5,160
VIEWS

“คลังพลาซ่า” กับบทเรียน ทำไมห้างภูธรถึงพ่ายสงครามค้าปลีกโคราช

Jun 07, 2022 R.Somboon

กลายเป็นข่าวฮือฮาทั่วโคราชกับการประกาศปิดตัวเองพร้อมยุติการให้บริการของห้างคลังพลาซ่า สาขาอัษฎางค์ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ถือเป็นการยุติบทบาทของผู้ประกอบการที่เป็นหนึ่งในตำนานของห้างสรรพสินค้าภูธรที่อยู่ในตลาดมายาวนานกว่า 40 ปี

เหตุผลของการปิดตัวเองที่ผู้บริหารของคลังพลาซ่าให้ไว้นั้น มาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยมีการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจการค้าโลก ประกอบกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ปลายปี 2562 ถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะมีความยากลําบากมากขึ้น จากสงครามและมาตรการคว่ำบาตรซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในขณะนี้

จากภาวะดังกล่าวส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าเป็นอย่างมาก บริษัท คลังพลาซ่า จํากัด ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะประคับประคองสถานการณ์ แต่จากระยะเวลาที่ยาวนาน บริษัทประสบภาวะขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤต ขาดสภาพคล่องทางการเงินในการดําเนินธุรกิจ คณะผู้บริหารได้พิจารณาเห็นว่ามีความจําเป็นต้องปิดการให้บริการห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่า และเลิกจ้างพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป

คลังพลาซ่า สาขาอัษฎางค์ เป็นสาขาที่ 2 ที่ถูกปิดตัวลง ก่อนหน้านั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ก็ได้ประกาศปิดบริการคลังพลาซ่า จอมสุรางค์ ซึ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่ของคลังพลาซ่า โดยเปลี่ยนรูปแบบกิจการ “คลังพลาซ่าจอมสุรางค์” เป็น “ARPAYA” หรือจากช้อปปิ้งมอลล์ สู่ มิกซ์ยูส “อาภาญา” โครงการที่รวมอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั้งอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า รวมทั้งแหล่งเรียนรู้การศึกษา

“คลังพลาซ่า” ถือเป็นตำนานห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น ก่อตั้งโดย ไพศาล มานะศิลป์  โดยเริ่มต้นจากการเปิดร้านขายเครื่องเขียนในนามคลังวิทยา ก่อนที่จะขยายมาทำเป็นห้างสรรพสินค้า ในปี 2519 ถือเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกที่มีบันไดเลื่อนของภาคอีสาน และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกของห้างสรรพสินค้าภูธรที่เคยรุ่งเรืองอย่างมากในยุคก่อนปี 2530

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของคลังพลาซ่าสาขาแรก ที่เป็นผลพวงมาจากในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในจังหวัดนครราชสีมามีการขยายตัวค่อนข้างดี จึงมีการลงทุนขยายสาขาเพิ่มบริเวณตรงข้ามโรงภาพยนตร์เฉลิมวัฒนารามา เยื้องลานย่าโม ริมถนนจอมสุรางค์ยาตร เป็นห้างสรรพสินค้า ”คลังพลาซ่า สาขาอัษฏางค์” เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคอีสานในขณะนั้น

หากมองย้อนไปร่วมทศวรรษที่แล้ว ห้างสรรพสินค้าภูธร มีบทบาทมาก เพราะห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ในแต่ละจังหวัด จะเป็นช่องทางขายสมัยใหม่ในช่วงนั้นที่เข้ามาเกี่ยวพันกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนต่างจังหวัด ทั้งสินค้าในส่วนที่เป็นเสื้อผ้า แฟชั่น ของใช้ส่วนตัว และสินค้าในแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต

ห้างภูธรเหล่านั้น กลายเป็นสัญลักษณ์คู่กับจังหวัดแต่ละจังหวัดไปแล้วในช่วงเวลากว่า 30 ปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลานั้น เส้นแบ่งระหว่างห้างสรรพสินค้าภูธรกับห้างในส่วนกลาง มีออกมาอย่างชัดเจนผ่านไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่ม ที่มีความแตกต่างเป็นตัวแบ่ง และห้างในต่างจังหวัดที่เรารู้จักจึงมีออกมาในลักษณะของการเป็นห้างของคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ห้างตันตราภัณฑ์ แห่งเชียงใหม่ เจริญศรี พลาซ่า จังหวัดอุดรธานี ห้างคลังพลาซ่า โคราช ห้างไดอานา หาดใหญ่ หรือยิ่งยง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น

การมีบทบาทสำคัญของห้างภูธร ทำให้มีการรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมห้างสรรพสินค้าภูธร หรือพีดีเอส ที่รวบรวมเอานายห้างที่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ๆ ในช่วงเวลานั้นเข้ามาอยู่ในชมรม เพื่อทำกิจกรรมพร้อมกับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของแนวคิดการทำค้าปลีกในรูปแบบต่างๆ

