14,970
VIEWS

โออิชิ “บิงโก” โตแบบไม่สนเศรษฐกิจ

Jan 16, 2018 R.Somboon

แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาจะยังไม่เป็นใจให้กับหลายธุรกิจ แต่กับโออิชิ กรุ๊ปแล้ว กลับมีผลประกอบการที่สวนทางกับเศรษฐกิจที่ในปี 2560 สภาพโดยรวมเศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่สูงนัก ประกอบกับการบริโภคนอกบ้านยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลต่อสภาพตลาดโดยรวม แต่โออิชิ กรุ๊ปสามารถรักษายอดขายได้ในระดับทรงตัว และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมา 

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดขายในปี 2560(1 ต.ค. 2559 – 30 ก.ย. 2560) มีรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 13,551 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% จากปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 6,497 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมา(-0.8%) ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีรายได้ 7,054 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน (-0.4%)

ขณะที่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้นทั้งสองธุรกิจบริษัทได้ผลกำไรสุทธิรวม 1,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นผลกำไรสุทธิจากธุรกิจอาหาร 210 ล้านบาท เติบโต 76.5% เนื่องจากการปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีกำไรสุทธิ 1,233 ล้านบาท เติบโต 22.8% จากการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และการจัดแคมเปญโปรโมชั่นที่โดนใจผู้บริโภค บวกกับการบริหารกำลังการผลิตและการบริหารงบประมาณการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

“เป้าหมายในปีงบประมาณ 2561 โออิชิ มุ่งเน้นรักษาความเป็นผู้นำทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแผนกลยุทธ์หลักคือ Customer Centric โดยมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ผู้บริโภคต้องการ Innovation มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมการตลาดที่โดดเด่น แปลกใหม่ แตกต่าง และสร้างคุณค่าแก่ผู้บริโภค การให้ความสำคัญกับ Digital Transformation โดยใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ และเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายยิ่งขึ้น และสุดท้าย Continue to Build & Support Brand สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พัฒนาแบรนด์ให้ทรงพลัง และติดตรึงใจผู้บริโภค”

ธุรกิจอาหาร

เติบโต ทั้ง Functional และ Emotional

ด้านธุรกิจอาหารนั้น ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากการเดินหน้ายุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการปรับภาพลักษณ์สินค้าและบริการแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจอาหารโออิชิมีผลกำไรเติบโตดีขึ้น ในปีนี้จึงเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลยุทธ์หลักอันสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ได้แก่ (1)Store Expansion มุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกไลฟ์สไตล์ (2) New Brand Concept เปิดแบรนด์ร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ พร้อมมุ่งปรับปรุงภาพลักษณ์ และยกระดับสินค้า-บริการ รวมทั้งตราสินค้าต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น (3)New Innovationพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นและระบบการให้บริการต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และ (4) Sustainable Quality ตอกย้ำคุณภาพสินค้าและบริการ โดยนำ “ระบบประกันคุณภาพ”มาตรฐานGMP – HACCP – ISO 9001:2015มาใช้ในการดำเนินงานของร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิทุกสาขาทั้งในเรื่องความอร่อย คุณภาพ และมาตรฐานอาหารปลอดภัย ซึ่งโออิชิเป็นร้านอาหารรายแรกของประเทศไทยและภูมิภาคทวีปเอเชียที่ผ่านการรับรองระบบประกันคุณภาพดังกล่าวครบทุกสาขา จากบริษัทเอสจีเอส (ประเทศไทย) องค์กรชั้นนำของโลกทางด้านการตรวจสอบและการรับรองระบบ

“ในฐานะผู้นำในตลาดเราต้องเซตเทรนด์ หรือสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับตลาดเชนร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเจนวาย ที่แม้ไม่ยึดติดกับแบรนด์ แต่ก็ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ และให้ความสำคัญกับเรื่องของฟู้ดเซฟตี้ ซึ่งในอนาคตกลุ่มเป้าหมายนี้จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนตลาดมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นในเรื่อง Functional Valueโฟกัสในด้านคุณภาพวัตถุดิบและบริการ ควบคู่ไปกับกระตุ้น Emotional Value หรืออารมณ์ความรู้สึก ผ่านการตอกย้ำในด้านคุณภาพและความปลอดภัยในอาหาร ซึ่งปัจจุบันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์”

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่ามูลค่าของธุรกิจอาหารในบ้านเรามีประมาณ 400,000 ล้านบาท เติบโต 2 – 4% ในจำนวนนั้นเป็นเชนร้านอาหารประมาณ 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 120,000 ล้านบาท

