3,265
VIEWS

ค้าปลีกยุค “New Retail” ไม่ใช่แค่แบ่งเซ็กเม้นต์แบบเดิม แต่ต้องขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง

Mar 14, 2022 R.Somboon

จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต สามารถแบ่งได้เป็น 3 แถว แถวหนึ่งก็เป็น Modern Chain Store ซึ่งการรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก  ซึ่งน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง

ขณะที่แถว 2 จะเป็นค้าปลีกค้าส่งภูธร Provincial Modernized Chain Store ที่กำลังพัฒนาในต่างจังหวัด ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดตัวเองเป็นหลัก มีสัดส่วนประมาณอยู่ราว 20% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ส่วนที่เหลือเป็นค้าปลีกค้าส่งขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดย่อมที่มีราว 450,000 ราย มีสัดส่วนโดยรวมราว 53%-55% 

ในมุมมองของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และนักวิชาการค้าปลีก  มองว่า ปี 2565-2567 ยอดขายของร้านค้าปลีก Modern Chain Store  หรือแถว 1 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 1.5-2.5% โดยจะมุ่งเน้นไปการ Transform ร้านค้าจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล แต่การขยายสาขากลับจะมุ่งเน้นไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก ส่วนยอดขาย ของร้านค้าปลีกภูธร Provincial Modernized Chain Store หรือแถว 2 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3.5-5.5%  โดยทิศทางการ ขยายสาขาจะเริ่มออกสู่จังหวัดฐานที่ตั้งไปยังจังหวัดรอบข้างตามเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว และปัจจัยสนับสนุน อาทิ มาตรการ กระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ การขยายตัวของโครงการลงทุนภาครัฐ และปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่นๆ

“อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในประเทศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากคู่แข่งจากร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) ทั้งแพลตฟอร์มในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งมีทิศทางเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้ประกอบการค้า ปลีกจะต้องเร่งปรับกลยุทธ์ และ Transform ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของ Digital Retail

ในความหมายของ ดร.ฉัตรชัย ก็คือภาพของตลาดค้าปลีกในบ้านเราไม่ได้เป็นการแบ่งเซ็กเม้นต์ที่ชัดเจน อาทิ ค้าปลีกที่ขายสินค้าเพื่อความงาม หรือค้าปลีกสินค้าฮาร์ดไลน์เหมือนในอดีต แต่ค้าปลีกในบ้านเราจะถูกขับเคลื่อนผ่านแพลต ฟอร์มที่ผู้เล่นค้าปลีกในบ้านเราโดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่สร้างขึ้น โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาตอบโจทย์และมอบประสบ การณ์การช้อปปิ้งแบบ Omni-channel Experience และเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยขับ เคลื่อนอีโคซิสเต็มค้าปลีกที่สร้างขึ้นให้เติบโตไปด้วยกันทั้งอีโคซิสเต็ม

“ค้าปลีกยุคใหม่ คือการเอาเทคโนโลยีมาเสริมพลังให้กับร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์ ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า พูดง่ายๆ คือการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างการช้อปปิ้งออนไลน์กับออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ เพียงแค่มี Omni-channel ยังไม่พอ ค้าปลีกยุคใหม่ต้องมีแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อทั้งเรื่องของการขาย การชำระเงินบนแอปทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดส่งสินค้าซึ่งช่องทางการรับสินค้าที่มีให้เลือกหลายช่องทางจะไปรับ สินค้าที่สาขาหน้าร้านหรือส่งถึงหน้าบ้าน โดยเป็นทั้งช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อม โยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว จากนั้นก็พัฒนาสู่การเป็น Super App Commerce แอปที่ สามารถทำได้ทุกอย่าง มีทุกอย่างอยู่ในแอปเดียว เช่น ซื้อสินค้า การสั่งอาหาร จองเครื่องบิน ส่งสินค้า ฯลฯ ทำทุก อย่างได้  ขยายบริการครบจบที่เดียว” ดร.ฉัตรชัย กล่าว

 

 

 

ภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการมูฟของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ๆ ในบ้านเราก็คือ การขยับตัวของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาของการ Transformation ของยักษ์ใหญ่รายนี้

นอกจากการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็น Omni-channel แล้ว สิ่งที่เซ็นทรัลให้ความสำคัญก็คือเรื่องของดาต้า  เพราะ นอกจากการมีเทคโนโลยีดิจิทัลแล้วการมีข้อมูลก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อธุรกิจค้าปลีกที่จะขับเคลื่อนก้าวเข้าสู่การ “ช้อปปิ้ง สมัยใหม่” ที่ขับเคลื่อนและสู้กันด้วยดาต้า

กลุ่มเซ็นทรัล มีแพลตฟอร์ม The 1 ที่เข้ามาจัดการในเรื่องนี้ โดยดาต้าที่มีอยู่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้า เป็น Hyper -  Personalization ซึ่งดาต้าที่มีอยู่นั้นจะมาจาก 3 ส่วนสำคัญ ไล่ตั้งแต่ ดาต้าที่มาจากค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เป็นข้อมูลจากการซื้อจริงของลูกค้า ดาต้าที่ได้จากพันธมิตรที่อยู่ในกลุ่มเซ็นทรัล และสุดท้าย เป็นดาต้าที่ได้จากพันธมิตร นอกเครือ อย่างบรรดาบัตรเครดิต รวมถึงคู่ค้าที่อยู่ในศูนย์การค้า ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ แพลตฟอร์ม The 1 จะมีการขยาย ความร่วมมือออกไปยังพันธมิตรที่เป็นผู้ประกอบการนอกศูนย์

 

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เคยกล่าว ไว้ เมื่อครั้งงานแถลงข่าววิชั่นของเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า นอกจากการมีเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว การมีข้อมูล ก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อธุรกิจค้าปลีกที่จะขับเคลื่อนก้าวเข้าสู่การเป็น New Retail  โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้บริโภคมีการ เปลี่ยนแปลงที่เร็วมากจึงต้องเข้าใจความต้องการของพวกเขาทั้งโลกจริงและโลกเสมือนจริง เทคโนโลยีและดาต้า จึงเข้ามา เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนและสร้างความเข้าใจที่เปลี่ยนแปลงไปได้

“เซ็นทรัล รีเทล ต้องเมคชัวร์ว่า มีสินค้าที่มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องเป็นสินค้าที่คัดมาเพื่อให้เหมาะสมกับ ลูกค้าแต่ละคน โดยจะต้อง Offer เขาได้แบบ 1 to 1 และต้องเข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร ที่สำคัญแบบขาดไม่ได้ต้องมีเซอร์วิสที่ดีและแตกต่างจากคู่แข่งขัน” ญนน์ กล่าวสรุป

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.