SAIC ผู้นำ EV ในตลาดยานยนต์โลก ส่งต่อนวัตกรรมสู่แบรนด์ MG ในประเทศไทย

Mar 22, 2022 -None-

กระแสการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และขยายวงกว้างไปทั่วโลก กลายเป็น Mega Trend ที่ส่งผลต่อเนื่องมาสู่การขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภททั้งในตลาดโลกรวมถึงประเทศไทย

สิ่งที่เกิดตามมา คือการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยุคของเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ ที่เป้าหมายปลายทางคือการมุ่งสู่ยุคสมัยของยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% เพื่อให้เป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงาน เพื่อส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (EV) ในประเทศไทยที่ต้องบรรลุเป้าหมาย 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579

เราจึงมองเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ หรือผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันและความตื่นตัวให้กับตลาดรถยนต์ยุคใหม่ของเมืองไทย

ในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาปักหมุดในประเทศไทย SAIC Motor คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศจีนที่ให้ความสนใจกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ซึ่ง SAIC ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นๆ ของโลก และมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศจีนเป็นอย่างมาก

เมื่อเข้ามาปักธงในตลาดรถยนต์เมืองไทย SAIC ก็วางแผนการผลักดันให้อุตสาหกรรมรถอีวีของไทยก้าวหน้าและเทียบเท่าตลาดโลก ผ่านมุมมองการทำตลาดภายใต้แบรนด์ MG โดยใช้แนวคิดที่มีรากฐานความสำเร็จจากการทำตลาดในประเทศจีนมาประยุกต์ใช้กับแนวทางการรุกตลาดในประเทศไทย 

SAIC ผู้พัฒนายานยนต์จีนยุคใหม่

ประเทศจีนสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในด้านยอดขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และยังเป็นผู้นำในตลาดโลกทางด้านรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเพราะประเทศจีนมีการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวคิดที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์ต่างๆ สู่การเป็นแบรนด์ที่มุ่งเน้นในเรื่องการผลิตและคิดค้นเพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง (OBM) ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสทางการตลาดที่กว้างใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม

วันนี้จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศจีนมีบทบาทสำคัญในตลาดโลกมากกว่าสหรัฐอเมริกา และยุโรป หรือแม้แต่แบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เท่าใดนัก

ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2568 ตลาดรถยนต์ในประเทศจีนจะมีรถยนต์ไฟฟ้าครองส่วนแบ่งในตลาดได้มากถึง 50% จากยอดจำหน่ายรวมต่อปี และท่ามกลางการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจีนใช้นโยบายอุดหนุนเรื่องเงินสำหรับคนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2565 และยกเว้นภาษีนานถึง 2 ปี สำหรับการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีราคาต่ำกว่า 300,000 หยวน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในประเทศจีน โดย SAIC Motor เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวจากภาครัฐ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนมาโดยตลอด

สำหรับ SAIC Motor หรือ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและประเทศจีน และยังเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Roewe, MG, R brand, Maxus, Yuejin, Wuling, Hongyan และ Sunwin มียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 2.86 ล้านคัน และมียอดขายในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกรวมกว่า 733,000 คัน เพิ่มขึ้น 128.9%

โดย SAIC Motor มียอดขายรถยนต์พลังงานทางเลือกสูงเป็นอันดับ 1 ในประเทศจีน และเป็นอันดับ 2 ของโลก มียอดการส่งออกรถยนต์ในกลุ่มนี้จากประเทศจีนมากถึง 598,000 คัน และอีก 99,000 คัน เป็นการส่งออกจากฐานการผลิตในต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ SAIC Motor ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศจีน

ปัจจุบัน SAIC Motor มีผลิตภัณฑ์และการบริการที่อยู่ในต่างประเทศรวมแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 70 แห่งทั่วโลก โดยบริษัทได้ขยายธุรกิจเข้าไปในโซนยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาและตะวันออกกลาง รวมถึงในเอเชีย มีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนอะไหล่และธุรกิจรถยนต์ ตลอดจนธุรกิจโรงงานผลิตและการประกอบ ธุรกิจการจัดจำหน่ายและเครือข่าย ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจการรวบรวมและจัดสรรข้อมูล ธุรกิจรถยนต์มือสอง ธุรกิจการให้บริการสินเชื่อ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์แบบครบวงจร

มุ่งสร้างนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

SAIC Motor เติบโตในตลาดทั่วโลกอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่เน้นความเป็นสากล ตลอดจนการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Internet of Vehicle (IOV) เป็นอันดับ 1 พร้อมการพัฒนาโปรดักต์ที่มีจุดเด่นในเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและระบบโครงข่ายอัจฉริยะที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในบ้านเราอย่างระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ "i-SMART" จนทำให้ MG ZS กลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย

