5,686
VIEWS

ถอดรหัส 15 วิธีดึงคนเข้าบูธจากงาน Bangkok Motor Show 2018

Mar 28, 2018 S.Vutikorn

งานแสดงนวัตกรรมยานยนต์อย่าง Bangkok Motor Show ในแต่ละปีจะมีประชาชนที่สนใจเข้าชมงานรวมแล้วเป็นล้านคน โดยในปี 2017 นั้นมีคนเข้าชมงานถึง 1.6 ล้านคน

แน่นอนว่าด้วยจำนวนคนที่มากขนาดนี้ ย่อมเป็นที่คาดหวังของค่ายรถยนต์, มอเตอร์ไซด์, เครื่องเสียง, อุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ ที่มาออกบูธว่าคนส่วนใหญ่ที่ยอมจ่ายเงินซื้อตั๋วเข้างานมานั้นจะเดินเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าในบูธตัวเอง

จากการเดินชมงานในรอบสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ ทีมงาน BrandAge Online ได้รวบรวม 15 วิธีดึงคนให้เข้ามาเยี่ยมชมบูธให้ได้ผล

จะว่าไปแล้ว 15 แนวคิดดังกล่าวนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกมหกรรมการแสดงสินค้า ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของแบรนด์จะเอาความคิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ได้มากน้อยขนาดไหน

1.ขายความเป็นที่สุดในงาน

พฤติกรรมของคนไทยนิยมชมชอบอะไรที่เป็นสถิติตัวเลข ดังงั้นการดึงเอาความเป็นที่สุดในแต่ละด้านมาสร้างเป็นจุดขายถือเป็นวิธีการที่ได้ผลมาตลอด อย่างงาน Bangkok Motor Show 2018 นี้ ก็มีค่ายรถยนต์ที่ขายความเป็นสุดยอดของความหรูหราถึง 2 แบรนด์ด้วยกันคือ Rolls-Royce ที่มีการเปิดตัวรถรุ่น New Phantom ที่มีราคาสูงถึง 53.5 ล้านบาทในรุ่นฐานล้อมาตรฐาน และรุ่นฐานล้อยาวในราคา 59.5 ล้านบาท

ส่วนค่าย BENTLEY เองก็มีการเปิดตัวรถสปอตคูเป้สุดหรูอย่าง The New Continental GT ในราคา 22.1 ล้านบาท

2. สร้าง Story Telling

หากคุณมีโปรดักต์แชมป์เปียนที่แฟนๆกำลังจดจ้อง การสร้างเรื่องราวให้ดูน่าสนใจเพิ่มขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ เหมือนอย่างบูธฟอร์ด ประเทศไทยที่ปีนี้มีรถไฮไลต์คือ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งสมยานามของแร็พเตอร์นี้คนทั่วโลกล้วนคุ้นเคยดีจากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์เมื่อสิบกว่าปีก่อนอย่าง Jurassic Park

ดังนั้นการสร้างเรื่องราวของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยการผูกเรื่องเข้ากับบทภาพยนตร์แอคชั่นด้วยการจับมาขังในตู้คอนเทรนเนอร์ก็ถือเป็นการเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับรถเป็นอย่างดี

3. จับเอาไลฟ์สไตล์มาเล่น

งาน Bangkok Motor Show 2018 นี้มีหลายค่ายรถด้วยกันที่หยิบเอาไลฟ์สไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นมาเล่นไม่ว่าจะเป็นขี่จักรยาน, แคมป์ปิ้ง, พายเรือ มาจัดโชว์คู่กับรถในงานซึ่งถือเป็นวิธีการที่ได้ผล เพราะเท่ากับว่าสามารถดึงกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ต่างๆ เข้าบูธมาดูสิ่งที่เขาเหล่านั้นชื่นชอบในบูธ และมีโอกาสรับรู้ถึง Brand Experience ใหม่ๆที่ค่ายรถพยายามนำเสนอ

4. เล่นกับความเหนือธรรมชาติและแรงโน้มถ่วง

บางครั้ง แค่การจัดวางรถให้แตกต่างจากคู่แข่งขันด้วยการเล่นกับแรงโน้มถ่วงเช่นการวางรถในแนวตั้งก็เป็นการสร้างความน่าสนใจที่สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล เหมือนกับที่บูธมิตซูบิชินำมาใช้ในการจัดแสดงปีนี้

5. Single Attention

ในบางจังหวะ การหยิบเอา Visual ในแนวคิด Single Attention มาใช้ก็เป็นการสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสะดุดตาให้กับคนที่เดินในงานได้อย่างมาก เหมือนกับบูธ Mazda ในปีนี้ตัดสินใจนำรถยนต์สีแดงมาจัดแสดงเพียงสีเดียวในงาน

เรียกว่าใครที่ชายตามาที่บูธมาสด้านี้เป็นอันต้องสะดุดกับความโดดเด่นของสีทุกคน

6. Performance Show

อีกวิธีการเรียกความสนใจที่ได้ผลก็คือ Performance Show หรือการแสดงที่น่าสนใจนั่นเอง ทุกปีในงาน Bangkok Motor Show เกือบทุกค่ายรถมักจะใช้การแสดงเพื่อดึงคนเข้าบูธ หรือเปิดตัวพิธีกร ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้อีเว้นท์ ออแกไนเซอร์ต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพื่อแสวงหาอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนมาจัดแสดงให้คนที่เดินในงานได้ดู

