ไทยยูเนี่ยน 2022 เพิ่มกำไร ผ่านนวัตกรรมและความยั่งยืน

Mar 24, 2022 S.Vutikorn

แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 ตลอดทั้งปี แต่ในปีที่ผ่านมาไทยยูเนี่ยนก็ยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ โดยกวาดรายได้ไปถึง 141,048 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเติบโต 28.3% อยู่ที่ระดับ 8,013 ล้านบาท ยอดขายเพิ่มขึ้น 6.5% อยู่ที่ ส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.9% อยู่ที่ 25,727 ล้านบาท 

แต่ในมุมมองของธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เขามองว่า ไทยยูเนี่ยนยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก โดยมีปัจจัยหลักอยู่ 2 เรื่อง คือ “นวัตกรรม” และ “ความยั่งยืน”

“การลงทุนของเราเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ ยอมรับว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งมีการเติบโตต่ำเฉลี่ยประมาณ 3%  ดังนั้นเราจึงต้องหันมาเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นลดต้นทุนการผลิต เช่น การนำเอาหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในการผลิต

ปีที่ผ่านมาเรามีการปรับพอร์ตการลงทุนในหลายส่วน เช่น ปิดโรงงาน  Salmon Chill ในยุโรป, เลิกเป็นผู้แปรรูปล็อบสเตอร์ในแคนาดา แต่ยังคงทำธุรกิจซื้อขายอยู่ รวมถึงถอนตัวจากตลาดในตะวันออกกลาง การปรับพอร์ตทำให้เรามีโฟกัสมากขึ้น เราตั้งเป้าไว้ว่าปี 2022 - 2025 ธุรกิจจากนวัตกรรมของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ต้องทำกำไรให้ได้ถึง 10%”

 

กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบผ่านนวัตกรรมของไทยยูเนี่ยนนี้ แบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลักคือ

1. วิจัยและพัฒนาโดยศูนย์นวัตกรรมของไทยยูเนี่ยนกรุ๊ปเองที่มี ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม

ที่ผ่านมาไทยยูเนี่ยนมีสินค้านวัตกรรมที่เริ่มจำหน่ายไปยังผู้บริโภคแล้ว อาทิ ZEAVITA แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Nutri-Revolution ที่เน้นเพิ่มมูลค่าจากปลาทูน่าซึ่งเป็นสินค้าหลักของไทยยูเนี่ยน, ZEA Tuna Essence ซุปสกัดที่ผลิตจากปลาทูน่าในทะเลน้ำลึกตามธรรมชาติ สกัดด้วยเทคโนโลยีนาโนฟิลเทรชั่น (Nanofiltration) ที่ผ่านการวิจัยและคิดค้นโดยศูนย์นวัตกรรมเป็นต้น

2. เป็น CVC (Corporate Venture Capital) ที่เน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพทั่วโลก เพื่อมาต่อยอดองค์กรและสร้างระบบนิเวศให้เป็น Food Tech

ไทยยูเนี่ยนมีการลงทุนในสตาร์ทอัพ ฟู้ดเทค Food Tech ไปกว่าสิบล้านเหรียญแล้ว อาทิ ลงทุนใน BlueNalu ผู้ผลิตโปรตีนอาหารทะเลจากการเพาะเลี้ยงเซลล์, Aleph Farms ผู้ผลิตโปรตีนจากการเพาะเลี้ยงเซลล์, Orgafood ผู้ผลิตอาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง

สำหรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ธีรพงศ์ กล่าวว่า “การเดินหน้าทางธุรกิจของเราสอดรับกับเป้าหมายของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรทางทะเลให้อุดมสมบูรณ์ หรือ Healthy Living, Healthy Oceans ที่นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว เรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าเราด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คน”​

 

หลักๆ แล้วเป้าหมายการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนปีนี้จะเน้นสานงานต่อในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, การทำประมงที่ถูกกฎหมาย แต่จะมีการเพิ่มวาระพิเศษใหม่เข้ามาเป็นพิเศษ คือเรื่องของปัญหามลภาวะ

ในปี 2564 ไทยยูเนี่ยนได้เริ่มก้าวสู่ Blue Finance โดยเป็นบริษัทแรกๆ ในประเทศไทยที่เดินหน้าการเงินที่ส่งเสริมความยั่งยืนและตั้งเป้าหมายการทำงานที่สนับสนุนการอนุรักษ์มหาสมุทร และผลสำเร็จตามเป้าหมายจะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยของเครื่องมือการเงินชนิดนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อหรือหุ้นกู้ โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับสินเชื่อและออกหุ้นกู้ที่ส่งเสริมความยั่งยืนรวมทั้งสิ้น 27,000 ล้านบาท โดยไทยยูเนี่ยนได้ตั้งเป้าหมายระยะยาว ให้ 75 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทเป็น Blue Finance ภายในปี 2568 ซึ่งเพิ่มจาก 50 เปอร์เซ็นต์ ณ สิ้นปี 2564 

“ในไตรมาส 2 เราจะประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงเพิ่มดีกรีในส่วนอื่นๆ อาทิ เรื่องของบรรจุภัณฑ์ต้องรีไซเคิลหรืออากลับมาใช้ได้ใหม่ 100% ในปี 2568 หรือลดขยะจากการผลิตอาหารให้ได้ 50% ในปี 2568 เมื่อเทียบจากฐานการผลิตในปี 2564”

สำหรับปี 2022 ไทยยูเนี่ยนตั้งเป้ารายได้ว่าจะต้องเติบโตอย่างน้อย 5%

 

 

 

 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.