จับตาเกมใหม่ “ชาเขียว” โออิชิ กรีนที เพิ่มช่องทางขายผ่านร้านเคเอฟซี

May 26, 2022 R.Somboon

โดยปกติ ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มจะมีช่องทางขายหลักๆ ผ่านร้านค้าปลีกที่มีสัดส่วนของการขายผ่านโมเดิร์นเทรดประมาณ 55% และการขายผ่านร้านโชวห่วยหรือเทรดิชั่นนัลเทรด อีก 45%

แต่ช่องทางขายใหม่ที่น่าจับตามองน่าจะอยู่ที่การขายผ่านเชนร้านอาหาร ที่ล่าสุดผู้นำตลาด คือโออิชิ เริ่มขยับเข้าไปขายผ่านเชนร้านอาหาร QSR หรือ Quick Service Restaurant อย่างร้านเคเอฟซี แล้ว โดยเป็นการขายผ่านเครื่องกดในร้าน เคเอฟซีที่เป็นในส่วนที่บริษัท คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เช่นเดียวกับโออิชิ โดย คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ถือเป็นแฟรนไชส์รายที่ 3 ที่ได้สิทธิ์จาก ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เจ้าของ  แฟรนไชส์แบรนด์เคเอฟซี

โออิชิ เริ่มต้นในการนำชาเขียวโออิชิ รสฮันนี่ เลม่อน หรือน้ำผึ้งมะนาว และชาเขียว ส้มยูซุ เข้าไปขาย โดยเริ่มจาก 50 สาขาก่อน ซึ่งเป็นเสมือนกับการเทสต์ไปในตัวก่อนที่จะขยายสาขาเพิ่มตามมาในสเตปต่อไป ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มประเภทไม่อัดลมที่เป็นชาพร้อมดื่มตัวที่ 2 ต่อจากชาลิปตัน

 แม้จะมีต้นทุนในการนำสินค้าเข้าไปวางขายค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ได้กลับมาน่าจะส่งผลดีต่อแบรนด์ชาเขียวโออิชิ โดยตรง เพราะไม่ใช่แค่การเป็นตัวช่วยในการเพิ่มยอดขายจากรูปแบบการดื่มใหม่ๆ นอกเหนือจากการขายชาเขียวแบบขวดในช่องทางร้านค้าปลีกแบบเดิมแล้ว สิ่งที่ได้กลับมายังมีเรื่องของ Brand Visibility ที่เมื่อหักกลบหนี้จากเรื่องของต้นทุนการขาย และต้นทุนการตลาดแล้ว แม้จะมีมาร์จิ้นจากการขายไม่มาก แต่ก็ได้รีเทิร์นกลับมาในเรื่องของแบรนด์ค่อนข้างดี

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการกินอาหารประเภทไก่ทอดทั้งเผ็ดและไม่เผ็ดนั้น ในอดีตจะมีเพียงเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เพียงตัวเดียวที่เข้ามาเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มคู่กับอาหารประเภทนี้ แต่ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ อย่างชาเขียว เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค

เมื่อหันมามองที่ตัวโออิชิเองก็พยายามที่จะสร้างให้ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มแก้วที่ 2 คู่กับน้ำอัดลมในกรณีที่ลูกค้ามามากกว่า 1 คน และมีบางคนที่ไม่อยากดื่มน้ำอัดลม และหันมาเลือกดื่มชาเขียวแทน โดยโออิชิ เริ่มมีการทำโปรโมชั่นในรูปแบบของการซื้อแก้วที่ 2 ด้วย

รูปแบบการดื่มดังกล่าว กำลังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่ร้านอาหาร แต่ยังรวมถึงการขายผ่านช่องทางโรงภาพยนตร์ที่โออิชิ ได้สิทธิ์ในการขายผ่านเครือโรงหนังเมเจอร์ โดยคนดูหนังที่ซื้อป๊อปคอร์นเข้าไปกินในโรง เริ่มมีการเลือกโออิชิ เป็นเครื่องดื่มตัวที่ 2 ต่อจากน้ำอัดลมเพิ่มมากขึ้น

การขายผ่านโรงภาพยนตร์จะออกมาในลักษณะที่ใกล้เคียงกับการเข้าไปขายในเชนร้านอาหารตรงที่มีต้นทุนในการขายค่อนข้างสูง แต่ถูกมองด้วยการแทนที่ในเรื่องของต้นทุนการตลาด ทำให้แม้มีมาร์จิ้นหรือกำไรบางมาก แต่ก็คุ้มที่จะนำ     แบรนด์เข้าไปวางขาย

อย่างไรก็ตาม การเลือกที่จะนำแบรนด์เข้าไปวางขายร้านอาหารหรือศูนย์อาหารไหนนั้น ต้องดูทั้งในเรื่องของต้นทุนด้านการขาย และการตลาดด้วย โดยมองว่าจะได้รีเทิร์นกลับมาคุ้มหรือไม่

เช่นเดียวกับเรื่องของแบรนด์ของเชนที่จะเข้าไปว่าแมตช์กับแบรนด์ของตัวเอง หรือมีโพซิชันนิ่งที่ใกล้เคียงกัน และมีภาพลักษณ์ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้แบรนด์ตัวเองหรือไม่ อย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของ Strategy ที่แบรนด์นั้นๆ วางไว้นั่นเอง......

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.