10,346
VIEWS

รถปิกอัพอีซูซุ โดดเด่นด้วย Brand Image ล้ำหน้าเรื่องนวัตกรรม

Apr 05, 2022 -None-

“อีซูซุ” คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถือเป็นตำนานแห่งความแข็งแกร่ง และเป็นตัวจริงเสียงจริงเรื่องรถปิกอัพที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 65 ปี และในปีนี้ อีซูซุ ยังคงประสบความสำเร็จต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 13 จากผลสำรวจ 2022 Thailand’s Most Admired Brand ในฐานะเบอร์ 1 ของแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจสูงสุดในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถกระบะบรรทุก 1 ตัน

ในปี 2564 ยังเป็นอีก 1 ปีทองที่อีซูซุสามารถสร้างสถิติทางด้านยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถปิกอัพ ด้วยยอดจำหน่ายที่ 150,741 คัน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 44.1% สูงสุดในประวัติศาสตร์ติดต่อกัน 2 ปีซ้อนท่ามกลางการแข่งขัน ที่ยังคงความดุเดือด  เข้มข้นมาโดยตลอด

โดยอีซูซุ มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 184,160 คัน สูงกว่าปีก่อนหน้านี้ 1.6% ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมของประเทศไทยในปีเดียวกันนี้อยู่ที่ 759,119 คัน ลดลงประมาณ 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการผลิตรถยนต์ ส่งผลกระทบให้หลายค่ายรถยนต์มียอดขายลดลงจากเดิมกันอย่างถ้วนทั่ว

โดดเด่นด้วย Brand Image

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงปัจจัยที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการจัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย รวมทั้งการบริการหลังการขายและอะไหล่ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างคุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity) ในทุกด้าน โดยบริษัทได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเครือข่ายผู้จำหน่ายอีซูซุที่มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ในการนำนโยบายต่างๆไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และใช้ประโยชน์จากกิจกรรมการตลาดหลากหลายในรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์

“อีซูซุได้ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการตลาดดิจิทัล โดยได้เริ่มดำเนินการมาก่อนบริษัทคู่แข่งส่วนใหญ่ เราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากการตลาดออนไลน์ในการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้เกิดการ “ซื้อซ้ำ” (Repeat Purchase) และ “บอกต่อ” (Referral Purchase) ของผู้ใช้รถชาวไทยที่มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจอย่างสูงว่าอีซูซุนั้นคือแบรนด์พรีเมียมที่มีคุณค่าสูง”

เมื่อกล่าวถึง Brand Story ที่ผ่านมาของอีซูซุ เรื่องหนึ่งที่เห็นอย่างชัดเจนและส่งผลต่อการ Remind Brand ที่สร้างการจดจำและการนึกถึงแบรนด์อีซูซุมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน นั่นก็คือ “ภาพลักษณ์” (Brand Image) อันโดดเด่นของแบรนด์อีซูซุทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขาย ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมั่นคงมาตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษของการทำตลาดในเมืองไทย

โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเป็นผลิตภัณฑ์อันโดดเด่น คือการที่ “อีซูซุเป็นรถที่มีความคุ้มค่าเงินสูงสุด” ซึ่งหมายถึงคุณภาพดีที่สุด ประหยัดน้ำมันที่สุด ราคาขายต่อดีที่สุด และมีเครือข่ายผู้จำหน่าย ประกอบด้วยโชว์รูม ศูนย์บริการ และอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพสูงมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการมีกลยุทธ์การตลาดอันโดดเด่น ที่ทำให้อีซูซุแตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ

การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) เพื่อทำให้อีซูซุโดดเด่นเหนือแบรนด์อื่นๆ ในใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเสมอ

การตลาดเพื่อสร้างความภักดี (Loyalty Marketing) เพื่อให้ลูกค้ารักและผูกพันกับแบรนด์ อีซูซุ เมื่อจะซื้อรถเพิ่มก็จะเลือกแบรนด์ อีซูซุ และยังเป็นผู้แนะนำรถอีซูซุให้แก่ลูกค้าใหม่ซึ่งเป็นญาติสนิทมิตรสหายของตนด้วย

การเป็นนิติบุคคลที่ดีของสังคม (Good Corporate Citizen) เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์อีซูซุในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย จึงต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมไทยด้วย ตามวิสัยทัศน์ที่เรียกว่า “วิถีอีซูซุ” (The Isuzu Spirit) นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” เป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ

ตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เริ่มขึ้นในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2563 นั้น ได้ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิมสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” (New Normal) โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เกิด “เส้นทางใหม่ของผู้บริโภค” (The New Customer Journey) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่แบรนด์ต่างๆ ต้องให้ความสนใจมากขึ้น

ดังนั้น อีซูซุจึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ในทุกจุดที่จะเป็นโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค (Touchpoints) ตลอดเส้นทางของผู้บริโภคตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ และหลังการซื้อสินค้า หรือการบริการ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เหมาะสมมากขึ้น และวางแผนกลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าและรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