แต่เมื่อต่างจังหวัด มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผู้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตร ราคาที่ดิน ทำให้เกิดคนชั้นกลางที่มีการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสังคมเมืองทั่วไป ทำให้มุมมองของกลุ่มทุนค้าปลีกจากส่วนกลางที่มีต่อคนต่างจังหวัดเปลี่ยนไป

ยิ่งความเป็น Urbanization หรือความเป็นอยู่แบบสังคมเมือง แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นตัวที่เข้ามากวักมือเรียกให้ยักษ์ค้าปลีกเหล่านี้เร่งขยายการลงทุนเข้าไปเพื่อรองรับกับการเติบโตดังกล่าว

ที่เห็นภาพชัดเจนสุดก็มีกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีการขยายสาขาของตัวเองออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันครั้งใหญ่ จากเดิมที่ห้างภูธรเหล่านั้นจะแข่งขันกันเอง หรือไม่ก็แข่งกับผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าปลีกรูปแบบเดิมที่อยู่ในพื้นที่

ก่อนปี 2540 ภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นนั้น ทำให้ห้างภูธรหลายรายมีการเร่งการเติบโตผ่าน Financial Force โดยใช้วิธีการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าในประเทศมาขยายการลงทุนของตัวเองให้เป็นห้างขนาดใหญ่แบบวัน สต็อป ช้อปปิ้ง ที่มีทั้งตัวห้างสรรพสินค้า และช้อปปิ้งพลาซ่า

ทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะหลังค่าเงินบาทลอยตัวในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ต้นทุนเงินกู้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เข้ามาทำให้ห้างภูธรบางห้างต้องหายไปจากตลาด

ตัวอย่างห้างดังที่ปิดตัวเองลงในช่วงเวลานั้นก็คือห้างสรรพสินค้าตันตราภัณฑ์ ห้างสีสวนพลาซ่า และห้าง ส.การค้า ซึ่งเป็น 3 ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่

 

ผลกระทบที่ตามมาหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ก็คือเป็นช่วงเวลาที่เกิด “โมเดิร์นเทรด เอฟเฟกต์” เพราะการเร่งขยายสาขาของยักษ์โมเดิร์นเทรดอย่างบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส  เข้ามาส่งผลกระทบไม่น้อยต่อการดำเนินธุรกิจของห้างภูธร เพราะมีบางส่วนที่ต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่เหล่านั้น โดยเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต

ทำให้เราได้เห็น การปรับตัวของห้างภูธรหลายๆ ห้างที่รอดจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ไล่ตั้งแต่

1.การโฟกัสไปที่จุดแข็งของความเป็นห้างสรรพสินค้าของตัวเอง ที่ขายสินค้ามีแบรนด์ แตกต่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ต

2.ในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เร่งสร้างความต่างด้วยสินค้าประเภทอาหารสดที่มีคุณภาพเหนือกว่า ในราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

3.มีบางราย อาทิ แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์  แฟรี่ พลาซ่า ขอนแก่น และไดอาน่า หาดใหญ่ ที่มีมุมมองแตกต่างออกไป โดยแทนที่จะแข่งขันก็ดึงมาเช่าพื้นที่ในห้างของตัวเองเสียเลย ซึ่งยักษ์ใหญ่เหล่านั้นต้องการอยู่แล้ว เพราะโลเคชั่นของห้างภูธรแต่ละรายส่วนใหญ่จะอยู่ในใจกลางเมือง

แต่ผลกระทบในระลอกที่ 3 ถือว่ารุนแรงสุด เพราะการเติบโตของต่างจังหวัด ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของบ้านเราพากันขยายการลงทุนในรูปแบบของการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่มีครบทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกรูปแบบต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยสเกลการลงทุนที่มีขนาดใหญ่กว่า ทำให้ส่งผลกระทบโดยตรงกับห้างสรรพสินค้าภูธรหลายรายที่ยักษ์ใหญ่จากส่วนกลางขยายการลงทุนเข้าไป

ยิ่งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะกับช่วงของการเกิดการระบาดของโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรงก็ยิ่งทำให้ยอดขายที่เคยมีเข้ามาบ้างต้องหายไป ซึ่งนั่นยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการตัดสินใจยุติธุรกิจของตัวเองลง

ไม่เพียงแค่คลังพลาซ่าที่ต้องเลิกกิจการ ก่อนหน้านั้น ยังมีห้างลัคกี้ แห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็น 1 ใน 2 ของห้างท้องถิ่นในจังหวัด (อีกรายคือห้างสหไทย) ที่ประกาศปิดตัวเองลง

ทิ้งไว้แต่ความเป็นตำนานของห้างสรรพสินค้าภูธร.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.