4,564
VIEWS

“เซ็นทรัล” ทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล กินแชร์กันเองกับ “โรบินสัน ไลฟ์สไตล์”

May 31, 2022 R.Somboon

ถ้ามองเข้ามาที่การทำศูนย์การค้าในกลุ่มของเซ็นทรัลแล้ว พบว่า มีการแยกกันทำตลาดภายใต้บริษัทในเครือ โดยถ้าเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่จะทำภายใต้การบริหารของเซ็นทรัลพัฒนาที่มีแบรนด์ศูนย์การค้าคือเซ็นทรัล เฟสติวัล ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และอื่นๆ รวม 37 ศูนย์ทั่วประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น หลังการเทกโอเวอร์บริษัทสยามฟิวเจอร์ หรือเอสเอฟ ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาได้ศูนย์การค้าขนาดเล็กที่เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ เข้ามาอยู่ในเครืออีก 16 ศูนย์ ซึ่งจะเติมเต็มการรุกตลาดได้เป็นอย่างดี

ส่วนศูนย์การค้าขนาดกลางและเล็กที่เจาะเข้าไปในจังหวัดกลาง - เล็ก จะอยู่ภายใต้การดูแลของเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ที่มีแบรนด์ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ และท็อปส์ พลาซ่า อยู่ในเครือ

และสุดท้ายจะเป็นศูนย์การค้าที่บริหารภายใต้กลุ่มเซ็นทรัลเอง ซึ่งจะเป็นการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัล ทำศูนย์การค้าที่แตกต่างจากบริษัทในเครือทั้ง 2 ราย รวมถึงการบริหารพื้นที่ค้าปลีกที่มีอยู่เดิม โดยกลุ่มเซ็นทรัลมีศูนย์การค้าในเครืออยู่ 10 แห่ง อาทิ ศูนย์การค้าในรูปแบบของไลฟ์สไตล์โอเพ่นมอลล์ที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ ปอร์โต เดอ ภูเก็ต โครงการตลาดจริงใจที่จังหวัดเชียงใหม่ เซ็นทรัล วงศ์สว่าง ที่ปัจจุบันรีแบรนด์เป็นมาร์เก็ตเพลส

โครงการที่ประกาศลงทุนล่าสุดคือศูนย์การค้าวงศ์อำมาตย์ บีช วิลเลจ เนเชอรัล บีช ปาร์ค แอนด์ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าริมชายหาดแห่งแรกของบ้านเรา

 

การรุกทั้งหมด เมื่อมองไปแล้วจะพบว่า สิ่งที่น่าจับตามองน่าจะอยู่ที่การขยายศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เริ่มขยายเข้าไปในจังหวัดขนาดกลางที่มีศักยภาพและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่า มีบางพื้นที่ที่มีศูนย์การค้าขนาดกลางอย่างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เปิดให้บริการอยู่ก่อนหน้าแล้ว

ความน่าสนใจจึงอยู่ที่จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ทั้ง 2 ศูนย์การค้ามีการแย่งส่วนแบ่งกันเอง แน่นอนว่า เป็นเรื่องที่ยากที่จะไม่ดึงลูกค้าที่เคยช้อปหรือเดินอยู่ในศูนย์เดิมให้มาเดินศูนย์ที่เปิดใหม่ เพราะหลายๆ โลเคชั่น เป็นการเปิดที่มีระยะห่างกันไม่มาก แต่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคสามารถจับต้องตำแหน่ง หรือสิ่งที่นำเสนอที่ทั้ง 2 ศูนย์พยายามสร้างความแตกต่างกันให้ได้

กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงน่าจะอยู่ที่การเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 37 ของเซ็นทรัลพัฒนาที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เปิดให้บริการมาก่อนหน้านั้นถึง 15 ปี

 

ทีนี้ ลองมาดูความแตกต่างของศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี กับโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ดูบ้างว่าทั้งคู่วางกลุ่มเป้าหมายตลอดจนการทำศูนย์การค้าอย่างไรให้แตกต่างและไม่แย่งแชร์กันเอง

1.โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ถูกพัฒนาต่อยอดจากห้างสรรพสินค้าโรบินสันที่เข้ามาเปิดในจังหวัดจันทบุรีก่อนหน้านั้นกว่า 20 ปี โดยปรับมาเป็นศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เมื่อราว 15 ปีที่ผ่านมาเป็นศูนย์การค้าแบบปิดที่เน้นในเรื่องของช้อปปิ้ง และการใช้ชีวิตนอกบ้านทั้งรับประทานอาหาร และเอนเตอร์เทนเม้นต์ รวมถึงบริการในรูปแบบต่างๆ

ขณะที่เซ็นทรัล จันทบุรี จะเป็นศูนย์การค้าแนวมิกซ์ยูส ที่ทั้งโครงการจะประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม และที่พักอาศัย บนพื้นที่ 46 ไร่ ซึ่งจะเปิดแบบเต็มเฟสภายใน 5 ปี โดยนำร่องด้วยศูนย์การค้าเป็นเฟสแรกก่อน

เช่นเดียวกับการเป็นศูนย์การค้าแนว Semi Outdoor ที่ผสมผสานระหว่างศูนย์การค้าแบบปิดและแบบเปิดเข้าด้วยกัน โดยให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต ไม่ได้เน้นแค่การช้อปปิ้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

เซ็นทรัล จันทบุรี ถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นศูนย์การค้าในรูปแบบของ Semi Outdoor ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 3 ของเซ็นทรัลพัฒนาต่อจาก เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล ศรีราชา โดยเป็นมากกว่าศูนย์การค้า ด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ถึง 4 ไร่ เพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะให้กับเมือง ประกอบด้วย Running Track, จุดจอดจักรยาน, เครื่องออกกำลังกาย, Social Park, Family & Pet Playground, Café และยังเป็นโครงการแรกในต่างจังหวัดที่ทำ Completed Sport Destination ด้วยพื้นที่ Multi-Purpose กว่า 4,000 ตร.ม.