คุณวิชัย กล่าวเสริมว่า “อีซูซุยังให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Omni-channels) ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีและใช้ข้อมูลต่างๆ ให้เกิดประโยชน์”

โดยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยมีข้อมูลที่เป็น Big Data จำนวนมหาศาล เนื่องจากดำเนินธุรกิจการจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์อย่างครบวงจรมาเป็นเวลานานถึง 65 ปี ทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การจำหน่ายปลีก การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ การให้บริการด้าน IT ธุรกิจรถเช่า ฯลฯ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความพอใจให้กับลูกค้า และสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงความต้องการมากที่สุด

“เราได้สร้าง Web Application สำหรับลูกค้าอีซูซุที่เรียกว่า “my-ISUZU” เพื่อใช้งานทั่วประเทศ มีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นสมาชิกจำนวนมาก ทั้งลูกค้าผู้ซื้อรถใหม่และลูกค้าอีซูซุเดิม โดยเราได้รวบรวมโครงการต่างๆ ไว้ เพื่อความสะดวกของเจ้าของรถ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสิทธิประโยชน์ e-coupon พร้อมแจ้งเตือนการบำรุงรักษา สามารถแชทติดต่อผู้จำหน่ายได้โดยตรง และเรายังได้ปรับปรุงช่องทางการติดต่อสื่อสารของลูกค้าให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น Website, Facebook และ LINE” 

นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อีซูซุ ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำเทคโนโลยีดีเซลระดับโลก ซึ่งทางอีซูซุได้มีการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ในวงการรถยนต์มาโดยตลอด เช่น เทคโนโลยีดีเซลระบบ Direct Injection กับรถปิกอัพครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ที่ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในเรื่องการประหยัดน้ำมันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เทคโนโลยี Super Commonrail และเครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เพราะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดที่ใช้ในรถปิกอัพ มีจุดเด่นด้านประหยัดน้ำมันสูง ปล่อยค่า CO2 ต่ำ แต่ให้พละกำลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า

นอกจากนี้ อีซูซุยังเป็นผู้นำในการสร้างตลาดใหม่ๆ แห่งความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น รถปิกอัพห้องโดยสารกว้างแบบ Spacecab รถปิกอัพเกียร์ Automatic ระบบจีพีเอส i-Genie ระบบรายงานและพัฒนาการขับขี่ Isuzu Insight ระบบ Telematics สำหรับรถบรรทุกอีซูซุ ในชื่อ Isuzu Mimamori และ Teletec เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่มีรถจำนวนมากในการบริหารประสิทธิภาพการขนส่ง อีกทั้งยังช่วยพัตนาคนขับเพื่อความปลอดภัยและประหยัดน้ำมันสูงสุด

“อีซูซุยังได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 และ B20 โดยการพัฒนารถทุกรุ่นทุกแบบให้สามารถใช้น้ำมันไบโอดีเซลดังกล่าวได้ นอกจากจะช่วยเกษตรกรชาวสวนปาล์มซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของชาติ ยังสามารถช่วยลดมลภาวะของฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมากด้วย”

หากย้อนกลับไปถึงเส้นทางการทำตลาดรถปิกอัพในประเทศไทย จะพบว่า อีซูซุ มีโปรดักต์เรือธงอยู่หลากหลายรุ่น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดมาแล้วทั้งสิ้น อาทิ

รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” (Isuzu D-Max) เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทยเมื่อปี 2545 เคยสร้างปรากฏการณ์ที่สื่อมวลชนไทยขนานนามว่า “อีซูซุดีแมคซ์ ฟีเวอร์” ด้วยยอดขายมากกว่า 10,000 คัน ภายใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และใช้เวลาเพียง 7 ปีเศษ ก็สามารถฉลองยอดจำหน่ายเฉพาะในเมืองไทยได้มากกว่า 1 ล้านคัน นับเป็นรถที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่เคยมีมาในเมืองไทย

ในปี 2554 รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” (All-New Isuzu D-Max) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ก็เปิดตัวออกสู่ตลาดด้วยแนวคิด “ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก” ซึ่งผู้บริโภคเรียกชื่อรถรุ่นนี้จนติดปากว่ารุ่น “ออลนิว” ท่ามกลางอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในช่วงปลายปี และเป็นอุปสรรคในการส่งมอบรถอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับกระแสตอบรับอย่างท้วมท้นจากผู้บริโภคจนสร้างปรากฏการณ์ “อีซูซุดีแมคซ์ ฟีเวอร์” ใหม่อีกครั้ง ด้วยยอดจองสูงถึง 15,000 คันภายในเวลา 3 วัน นับจากวันเปิดตัว รวมทั้งยังมียอดจองและยอดค้างส่งมอบสูงกว่า 200,000 คัน ภายในระยะเวลา 1 ปี