แต่ Performance Show นั้นมีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ต้องจัดแสดงตามรอบเวลาที่ผู้จัดงานอนุญาติเท่านั้น เพราะต้องให้รถแต่ละค่ายผลัดกันแสดง

7. Gadget Lover

การดึงเอาของเล่นสมัยใหม่ หรือ Gadget มาจัดแสดงในงานและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้ทดลองเล่นก็เป็นอีกหนึ่งศิลปะในการดึงคนที่ได้ผลอย่างมาก ในงาน Bangkok Motor Show ปีนี้ ค่ายรถยนต์ Honda ก็มีการนำเอา ยูนิ-คับ เบต้า พาหนะส่วนบุคคลเคลื่อนที่รอบทิศทางมาให้คนที่สนใจได้ทดลองนั่ง

8. เล่นกับกระแสนิยม

ไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใดที่งานนี้จะเห็นพริตตี้หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในงานแต่งชุดไทยมายืนประกบคู่กับรถคันงาม

เหตุผลก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเกาะกระแสละครเรื่องดังอย่างบุพเพสันนิวาสนั่นเอง

9. Universal Design

Universal Design หรืออารยสถาปัตย์ หมายถึงการออกแบบให้กับคนทุกๆ กลุ่ม โดยไม่ว่าจะเป็นคนปกติ, ผู้สูงอายุ (Older People) ผู้พิการ (People with Disabilities) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีอุปสรรค ถือเป็นสิ่งที่งานแสดงสินค้าหลายแห่งให้ความสำคัญ ซึ่งในปีนี้ก็มีหลายบูธด้วยกันที่มีการออกแบบในลักษณะดังกล่าว โดยมีการทำสัญลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน

ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันนี้คนสูงอายุ หรือคนพิการจำนวนมากที่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติไม่ได้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเหมือนสมัยก่อนแล้ว

การคิดเผื่อตรงจุดนี้ยังถือเป็นการบอกถึงความใส่ใจต่อสังคมของแบรนด์อีกทางหนึ่งด้วย

10. ชิงโชค ลุ้นรางวัล

แต่ไหนแต่ไรมานิสัยคนไทยนั้น ชอบอะไรประเภทลุ้นชิงโชค หรือรับของรางวัลอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นการเปิดโอกาสให้คนได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นของรางวัลก็เป็นอีกวิธีการที่ได้ผล และจะได้ผลมากขึ้นไปอีกถ้ารางวัลนั้นมีมูลค่าสูงๆ

ตัวอย่างเช่นในงานปีนี้บูธ Audi ได้สร้างแรงดึงดูดใจให้คนมาจองรถในงานด้วยการมอบรถ Audi TTS Coupé อีก1 คัน มูลค่า 4.599 ล้านบาทให้กับผู้โชคดี

11. ดึงคนดังมาร่วมงาน

วิธีการดึงคนดังไม่ว่าจะเป็นดารา, นักร้อง, นักกีฬา ฯลฯ หรือใครก็ตามที่กับลังเป็นขวัญใจของประชาชนมาร่วมงานนั้นเป็นวิธีการที่เบสิกแต่มีอิมแพคที่แรงมากๆ วิธีหนึ่ง ยิ่งเป็นคนดังระดับ Super Star ก็ยิ่งได้รับความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

เหมือนกับที่ค่าย Rolls-Royce ได้มีการดึงเอาพี่หมื่น โป๊ป ธนวรรธน์ มาโชว์ตัวในงานเปิดตัว All-new Rolls-Royce Phantom ในปีนี้

12. Collaboration

ในเชิงทฤษฎีการทำ Collaboration ก็คือความร่วมมือของแบรนด์มากกว่า 2 แบรนด์ขึ้นไป โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละแบรนด์มาผนวกกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ข้อดีของการทำ Collaboration ก็คือ แต่ละแบรนด์จะได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาสัมผัสหรือรู้จักกับแบรนด์ของตนเอง

Bangkok Motor Show ปีนี้ ค่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ได้มีการทำ Collaboration กับศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง Alex Face หรือ พัชรพล แตงรื่น มาถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านคาแรคเตอร์ “เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวกับรถ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic ในแนวคิด GLA Millennials’ Voices Edition

13. Concept Car

งานแสดงรถยนต์ทั่วโลก รถยนต์ต้นแบบหรือ Concept Car จะถือเป็นอีกหนึ่งไฮต์ไลต์ที่ผู้คนสนใจเข้าชม ในปีนี้บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็มีการนำเอารถต้นแบบอย่าง Mitsubishi eX Concept รถอเนกประสงค์ต้นแบบที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนารถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่มาจัดแสดงเช่นกัน

14. Angle

รถยนต์กับสาวสวยเป็นของคู่กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกงานแสดงรถยนต์ก็ย่อมจะต้องมีพริตตี้มาทำหน้าที่คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถที่นำมาจัดแสดง ซึ่งพริตตี้ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าไม่ได้มีดีที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว หากแต่มีความสามารถในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษา หรือความรู้ทางด้านเครื่องยนต์ เหตุผลเพราะว่า พริตตี้นั้นเปรียบเสมือนกับเป็นบแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของค่ายรถในงานเลยก็ว่าได้ ค่ายรถแต่ละค่ายจึงต้องคัดสรรบุคคลที่จะมาทำหน้าที่นี้อย่างสุดความสามารถ

15. Sexy

วิธีสุดท้ายนี้ ขอใช้ภาพบรรยายแทนละกัน

จบข่าว...

 

Auto

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.