TikTok รุกอีคอมเมิร์ซ ทดสอบฟีเจอร์ Shopping กับ User ในอินโดนีเซีย

Jul 03, 2022 P.Patikom

เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok จะผสานรวม TikTok เข้ากับการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเร็วๆ นี้

กระแสข่าวดังกล่าวยืนยันได้จาก การที่ TikTok มีการทดสอบการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอินโดนีเซีย โดยบรรดา User ในอินโดนีเซียสามารถเข้าถึงแท็บ 'Shop (ร้านค้า)' ใหม่ในแอป ซึ่งอยู่ข้างฟีด 'For You (สำหรับคุณ)' และ 'Following (กำลังติดตาม)'

นี่แสดงถึง TikTok กำลังทดลองกลุ่มช็อปปิ้งเฉพาะ โดยมีลำดับความสำคัญของ UI (User Interface) มากพอ ๆ กับการสตรีมเนื้อหาหลัก นอกจากนี้ยังมีไอคอน Shopping Cart (รถเข็นใส่สินค้า) ที่ด้านบนขวา เพื่อให้ User สามารถเพิ่มรายการสินค้าที่ซื้อเมื่อเลื่อนดูสินค้า

TikTok ได้เคลื่อนไหวในทิศทางนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการพัฒนาเดียวกันกับที่ ByteDance ใช้สำหรับแอปเวอร์ชันภาษาจีนที่เรียกว่า 'Douyin' รายได้ส่วนใหญ่ของ Douyin ในตอนนี้มาจากการผสานรวมอีคอมเมิร์ซในการสตรีม (Stream) ซึ่งเป็นวิถีทางที่มีคุณค่าสำหรับบรรดาครีเอเตอร์ (Creator) ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในแอป) ในการสร้างรายได้ ผ่านการผสานความร่วมมือกับแบรนด์ในการส่งเสริมการขายแบบออร์แกนิก (Organic Type Promotions) ในแอป

การเพิ่มความสามารถในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซใน TikTok จะช่วยให้ TikTok สามารถแข่งขันกับ Instagram และ YouTube ได้ ในการสร้างรายได้ให้กับบรรดาครีเอเตอร์ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาใน TikTok

ตอนนี้บรรดาครีเอเตอร์ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสามารถทำเงินได้มากขึ้นบน YouTube ผ่านโปรแกรม YouTube’s Partner Program ซึ่งจ่ายเงินหลายพันล้านให้กับบรรดาครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมทุกปี ซึ่งนี่อาจกลายเป็นข้อกังวลสำหรับ TikTok เพราะบรรดาครีเอเตอร์ดาวเด่นผู้สร้างสรรค์เนื้อหาที่ได้รับความนิยมใน TikTok ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก จะมุ่งไปหาแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลอื่นที่พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด

และถ้า TikTok ไม่สามารถสร้างผลประโยชน์คือรายได้ที่ดีให้กับพวกเขา เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า อาจทำให้พวกเขาลดลำดับความสำคัญของ TikTok

ดังนั้น นี่จึงน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ByteDance จำเป็นต้องสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซใน TikTok ในขณะที่ยังเป็นการสร้างรายได้มากขึ้นและโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นให้กับ TikTok ด้วย และช่วยให้ ByteDance ได้ประโยชน์ด้านรายได้จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแอป

ByteDance กำลังกระตือรือร้นที่จะหารายได้เพิ่มขึ้น บริษัทได้ลดพนักงานหลายพันคนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุนครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดจากกฎระเบียบของรัฐบาลจีน ที่กำลังควบคุมอย่างเข้มงวดต่อภาคธุรกิจการสตรีมสด (Live-streaming) วิดีโอเกม (Gaming) และ โซเชียลมีเดีย (Social Media)

ในความพยายามที่จะลดอิทธิพลของแพลตฟอร์มสตรีมมิงสด (Live-streamung) และควบคุมแพลตฟอร์มเทคโนโลยี CCP (Chinese Communist Party – พรรคคอมมิวนิสต์จีน) ได้กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถออกอากาศได้ในการสตรีมสด ควบคุมเรื่องผู้คนสามารถใช้จ่ายออนไลน์ได้เท่าใด และควบคุมเรื่องเวลาว่าเมื่อใดที่ผู้คนสามารถรับชมได้ โดยเฉพาะบรรดา User ที่อายุน้อย 

กฎระเบียบและข้อจำกัดที่เข้มงวดเหล่านี้ ทำให้บรรดาธุรกิจต่างๆ ต้องประเมินกันใหม่เกี่ยวกับการใช้ Douyin ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้บีบโอกาสในการสร้างรายได้ของ ByteDance เจ้าของ Douyin ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยในวงกว้าง งบดุลของบริษัทก็ดูไม่ดีเท่าที่เคยเป็นมา

ดังนั้น TikTok จึงมีแนวโน้มว่า จะสร้างโอกาสอันมีค่าที่สุดให้กับ ByteDance ในการสร้างรายได้เพิ่ม และ ByteDance ต้องรีบทำก่อนที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอื่นๆ จะทำตามสิ่งที่จีนทำ และสร้างข้อจำกัดที่คล้ายคลึงกันในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และกิจกรรมสตรีมสด

อย่างไรก็ตาม นอกประเทศจีน ByteDance ก็เผชิญปัญหาที่กระทบ TikTok ในบางประเทศ ในสหรัฐอเมริกา TikTok อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับอันตรายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดย FCC (Federal Communications Commission - คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ) ของสหรัฐฯ ล่าสุดในสัปดาห์นี้เอง FCC เพิ่งเรียกร้องให้ Apple และ Google ลบแอป TikTok ออกจากร้านแอป (App store) ของ Apple และ Google เนื่องจากความกังวลว่า ทางการจีนจะใช้แอปนี้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลในสหรัฐฯที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ

แต่ ByteDance ยังคงกระตือรือร้นที่จะก้าวไปข้างหน้า และสร้างรายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จาก TikTok

ByteDance ยังทำงานกับ TikTok มากขึ้นในสหรัฐฯ เพื่อรวมชุดเครื่องมือสำหรับการทำอีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ รวมถึงตัวเลือกการชำระเงิน พร้อมกับการผสานความร่วมมือทำธุรกิจกับ Shopify หนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหญ่ของสหรัฐฯ และรวมทั้งผสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ด้วย ซึ่งอาจนำเสนอโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นในอนาคต ทั้งกับ User ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาใน TikTok และกับ ByteDance เองที่เป็นเจ้าของ TikTok

Cr : Social Media Today

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.