โออิชิ เป็นเบอร์ 1 ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น หากนับทั้งในเรื่องของจำนวนสาขากว่า 200 สาขา และยอดขายในปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 6,497 ล้านบาท โดยมีแบรนด์ที่หลากหลาย และครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มเป้าหมาย โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจจะอยู่ที่การขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าไปในตลาดที่ยังมีช่องว่างอยู่ อาทิ ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ซึ่งมีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี 

การเติบโตในธุรกิจอาหารนี้ ยังรวมถึงการทำตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานนั้น (Packaged Food) ซึ่ง กชกร อรรถรังสรรค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ตลาดอาหารแช่แข็งและ Packaged Food เติบโตอย่างมาก โออิชิมองเห็นโอกาส จากศักยภาพทางการผลิตที่แข็งแกร่งของโออิชิ จึงเตรียมแผนรองรับการขยายตัวของตลาดโดยมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็งให้โดดเด่น ทั้งรูปแบบ รสชาติ และบรรจุภัณฑ์ ที่มีครัวกลางที่ทันสมัยสำหรับผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ชีวิตสำเร็จรูปและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มสหภาพยุโรป ผ่านการ Synergy กับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือ

ตลาดอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานในบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท การบริโภคของคนไทยมีสูงถึง 7 มื้อต่อวันทั้งที่เป็นมื้อหลัก 3 มื้อ และมื้อกินเล่นอีก 4 มื้อ ซึ่งโออิชิจะมีสินค้าที่ตอบโจทย์รูปแบบการบริโภคทั้ง 2 ประเภท โดยการทำตลาดจะยังคงเน้นไปที่การเป็นอาหารญี่ปุ่นคุณภาพ ซึ่งอาจจะมีการนำเมนูที่เป็นญี่ปุ่นแท้ๆ และยังไม่เคยมีใครนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งจะเข้ามาช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจนี้ที่โออิชิ กรุ๊ป วางเป้าหมายที่จะมีสัดส่วนรายได้ 30% ของรายได้รวมในระยะยาว จากปัจจุบันที่รายได้ของโออิชิจะมาจากธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารอย่างละประมาณ 50% และ Packaged Food จะมีสัดส่วน 15% ของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอาหาร 

ธุรกิจเครื่องดื่ม

เบอร์ 1 ที่แข็งแกร่ง

เช่นเดียวกับธุรกิจเครื่องดื่ม เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในปีที่ผ่านมา โออิชิ กรีนที ประสบความสำเร็จในการทำตลาดเป็นอย่างดี สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาด 46% (ข้อมูลจาก: Nielsen เดือน ม.ค.- ก.ย.60) ซึ่งถือเป็นการเติบโตของส่วนแบ่งตลาดที่เติบโตแบบแข็งแกร่ง

 สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ในปีที่ผ่านมา ตลาดชาเขียวเติบโตแบบติดลบ 6% แต่โออิชิ เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 5% โดยมาจากแรงส่งทั้งในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์ และการตลาดให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะโออิชิ ฟรุตที หรือชารสผลไม้ ที่เข้ามาช่วยขยายฐานการดื่มในกลุ่มวัยรุ่น 

ขณะเดียวกันก็มีการทำกิจกรรมการตลาดที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งซัมเมอร์โปรโมชั่นและแคมเปญโปรโมชั่นทริปเหนือความคาดคิดที่เงินไม่สามารถซื้อได้ อาทิ “โออิชิทริปสุดโอ โกเจแปน ตอนฟินหนาวหนึบกับเป๊ก ผลิตโชค” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภควัยทีนและแฟนเลิฟของพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของโออิชิ กรีนที เป๊ก ผลิตโชค

“ส่วนแบ่งตลาดที่ทำได้ จะเป็นผู้นำในทุกช่องทางขาย โดยในโมเดิร์นเทรดเรามีส่วนแบ่ง 40% ขณะที่คู่แข่งขันทำได้ 35% ส่วนช่องทางเทรดิชั่นนัล เทรด เรามีแชร์ 53% คู่แข่ง 32% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการ Synergy ระหว่างบริษัทในเครือไทยเบฟโดยนำเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยในการกระจายสินค้า โดยเฉพาะในช่องทางขายในรูปแบบเดิม(Traditional Trade)ซึ่งเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการทำตลาดต่างประเทศ โดยผสานความร่วมมือ (Collaboration) ระหว่างบริษัทกลุ่มพันธมิตรในเครือ F&N ในด้านการผลิตและการกระจายสินค้า พร้อมเลือกโฟกัสประเทศเป้าหมาย ได้แก่ กัมพูชาลาวยุโรป และประเทศ Middle East ทำให้วันนี้ตลาดส่งออกของโออิชิโตมาก ล่าสุดเรายังเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในกัมพูชา”

โออิชิ กรุ๊ป

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.