แม็คโคร ทำกำไรไตรมาสแรก 2,050 ล้านบาท โตแข็งแกร่ง 18.3% เร่งต่อยอดธุรกิจ O2O

May 11, 2022 -None-

MAKRO โชว์กำไรสุทธิ ไตรมาสแรกปี 2565 รวม 2,050ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท ขานรับการฟื้นตัวของธุรกิจและผลพวงการรวมกิจการกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ดันยอดขายโตถึง 93.7% หรือกว่า 1 แสนล้านบาทพร้อมเดินหน้ารุกตลาด O2O ต่อยอดธุรกิจออนไลน์ อี-คอมเมิร์ซเสริมศักยภาพสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นในธุรกิจค้าส่งค้าปลีก

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ สายงานบัญชีและการเงินเปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีการเติบโตในระดับที่ดี จากสถานการณ์การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยวของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร   โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท  และมียอดขายเติบโต 106,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 51,400 ล้านบาท หรือ93.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสแรกนี้  เป็นผลมาจากการรวมกิจการกลุ่มธุรกิจค้าปลีกตั้งแต่วันที่25 ตุลาคม 2564 ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจแม็คโครประเทศไทยทั้งการขยายสาขาใหม่ การเปิดแพลตฟอร์มตลาดค้าส่งออนไลน์ maknet สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ธุรกิจแม็คโครต่างประเทศยังมีการเติบโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นใน กัมพูชา อินเดีย และเมียนมาร์รวมถึงธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มโรงแรมร้านอาหารที่ฟื้นตัวจากวิกฤตโรคโควิด-19 และภาคการท่องเที่ยวตลอดจนรายได้จากค่าเช่าและการให้บริการศูนย์การค้าของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก

นางเสาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าว ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยนับจากนี้บริษัทฯ มีแผนงานในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างโอกาสการเติบโตในตลาด O2Oเพื่อขยายธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มค้าส่ง (แม็คโคร) และค้าปลีก (Lotus’s) โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกยังคงต้องเผชิญความท้าทายท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น  สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศและทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนราคาสินค้าและการดำเนินงาน  แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ  ค่าครองชีพสูงที่อาจส่งผลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อรวมถึงกระแสการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่จะส่งผลกับทุกธุรกิจ

ผลการดำเนินงาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.