5,983
VIEWS

เตรียมให้พร้อมกับทักษะที่ต้องการในโลกใหม่หลัง COVID-19

Jul 04, 2022 S.Karnteera

ดร. เสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้บรรยายภายใต้หัวข้อ Steering the Growth of Creative Economy amid Technological and Pandemic Disruption เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยก้าวไปด้วยเทคโนโลยี ท่ามกลางโรคระบาดอุบัติใหม่ในงาน Creative Economy Forum Thailand 2022 จัดโดย CEA และภาคเอกชน

จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้หลายประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือการเข้าไปมีบทบาทและเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ดังนั้นจึงทำให้ผู้คนต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดอุตสาหกรรมมีความต้องการเปลี่ยนแปลงไป และก่อให้เกิดทักษะที่ต้องการดังนี้

การแก้ปัญหา

- การคิดวิเคราะห์ และนวัตกรรม*

- การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

- การคิดเชิงวิพากษ์

- ความคิดสร้างสรรค์

- การใช้เหตุผล

การจัดการตัวเอง

- การเรียนรู้ด้วยตนเอง*

- การล้มแล้วลุกได้เร็ว การรับมือกับภาวะกดดัน และความยืดหยุ่น*

การทำงานร่วมกับผู้อื่น

- ความเป็นผู้นำ และการสร้างอิทธิพลทางสังคม

การใช้เทคโนโลยี

- การใช้และติดตามเทคโนโลยี

- การออกแบบ และโปรแกรมมิ่ง

*ทักษะใหม่

ทักษะที่เป็นที่ต้องการมากขึ้นข้างต้น ทำให้ 50% ของพนักงานทั้งหมดต้อง reskill ภายในปี 2025 เพื่อตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรมให้ได้เท่าทัน

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

1) Attitude ทัศนคติ + อุปนิสัย

- ใฝ่หาความรู้

- อดทน

- รับผิดชอบ

- เปิดกว้าง

- กล้าทดลอง

- จิตใจแห่งการเติบโต

2) Skill ทักษะ

- คิดเชิงวิพากษ์

- สื่อสาร

- ทำงานเป็นทีม

- คิดสร้างสรรค์

- มองภาพใหญ่

- วาดภาพสถานการณ์

3) Knowledge ความรู้

- คณิตศาสตร์

- วิทยาศาสตร์

- การอ่าน

- ความเป็นไปได้ในโลก

- ทฤษฎีแห่งความรู้

- เทคโนโลยีพลิกผัน

ดร. เสาวรัจ ได้เล็งเห็นว่าคนไทยเชื่อว่าทักษะของตัวเองใช้ได้ตลอดชีวิต อิงจากผลสำรวจโดยหนุ่มสาว (15-35 ปี) ในแทบประเทศอาเซียน 56,000 คน พบว่ามีเพียง 10% ของหนุ่มสาวชาวสิงคโปร์ และเวียดนามที่เชื่อว่าทักษะของตนจะใช้ได้ตลอดชีวิต แต่ในขณะที่หนุ่มสาวชาวไทย 30% คิดว่าทักษะที่มีสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะว่าทักษะที่โลกใหม่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา

นอกจากนี้เด็กไทยจำนวนมากคิดว่าสติปัญญา และความสามารถของตนเองเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยมีเด็กไทยเพียง 40% เท่านั้นที่ตอบว่าสติปัญญาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่เด็กญี่ปุ่นเกือบ 70% เชื่อมั่นว่าสติปัญญาสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้นเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่โมเดลใหม่ ดร. เสาวรัจ ได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะทางนโยบาย ซึ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อาหาร โดยสร้างความรับผิดชอบ และขยายโอกาสของคนไทยในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะ ดังนี้

1) แจกคูปองฝึกทักษะ (คล้ายกับโครงการ SkillsFuture ของประเทศสิงคโปร์)

-แจกประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป เช่น คนละ 6 พันบาท ทุกสามปี

-เลือกฝึกทักษะที่ต้องการได้จากสถาบันที่ผ่านการรับรองคุณภาพ

2)สร้างความรับผิดชอบของสถาบันการศึกษาและสถาบันฝึกอบรม

-เผยแพร่ข้อมูลการมีงานทำ และรายได้ของผู้เรียนรายสถาบันและสาขาวิชา เพื่อให้ผู้เรียนมีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกเข้าเรียนในสถาบันการศึกษา และสาขาวิชาต่างๆ

3)สถาบันการศึกษาควรร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และเน้นการนําไปปฏิบัติได้จริง

-เพิ่มการสอนทักษะเฉพาะวิชาชีพที่จำเป็น รวมทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์

-ควรให้นักศึกษาทำศิลปนิพนธ์/ วิทยานิพนธ์ เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้เรียนมา

-ให้นักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ และเตรียมพร้อมนักศึกษาก่อนที่จะเข้าไปฝึกงานจริง

-ควรให้ผู้ประกอบการที่ทำงานจริงมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ แก่นักศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

4)ส่งเสริมให้แรงงานสร้างสรรค์ทักษะสูงจากต่างประเทศ เข้ามาทำงานในประเทศ

-เพิ่มสมาร์ทวีซ่าให้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระที่อยู่ในกลุ่มอาชีพสร้างสรรค์

-ปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การจํากัดการเขามาทำงานของสถาปนิกต่างชาติทักษะสูง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.