เพราะ SAIC Motor มองว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกมีพัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นนอกจาก SAIC Motor จะให้ความสำคัญกับทำการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ (Autonomous) ที่การเชื่อมต่อระหว่างคนและรถ (Connectivity) ให้มากขึ้น ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการใช้งานรถร่วมกัน (Sharing Economy) ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากขึ้น รวมถึงการผลักดันเรื่องของพลังงานสะอาด (Green Economy) และ Emission Standard ที่กลายเป็นเป้าหมายของแต่ละประเทศในการมุ่งสู่ Zero Emission สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้อุตสาหกรรม ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด

อีกเรื่องที่ SAIC Motor ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือเรื่องการพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าที่ต้องสามารถส่งกำลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาแบตเตอรี่ที่ต้องสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลมากขึ้น และมีต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลง โดย SAIC Motor ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบ Module ที่สามารถเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่เสียหายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการค่าบำรุงรักษาที่ลดต่ำลงในระยะยาว

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยนตรกรรมของรถยนต์ทุกรุ่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของ SAIC Motor ให้มีคุณภาพและสมรรถนะสูงสุด ทางบริษัทยังได้ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในตลาดต่างๆ ทั่วโลกอย่างเหมาะสม โดยยึดถือความต้องการของลูกค้า และทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตเป็นแนวทางจึงมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยออกมาอย่างต่อเนื่อง

ร่วมขับเคลื่อน EV Ecosystem ในไทย

สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ SAIC Motor โดยร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ก่อตั้ง SAIC Motor-CP ขึ้นเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาและทำตลาดในประเทศภายใต้แบรนด์ MG ที่มุ่งสร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะการผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทยมีการเติบโตเพื่อทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

คุณจาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทได้วางเป้าหมายในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไปสู่ยุคใหม่ที่เทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก

โดยการให้คำจำกัดความของคำว่า “อีวี” ของ SAIC Motorในประเทศไทย โดย MG นั้นจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่เรื่องตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่คำว่าสังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้สำเร็จยิ่งขึ้นนั้น ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยที่ต้องแข็งแกร่งมากขึ้น และมีองค์ประกอบที่ครอบคลุมในหลากหลายมิติ คือ

ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเน้นการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย เพื่อให้สอดรับกับรูปแบบการใช้งานความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นที่กำลังจะเปิดตัวจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ V2L รถยนต์สามารถจ่ายไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นได้

สถานีชาร์จครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต MG ร่วมมือกับบางจากเร่งขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้า 500 แห่ง ภายในปี 2565 

การพัฒนาและการจัดการแบตเตอรี่ที่ดี มีลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในเครือเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าทั้งปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในอนาคต พร้อมมีการศึกษาและวิจัยในเรื่องของวิธีการจัดการแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว

การสร้างความรู้พื้นฐานและความเข้าใจไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เกิดขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นผู้ร่วมกำหนดมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย

“จากนโยบายและจุดยืนที่ชัดเจนของภาครัฐ รวมถึงมาตรการและแนวทางสนับสนุนที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่าด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่มีอยู่จะสามารถเทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้ ซึ่ง SAIC Motor จะมุ่งเน้นในเรื่องของเทคโนโลยี จะช่วยสร้างจุดเปลี่ยนและยกระดับประเทศไทยได้ในอนาคต”

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว (New Growth) โดยจะเน้นการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ด้วยการผสมผสานความลงตัวของเทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และคุณค่า (Value) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่พร้อมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า รถที่ดีต้องมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้บริโภค และทำให้คนไทยมีทางเลือกในการเข้าถึงรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมในราคาที่เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น 

DNA ที่ส่งผ่านจาก SAIC สู่ MG

สำหรับการทำตลาดในประเทศจีน  SAIC ถือเป็นรถยนต์ที่มี Brand Image ที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดขายในประเทศจีนสูงถึง 5.81 ล้านคัน เติบโตขึ้น 5.5 % และยังคงรั้งอันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศจีนติดต่อมานานกว่า 16 ปีแล้ว

ส่วนการทำตลาดในประเทศไทย MG ก็ได้รับการยอมรับว่า เป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนรายแรกที่ประสบความสำเร็จกับการทำตลาดในประเทศไทย โดยการสร้างจุดขายจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอจากบริษัทแม่ และยังเป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอีกด้วย อาทิ

Connectivity การเปิดตัวระบบอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับรถยนต์ (inkaNet) และได้ติดตั้งอยู่ในรถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น MG6 MG5 MG GS ก่อนจะพัฒนามาเป็นระบบอัจฉริยะ i-SMART ถือเป็นระบบ Connectivity แรกในโลกที่สามารถใช้ Voice Command เป็นเสียงภาษาไทย และเป็นระบบที่ทำให้รถสามารถเชื่อมต่อกับคนขับได้ง่ายขึ้น

