก่อนหน้าที่จะเอา Brand Off Tokyo มาเปิด เราก็มีการเข้าไปเปิดร้านมันนี่ คาเฟ่ ที่สยามสแควร์ และมีผลตอบรับค่อนข้างดี การเอา Brand Off Tokyo เข้ามาเปิดจึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำตลาดสินค้าที่เรามองว่ามีขนาดตลาดค่อนข้างใหญ่อย่างกระเป๋าแบรนด์เนม ด้วยมี Specialist จากญี่ปุ่น ที่มาดูแลทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้า ความเป็นมาตรฐานที่ไว้ใจได้ในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งข้อดีของการเป็น International Brand ทำให้เราจะมีแหล่งในการหาของที่วาไรตี้มากกว่า บวกกับสตอรี่อันยาวนานของ Brand Off Tokyo ซึ่งเปิดมานานกว่า 25 ปี มีระบบเทรนนิ่งทั้งภายในและภายนอก แม้แต่บุคลากรที่เข้ามาทำงานในบ้านเราก็ผ่านการเทรนนิ่งมาแล้ว นอกจากนี้ Brand Off Tokyo ยังอยู่ในสมาคม AACD (The Association Against Counterfeit Product Distribution) สมาคมที่ต่อต้านและป้องกันสินค้าเลียนแบบ ซึ่งทำให้ลูกค้าของ Brand Off Tokyo เกิดความมั่นใจได้ทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา และสินค้าที่เป็นของแท้ 100%”

การเปิดโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้อย่างมากนั้น กลุ่มเป้าหมายแรก จะเป็นกลุ่มนักศึกษา ที่ยังไม่ได้ทำงาน ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มคนที่เริ่มต้นทำงาน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มที่ว่านี้ กระเป๋าแบรนด์เนมคือความปรารถนาที่อยากจะได้ หรือครอบครอง แต่ยังมีกำลังซื้อไม่มากพอที่จะซื้อของใหม่

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนทำงาน และกลุ่มที่ใช้สินค้าลักชัวรี่แบรนด์อยู่แล้ว แต่ต้องการที่จะนำมาขายเพื่อเปลี่ยนใหม่ ซึ่งคุณชูศักดิ์บอกกับเราว่า ตลาดนี้มีบางส่วนที่มองถึงเรื่องการลงทุนด้วย เพราะมีสินค้าบางรุ่นที่ขายได้ราคาค่อนข้างดี เพราะตลาดมีความต้องการ โดยแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดบ้านเราค่อนข้างมากก็คือ หลุยส์ วิตตอง และ Chanel ซึ่งเป็น 2 แบรนด์ยอดนิยมของกลุ่มนักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงาน 

ร้าน Brand Off Tokyo by Money Café จะมีสินค้าประมาณ 300 ไอเท็มขึ้นไป Cover ทุกประเภท โดยสินค้าที่นำเสนอในร้านจะเหมาะกับทุกช่วงวัยของลูกค้า ที่สำคัญจะมีความคุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งเรามีแผนที่จะเปิดร้าน Brand Off Tokyo by Money Café อีก 2 สาขา รวมเป็น 3 สาขาภายในปีหน้า โดย 1 ในนั้นจะเป็นสาขาที่เข้าไปเปิดในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า  ส่วนแผน 5 ปีนั้น มองถึงการมีสาขาในบ้านเราไม่น้อยกว่า 6 สาขา

ด้านรายได้ มีการมองถึงการสร้างรายได้ 80 ล้านบาทภายในปีนี้ และจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 15% ในปีหน้า จากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น โดยมันนี่ คาเฟ่ มีการทำตลาดในรูปแบบของออมนิชะแนล ด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาเป็นตัวดึงดูดลูกค้าเพื่อต่อยอดมาสู่การปิดการขายที่ร้านที่สยามสแควร์ โดยมองว่า ในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 60 คน   

ถือเป็นอีกการต่อยอดทางธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนภาพของโรงรับจำนำเดิมๆ มาสู่ภพลักษณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น ก่อนที่จะปูทางเข้าไปหาธุรกิจที่สามารถเปิดตัวเองเข้าสู่โอกาสทางการตลาดจำนวนมหาศาล

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.