2.กลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน โดยเซ็นทรัล จันทบุรี จะมีกลุ่มเป้าหมายระดับบน ขณะที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จะจับลูกค้าระดับกลาง โดยเซ็นทรัล จันทบุรี จะเน้นที่กลุ่มเป้าหมาย 1.8 ล้านคน กระจายอยู่ในจังหวัดจันทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างปราจีนบุรี และตราด รวมถึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ซึ่งจะเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาลหรือเรื่องของสุขภาพ ทั้งหมดจะเป็นกลุ่ม Top Spenders ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าของโรบินสัน ไลฟ์สไตล์

ความแตกต่างนี้ ถูกทำให้จับต้องได้ง่ายขึ้นผ่านมิกซ์ของศูนย์การค้า โดยเฉพาะการเลือกแบรนด์ที่จะเข้ามาเปิด ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาทิ Uniqlo, Jaspal, Lyn, CC OO, CPS : Adidas, Skechers, Converse, Crocs, Havaianas และ Beautrium แบรนด์บิวตี้ครั้งแรกในจังหวัด

เช่นเดียวกับแบรนด์ร้านอาหารที่เป็นแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังที่เข้ามาเปิดในจังหวัดจันทบุรีเป็นครั้งแรก อาทิ Bonchon, AKA, Sizzler, FUJI, CoCo Ichibanya, Oishi Biztoro, KOI The, KAMU KAMU, Krispy Kream, FRESH ME, BEAR MILK STICK, และ Mihimihi เป็นต้น

 

3.แมกเน็ตภายในศูนย์ที่เป็นห้างสรรพสินค้ายังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จะมีห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เป็นแมกเน็ตหลัก

ขณะที่เซ็นทรัล จันทบุรี จะเป็นการนำห้างสรรพสินค้าแนวใหม่ภายใต้แบรนด์ Showcase ที่พัฒนาโดยเซ็นทรัลพัฒนาเอง โดย Showcase เป็นห้างสรรพสินค้าแนวใหม่ ที่รวบรวมแบรนด์เข้าไปเปิดในพื้นที่ Showcase ที่มีประมาณ 1,000 ตางรางเมตร เป็นการนำแบรนด์ชื่อดังไปเปิดในพื้นที่ดังกล่าวที่มีการดีไซน์ให้กลมกลืนไปกับพื้นที่ในศูนย์การค้าโดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่างห้างสรรพสินค้ากับศูนย์การค้า เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ในเรื่อง Retail Blur the Line ที่ลูกค้าไม่ต้องการมีเส้นแบ่งระหว่างศูนย์การค้ากับห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ที่ถูกดีไซน์ให้กลมกลืนกันกับพื้นที่ศูนย์การค้า โดยมีทั้งแฟชั่นแบรนด์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ นำมาวางขายในพื้นที่ของ Showcase

เซ็นทรัลพัฒนา เปิดห้างสรรพสินค้า Showcase ไปแล้ว 2 แห่งที่เซ็นทรัล อยุธยา และศรีราชา โดยที่อยุธยา จะมีห้างสรรพสินค้า 2 แบรนด์ในศูนย์คือ โรบินสัน และ Showcase

4.เซ็นทรัล จันทบุรี เป็น Centre of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตมากกว่า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ที่เน้นในเรื่องของการ ช้อปปิ้ง โดย เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารทรัพย์สินของเซ็นทรัลพัฒนา บอกว่า ทั้งหมดจะตอบโจทย์เรื่องของการเป็น Centre of Life ตามแนวทางของการทำศูนย์การค้าโดยมีการดีไซน์ให้เป็น Centre of Well – being ที่ให้พื้นที่สวนถึง 4 ไร่ เป็นการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะให้กับเมือง ประกอบด้วย Running Track, จุดจอดจักรยาน, เครื่องออกกำลังกาย, Social Park, Family & Pet Playground, Café และยังเป็นโครงการแรกในต่างจังหวัดที่ทำ Completed Sport Destination ด้วยพื้นที่ Multi-Purpose กว่า 4,000 ตร.ม.เพื่อให้เป็น Sport Destination ของคนจันทบุรี ขณะเดียวกันก็มีการดึง Local Essence ของจังหวัดจันทบุรี เข้ามาเป็นแกนหลักในการดีไซน์บรรยากาศภายในศูนย์การค้า ซึ่งถือเป็นแนวทางของการทำตลาดศูนย์การค้าที่จะเชื่อมโยงความเป็นท้องถิ่นเข้าไปในการดีไซน์ศูนย์การค้า

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.