Autonomous มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การใส่ระบบ Autonomous เข้ามาในรถ ซึ่งเป็นแบรนด์แรกๆ โดยเริ่มใช้กับรถยนต์ MG HS SUV เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจนสามารถสร้างยอดขายขึ้นเป็นอันดับ 1 รถยนต์ SUV ในช่วงเวลาหนึ่ง และยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของกลุ่มนี้

Car Sharing โดยร่วมมือกับ HAUP บริษัทสตาร์ทอัพเพื่อทำธุรกิจ Car Sharing เป็นรายแรกในประเทศไทย

Electric Vehicle โดย MG ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG ZS EV ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 100% เมื่อช่วงกลางปี 2564 พร้อมการวางราคาจำหน่ายที่ 1.19 ล้านบาท เพื่อทำให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

การเปิดตัว NEW MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ MG เกิดกระแสการตอบรับที่ดีมาก เพราะเพียง 4 เดือน หลังการเปิดตัวสามารถสร้างยอดจองสะสมถึงกว่า 2,200 คัน   

MG ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ทางเลือกด้วยการเปิดตัว NEW MG HS PHEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ MG ที่เปิดตัวในช่วงปลายเดือนตุลาคมของปี 2564 ตามติดด้วยการเปิดตัว NEW MG EP ซึ่งเป็นรถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทยเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า พร้อมแนวคิด “Every one ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” โดยวางตำแหน่งให้ NEW MG EP เป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และเมื่อเร็วๆ นี้ เอ็มจี ได้เปิดตัว NEW MG ZS EV โฉมใหม่ ด้วยแนวคิด Truly Easy รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างแท้จริง

ประเด็นที่น่าสนใจของ MG คือการสานต่อแนวคิดที่จะทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทยทุกคน และพยายามส่งเสริมให้มีการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้นในประเทศไทย ด้วยการเดินหน้าสร้างระบบนิเวศของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกับพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ในการจัดตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ

SAIC Motor และ MG ยังขยายโอกาสทางการตลาด พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยการติดตั้ง MG HOME CHARGER ให้ฟรี และรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะแบบชาร์จเร็ว (Direct Chargers) อีกกว่า 500 จุดทั่วประเทศ ซึ่งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ติดตั้งในตัวรถจะแสดงข้อมูลผ่านทางหน้าจอเมื่อผู้ใช้ต้องการค้นหาจุดชาร์จไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด

คุณจาง กล่าวเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้แบรนด์ MG เป็นที่ยอมรับในเวลาไม่นาน โดยหลักๆ คือตัวผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยเฉพาะการนำเสนอฟังก์ชั่นที่เป็นเทคโนโลยีใหม่และยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย รวมถึงการสร้าง บริการใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องทุกปี

สำหรับการตอบรับของผู้บริโภคในวันนี้ คุณจาง มองว่า ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ยังต้องทำให้ผู้บริโภคชาวไทยรู้จักแบรนด์ MG มากขึ้น และสิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจกับแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน ที่ปัจจุบันมีพัฒนาการที่ก้าวล้ำไปไกลมากกว่าเดิม

“การจะปรับเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภค สิ่งสำคัญที่สุด คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพื่อตอบสนองกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้การทำงานของเราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ MG ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วกว่า 8 ปี ซึ่งในแต่ละปีจะมียอดขายอยู่ในลำดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายรวมได้กว่า 120,000 คัน

โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่คนไทยให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์เอ็มจีมากยิ่งขึ้น จากการรุกตลาดสร้างสีสันให้กับวงการยานยนต์ไทยตามแผนงานที่วางไว้ตลอดทั้งปี ทำให้เอ็มจีสามารถสร้างยอดขายรวมที่ 31,005 คัน หรือมีอัตราการเติบโตที่ 9.5% ถือเป็นแบรนด์รถยนต์เพียงไม่กี่แบรนด์ที่มีตัวเลขอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยมีสถิติและตัวเลขที่น่าสนใจ อาทิ ALL NEW MG5 สามารถขึ้นเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ B-segment ภายในเวลาเพียงแค่ 2 เดือนหลังจากการเปิดตัว ในส่วนของกลุ่ม SUV ที่เป็นโมเดลทำตลาดหลักของเอ็มจี สามารถรั้งตำแหน่งในกลุ่มผู้นำต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นจากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร โดยครองการเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึงกว่า 90%

จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว ยิ่งสะท้อนภาพความน่าสนใจของ MG ในการเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการมีแบ็คอัพที่แข็งแกร่งอย่าง SAIC Motor ที่พร้อมให้กับสนับสนุน และมุ่งมั่นกับการผลักดันเพื่อสร้างการเติบโตให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย

ก็ยิ่งมั่นใจได้ว่า สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะกลายเป็นภาพจริงได้อีกไม่นานนับจากนี้

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.