6,990
VIEWS

Blockchain เทคโนโลยีพลิกโลกธุรกรรมธุรกิจ

Jan 15, 2018 M.Pussapol

Blockchain เป็นระบบโครงข่ายการทำธุรกรรมและเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีสมุดบัญชีแยกประเภทแบบกระจายตัว (Distributed Ledger) ทำให้การทำธุรกรรมมีประสิทธิภาพ โปร่งใสมากขึ้น

การทำธุรกรรมผ่าน Blockchain ลดความซ้ำซ้อนบางเรื่อง ทำให้ต้นทุนถูกลง นอกจากนี้ ผู้ทำธุรกรรมยังไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะการทำธุรกรรมแต่ละครั้งต้องยืนยันตัวตน ถูกตรวจสอบด้วยรหัสผ่านในการสื่อสาร

การบันทึกมีจุดเด่นเรื่องการเข้ารหัสความปลอดภัยสูงสุด แต่ละการบันทึกเรียกว่า Block จากนั้นต่อกันเป็นลูกโซ่ (Chain) เข้ารหัสเชื่อมเรียงกันไป การแก้ไขข้อมูลบล็อกใดบล็อกหนึ่ง ต้องทำตั้งแต่บล็อกแรกถึงบล็อกสุดท้าย

สิ่งแรกๆ ที่นำ Blockchain มาใช้ คือ Bitcoin หรือเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้ารหัส (Cryptocurrency) เป็นระบบเงินสกุลใหม่ ที่ใช้เฉพาะในออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับ และแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

ตามมาด้วยการชำระเงินข้ามประเทศซึ่งมีต้นทุนสูง ใช้เวลานาน และมักมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเสมอ การทำธุรกรรมข้ามสกุลเงินจะต้องผ่านตัวกลางหลายฝ่าย ใช้เวลาหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์กว่าจะเสร็จสมบูรณ์  

รูปธรรม คือ การนำนวัตกรรม Krungsri Blockchain’s Interledger ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มาใช้โอนเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในการซื้อ-ขายน้ำมันระหว่างไออาร์พีซีกับคู่ค้าในต่างประเทศ

โดยโอนเงินเสร็จภายในหลักวินาทีจากเดิมที่ต้องใช้ 1-3 วันทำการ เป็นธุรกรรมกับบริษัท พลังงานบัวสวรรค์ จำกัด ผู้ค้าน้ำมันที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

การใช้ Blockchain ยังทำกับหนังสือค้ำประกัน ซึ่งรัฐวิสาหกิจ และธุรกิจขนาดใหญ่ให้บริษัทคู่ค้าต้องวางหนังสือค้ำประกันจากธนาคารเพื่อความมั่นใจในการทำธุรกิจร่วมกัน ส่งผลให้มีหนังสือค้ำประกันหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก 

องค์กรแรกๆ ที่นำมาใช้เรื่องนี้  เป็นการทำงานของธนาคารกสิกรไทยกับไอบีเอ็มสร้างระบบต้นแบบใช้รับรองเอกสารต้นฉบับ โดยจับมือกับพันธมิตร ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล   และบจก. พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง พัฒนาบริการ Enterprise Letter of Guarantee on Blockchain เพื่อยกระดับการจัดการเอกสารหนังสือค้ำประกันแก่หน่วยงานผู้รับ และคู่ค้าผู้วางหนังสือค้ำประกัน

ศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ดูแลสายงานผลิตภัณฑ์บรรษัทและผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคู่ค้าจำนวนมาก จะเชื่อมโยงเอกสารหนังสือค้ำประกันทั้งหมดบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 100% ตลอดกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนจบ ปลอดภัยสูง ตรวจสอบได้ง่าย ปลอมแปลงยาก สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังเอื้อให้เกิดการเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายธนาคารต่างๆ ได้ในอนาคต ส่วนบริษัทผู้รับหนังสือค้ำประกัน เข้าระบบเพื่อดูเอกสารหนังสือค้ำประกันของคู่ค้าที่ออกโดยธนาคารต่างๆ ได้ จากการเข้าระบบเพียงครั้งเดียว

คุณศีลวัต เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง เช่น  กสิกรไทย, ดานามอน อินโดนีเซีย, เนการาอินโดนีเซีย,  มิซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป, ธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย, ธนาคารพาณิชย์ริซัล (RCBC) ฟิลิปปินส์, ซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียลกรุ๊ป เป็นต้น เข้าร่วมในเครือข่าย และช่วยขยายต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ของโลกในปี พ.ศ. 2561

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.