ตอกย้ำด้วย New Technology

ต่อมาในปี 2560 ในวาระครบรอบ 60 ปีทองของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุจัดงาน “ฉลอง 60 ปีทองอีซูซุ” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ ใหม่! 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์...ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก” เกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดจองมากกว่า 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมงของการจัดงาน

ปี 2562 อีซูซุสั่นสะเทือนวงการยานยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่หมด “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ ...พลิกโลก!” เจนเนอเรชั่น 3 ตามแนวคิด “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ได้รับการยอมรับว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการออกแบบระบบความปลอดภัย และการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยจนได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5-Star จากการทดสอบ ASEAN NCAP

ล่าสุดปี 2564 อีซูซุตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...    ไร้ขีดจำกัด” ภายใต้แนวคิด “MY NEW ID…MY NEW ISUZU D-MAX” และยังคงทำยอดขายได้อย่างดีเยี่ยมแม้ในช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” (Isuzu MU-X)

รถอเนกประสงค์ระดับหรู ที่เปิดตัวในปี 2556 เพื่อเป็นรถธงในการทำตลาดทั่วโลกควบคู่กับอีซูซุดีแมคซ์ พร้อมเปิดตัว “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์ โดย “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถชาวไทยเป็นอย่างดีด้วยยอดจำหน่าย 5,000 คัน ใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และสูงกว่า 20,000 คันใน 1 ปี ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการจำหน่ายรถอเนกประสงค์อีซูซุในประเทศไทย

กระทั่งในเดือนตุลาคม ปี 2563 ได้มีการเปิดตัวรถอเนกประสงค์รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมด (Full Model Change) คือ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ” (Originality Redefined) โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นเหมือนเช่นเคย ด้วยยอดจองสูงกว่า 7,000 คันในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ และสามารถจำหน่ายปลีกได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,806 คัน ในเดือนธันวาคม ครองอันดับ 1 ในตลาดรถอเนกประสงค์ PPV

รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่

พ.ศ. 2560 การเปิดตัวใหม่! เจ้าแห่งรถบรรทุก “Isuzu King of Trucks” อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตอกย้ำความเป็นยอดรถบรรทุกที่อยู่คู่วงการขนส่งเมืองไทย และผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถบรรทุกขนาด 2 ตันขึ้นไปตลอดกาลของอีซูซุ (หมายเหตุ : อีซูซุครองอันดับ 1 ในตลาดบรรทุก 2 ตันขึ้นไปของประเทศไทยเป็นเวลา 22 ปีติดต่อกัน นับจากวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2543 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564)

มุ่งหน้าสู่ความท้าทายครั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ในโลกปัจจุบันยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ที่ยังคงอยู่แต่ อีซูซุ ได้มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นจากพัฒนาการและการแพร่หลายของวัคซีนป้องกัน COVID-19 ถึงกระนั้นก็ตามยังต้องมีการประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพราะมีปัจจัยที่เป็นความท้าทายต่างๆ ที่น่ากังวลหลายประการ อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย เช่น การระบาดระลอกใหม่ และการกลายพันธุ์ของ COVID-19 ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย

แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมาจะส่งผลไปถึงเรื่องการจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ และการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ เพราะประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญของผู้ผลิตรถยนต์หลายค่าย

“ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมธุรกิจรถยนต์จำเป็นต้องปรับวิธีการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค ในสภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยอย่างหนักเช่นนี้ แบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากทั้งในด้านฐานะทางการเงินและการรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น จึงจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้ และยังต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอก เช่น การกีดกันทางการค้า การรวมกลุ่มประเทศเพื่อเอื้อประโยชน์กัน ส่งผลต่อการค้าที่ไม่เสรี และไม่เป็นธรรมอีกด้วย”

คุณวิชัย ย้ำว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรธุรกิจมิได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรสูงสุดเท่านั้น แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน และการยอมรับจากทั้งผู้บริโภคและสังคม (People + Planet) นอกจากการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักจริยธรรมทางธุรกิจแล้ว ผู้บริหารองค์กรยังต้องปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานในทุกระดับด้วย เพราะ “คน” เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กร

“อีซูซุจึงได้คิดค้นพัฒนารถยนต์ที่นำพาความสุขและผลกำไรมาให้แก่ผู้ใช้รถ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปล่อยก๊าซ CO2 ในอัตราต่ำ และสามารถรองรับการใช้น้ำมันประเภทไบโอดีเซล ถือเป็นการส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนปาล์ม รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่องหลากหลายเพื่อตอบแทนสังคมไทยในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนใน วิสัยทัศน์องค์กรของเราที่เรียกว่า วิถีอีซูซุ: ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา หรือ The Isuzu Spirit นั่นเอง” คุณวิชัยกล่าวสรุป

TMAB 2022

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.