KCG ส่งนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตรับเมกะเทรนด์โลก

Jun 06, 2022 -None-

อุตสาหกรรมอาหารกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังงาน 'THAIFEX-ANUGA ASIA 2022'  ซึ่งแต่ละค่ายปล่อยหมัดเด็ดออกสู่ตลาดสร้างความตื่นเต้นให้กับอุตสาหกรรมไม่น้อย เช่นเดียวกับ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ KCG ผู้นำในการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแดรี่โปรดักส์ เบเกอรี่ และอาหารตะวันตก ที่ส่ง 4 นวัตกรรมใหม่ รับเทรนด์อาหารแห่งอนาคตเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น 'HEMP, Keto, Plant Based, Dairy Snack'

ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานต้องยกให้กับเนยกัญชง เนย MCT ซึ่งทาง KCG มีความภูมิใจที่ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารนวัตกรรม ประจำปีนี้ และชีสแพลนท์เบสเชดดาร์ รวมไปถึง สินค้าแครี่ในรูปแบบสแน็คที่ตอบโจทย์ความสะดวกทานและราคาที่จ่ายง่าย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ ในตลาดอาหารและเครี่องดื่มทีมีขนาดกว่า 180,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้การซื้อกิจการ 'อินโดกูนา (ประเทศไทย)' ก็ยังเข้ามาช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอส่วนของอาหารสด เนื้อสัตว์และซีฟู้ด ถือเป็นการขยายฐานและเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจอาหารครบวงจรเพื่อสนับสนุนลูกค้า Horeca สู่ความสำเร็จ

“กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพกำลังเป็นกระแสที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในระดับโลก ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกมีความตื่นตัว มุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเพื่อรับเมกะเทรนด์โลก ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช หรือ Plant Based กลุ่มผลิตภัณฑ์ Keto และกลุ่มผลิตภัณฑ์กัญชง ซึ่งเป็นอาหารทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ” ตง ธีระนุสรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ KCG ผู้นำด้านเบเกอรี่และอาหารตะวันตกของประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ อิมพีเรียล และอลาวรี่ และนำเข้าสินค้ากว่า 40 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก เปิดเผย

สำหรับ 4 นวัตกรรมใหม่ที่ KCG ปล่อยออกมาเพื่อสร้างปรากฎการณ์ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่

นวัตกรรมจากกัญชง ผลิตภัณฑ์เนยกัญชง ภายใต้แบรนด์อิมพีเรียล (Imperial HEMP Spreadable Butter) และเนยกระเทียมกัญชง ภายใต้แบรนด์อลาวรี่ (Allowrie Garlic Butter with HEMP Oil) ผลิตภัณฑ์ทำจากน้ำมันกัญชง ซึ่งเป็นแหล่งโอเมก้า 3,6,9 ที่ดี และมีเทอร์ปีน (Terpenes) ช่วยให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับทาขนมปัง

นวัตกรรม Keto เทรนด์สุขภาพที่มาแรง KCG นำเสนอ Butter MCT เนยทำจากน้ำมันมะพร้าวที่มีไตรกลีเซอไรด์สายกลาง (MCT) เป็นไขมันอิ่มตัวสายกลางที่ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานโดยไม่สะสมเป็นไขมันส่วนเกิน พร้อมทั้งยังมีสินค้าใหม่หลากหลายรายการ อาทิ ขนมปังโทสต์เนื้อนุ่ม ขนมปังแซนด์วิชสไลด์บาง และแป้งพิซซ่าสำเร็จรูป เป็นต้น

นวัตกรรมโปรตีนจากพืช หรือ Plant Based เทรนด์อาหารสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากกลุ่มผู้บริโภค ด้วยรสชาติที่มีความใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ และเหมาะกับการเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำจากพืช 100%

นวัตกรรมสินค้ากลุ่มแดรี่ในรูปแบบแสน็ค หรือ Dairy Snack เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่KCGได้พัฒนาสินค้าแดรี่ออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคในรูปแบบสแน็คพร้อมทาน รวมถึงไปการสร้างสีสันด้วยการนำเสนอแพ็คเกจสินค้าที่พัฒนากับคาร์แรคเตอร์ไลเซนระดับโลก

นอกจากนวัตกรรมทางด้านแดรี่แล้วบริษัทฯยังเตรียมนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต ที่ตอบความต้องการของผู้บริโภคทางด้านสุขภาพและความสะดวกสบาย (Health & Convenice) ได้แก่ แบรนด์ Bakers'choice แครกเกอร์น้ำตาล 0% ผลิตภัณฑ์มินิคุ้กกี้ ที่พัฒนาให้เติมเต็มคุณค่าโภชนาการครบครันทั้งมีแคลเซียมและดีเอชเอ โอเมก้า 3 ร่วมดำเนินกลยุทธ์การตลาด Collaboration นำคาแร็คเตอร์การ์ตูนดังระดับโลกมาสร้างสีสันทางการตลาด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“KCG เป็นบริษัทชั้นนำในการสร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับรสชาติอาหาร ผลิตภัณฑ์จากนมและอาหารตะวันตก ที่ทั้งผลิตและจำหน่ายรวมทั้งคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีจากทั่วโลก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพสู่ผู้บริโภคและสร้างความสำเร็จเชิงธุรกิจให้กับคู่ค้า Horeca ทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง บริษัทฯ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์การขยายกิจการ โดยเข้าซื้อกิจการบริษัท อินโดกูนา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารสดและอาหารแช่แข็งเนื้อสัตว์ ซีฟู้ด ชั้นนำในประเทศไทยโดยมีสินค้ามากกว่า 300 รายการ เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมจากผลิตภัณฑ์แดรี่โปรดักส์ไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสด สร้างความแข็งแกร่งให้กับ KCG และตอกย้ำผู้นำผลิตภัณฑ์อาหารครบวงจร และเพิ่มโอกาสในการรุกขยายตลาด Horeca ในประเทศไทย” ดร.วาทิต ตมะวิโมกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเสริม

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมแล้วปีนี้ KCG ยังมีการปรับในเรื่องของช่องทางในการจัดจำหน่ายลูกค้าแบบ B2C โดยเน้นที่ช่องทางการขาย Online ซึ่งจะเติบโตถึง 300% และช่องทางร้านสะดวกซื้อซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกค้า B2B เน้นการให้บริการสร้างเมนูที่เหมาะสมให้กับลูกค้าที่เป็นโรงงานผลิตเบเกอรี่และให้บริการกับร้านเบเกอรี่ขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงเตรียมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและการบริการที่ยืดหยุ่นให้กับลูกค้า Horeca ซึ่งจะกลับมาเติบโตขึ้นอย่างมากหลังโรคระบาด

Innovation

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.