ไม่ใช่แค่ตลาดไทย แม็คโครมองไกล วางเป้าเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกของเอเชีย

Jul 03, 2022 R.Somboon

แม็คโคร เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดันกลุ่มธุรกิจสู่ผู้นำค้าส่งค้าปลีกแห่งเอเชีย พร้อมเดินหน้า ขยายสาขารุกตลาดเอเชีย ด้วยแผนการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น 1 ในยุทธศาสตร์สำคัญที่แม็คโครวางไว้สำหรับการ รองรับการขยายตัวของชุมชนและธุรกิจร้านอาหารที่กำลังกลับมาฟื้นตัว  ส่วนในต่างประเทศมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคอาเซียนเป็นหลัก ปัจจุบัน แม็คโครมีสาขาในต่างประเทศรวม 7 สาขา ใน กัมพูชา, เมียนมา, อินเดีย และ จีน

สาขาทั้ง 7 สาขาที่กระจายอยู่ในต่างประเทศนั้น ประกอบไปด้วย กัมพูชา 2 สาขา เมียนมา 1 สาขา อินเดีย 3 สาขา และ จีน 1 สาขา ที่เมืองกว่างโจว โดย มีรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของรายได้รวม ความน่าสนใจของการขยายสาขาในต่างประเทศช่วงที่ผ่านมาก็คือ การมีกระแสข่าวสนใจที่จะซื้อธุรกิจของเมโทร (Metro) โดยสำนักข่าว The Economic Times India มีการเผยแพร่ข่าวว่า Metro AG ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีก-ค้าส่ง สัญชาติเยอรมนี มีแผนขายกิจการห้างค้าส่ง Metro ในประเทศอินเดีย ด้วยมูลค่าประมาณ 1,500-1,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 52,000-61,000 ล้านบาท

Metro Cash and Carry India มีสาขาทั้งหมด 31 สาขาดำเนินการในอินเดีย มาตั้งแต่ปี 2019 (ปี 2562) เป้าหมายลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและโรงแรม ขณะที่กลุ่มซีพีมีกิจการด้านค้าส่ง  เช่นเดียวกันภายใต้ชื่อว่า Lot’s มีสาขาในอินเดียทั้งหมด 3 สาขา หากดีลนี้สำเร็จ จะทำให้แม็คโคร สามารถสร้างการเติบโตของทั้งจำนวนสาขาและยอดขายได้แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

สำหรับในบ้านเราในปี 2564 ที่ผ่านมา แม็คโคร มีสาขารวมกันประมาณ 144 สาขา สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแผนการขยายสาขานั้น แม็คโครจะเน้นให้ความสำคัญกับการขยายสาขาขนาดกลางและเล็ก โดยเฉพาะสาขาในรูปแบบของ Food Service ที่โอกาสทางการตลาดยังเปิดค่อนข้างกว้าง

การจัดโครงสร้างที่ลงตัวหลังการควบรวมโลตัสเข้ามาอยู่เครือ จะทำให้สยามแม็คโคร ธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีกและค้าส่ง โดยในส่วนของโลตัสนั้น จะเน้นไปที่การขยายสาขาของโลตัส โกเฟรช ซึ่งเป็นค้าปลีกในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ซึ่งจะมีการขยายสาขาให้ครอบคลุมมากขึ้นหลังจากในปีที่ผ่านมามีตัวเลขสาขารวมกันอยู่ที่ประมาณกว่า 1,600 สาขา โดยแผนการขยายสาขาของสยามแม็คโครในช่วง 5 ปีถัดจากนี้ไป จะมีการทุ่มงบประมาณ 130,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะลงทุนขยายสาขาและด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้ในสโตร์ให้มากขึ้น แบ่งเป็นเงินลงทุนของแม็คโครประมาณ 60,000 ล้านบาท และโลตัสประมาณ 70,000 ล้านบาท

ขณะที่แม็คโครเอง จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบ Omni Channel เชื่อมโยงระหว่างออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) อย่างครบวงจร ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น MakroClick และ maknet ซึ่งเป็น B2B Marketplace หรือตลาดค้าส่งออนไลน์ที่ครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยเพิ่มทีมงานคนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า และผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจและสร้างผลกำไรมากขึ้น ซึ่งข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นปี 2564 แม็คโครมีสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทาง Omni Channel ถึง 12% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วนเพียง 7.5% 

ทั้งหมดจะเป็นกลยุทธ์ที่เข้ามาสอดรับและช่วยเพิ่มแรงส่งในการก้าวออกไปเติบโตอย่างแข็งแกร่ง....

 

makro

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.