13,660
VIEWS

เงินติดล้อ แบรนด์ Non Bank อันดับ 1 ทั้งเรื่อง Brand Awareness และ Trust

Mar 21, 2022 -None-

เมื่อกล่าวถึงธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร และธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่มีนายหน้าประกันภัยมืออาชีพกว่า 5,000 คน คอยให้บริการลูกค้า มีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ และยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องคิดถึง “เงินติดล้อ” แบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ของการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้แก่กลุ่มลูกค้ารายย่อย

หลังการ Rebranding สู่การเป็น “บริษัท เงินติดล้อ จำกัด” ในช่วงปี 2558 และเริ่มมีการทำแคมเปญเพื่อปรับภาพลักษณ์ พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ใหม่ โดยมีการใช้สโลแกน “ชีวิตหมุนต่อได้” ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณา “ชีวิตใหม่” ที่เน้นการใช้โซเชียลมีเดีย ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้มียอดเข้าชมมากกว่า 2 ล้านครั้งในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว และส่งผลให้ชื่อของ “เงินติดล้อ” เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จด้านชื่อเสียงของ “เงินติดล้อ” ยังสะท้อนภาพผ่านผลการสำรวจ “2022 Thailand’s Most Admired Brand” ที่ในปีนี้แบรนด์ “เงินติดล้อ” สามารถครองความเป็นที่ 1 ในหมวดธนาคารและบริการทางการเงิน กลุ่มธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศไทย

ปัจจัยอีกประการที่ส่งผลทำให้ชื่อของ “เงินติดล้อ” เป็นที่กล่าวถึงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อ “TIDLOR” ในการซื้อขายหลักทรัพย์ มีการเสนอขายหุ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 นับเป็นหุ้น IPO ในกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงสุด และสูงสุด 5 อันดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย

การขยับตัวครั้งนี้ “เงินติดล้อ” ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลกถึง 32 ราย ร่วมลงนามเพื่อเป็น Cornerstone Investors และกลุ่มนักลงทุนรายย่อย

คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กล่าวว่าการเข้าตลาดหุ้น IPO (Initial Public Offering) ของเงินติดล้อในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นภารกิจสำคัญของบริษัท ซึ่งการได้มีโอกาสเสนอขาย IPO ได้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ โดยการเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกที่ขายหุ้นผ่านระบบ Small Lot First ที่มีความตั้งใจอยากจะให้นักลงทุนรายย่อยได้เข้าถึงการลงทุนของหุ้นที่ขายครั้งแรก

IPO เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้จักและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเราในฐานะบริษัทและในฐานะแบรนด์ ตอนที่เริ่มทำธุรกิจนี้ใหม่ๆ คนมักคิดว่าธุรกิจปล่อยสินเชื่อเป็นธุรกิจสีเทามีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูง แต่อย่างน้อยเมื่อเรา IPO ได้มีโอกาสเล่าให้คนฟังว่า เราเจอลูกหนี้นอกระบบที่ถูกคิดดอกเบี้ยสูงกว่าของบริษัทเราถึง 20 เท่า ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของหนี้นอกระบบ และเล่าถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านหาเช้ากินค่ำที่อยากได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และอยากได้กระบวนการที่โปร่งใส อยากได้รับการบริการที่ดีเหมือนกับกลุ่มคนระดับกลางถึงสูง แม้ว่าจะไม่ได้มีอาชีพที่ใส่สูทผูกไทเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป การทำ IPO ปีที่แล้ว จึงเป็นจุดที่ทำให้เราสามารถเล่าทุกๆ การเดินทางของเราให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น”

ก่อนหน้านี้ เงินติดล้อ ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อจากการนำเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์มาเป็นประกัน พร้อมให้ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มนำเสนอแผนการผ่อนชำระเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินสดโดยไม่มีดอกเบี้ยนานสูงสุด 6 เดือน

“หากย้อนดูโฆษณาเมื่อปี 2553 เราเป็นแบรนด์แรกในวงการธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่ประกาศว่า เล่มทะเบียนมอเตอร์ไซค์สามารถแปลงกลับไปเป็นเงินได้ ก้าวแรกของเราเริ่มจากจุดนั้น คนเริ่มจดจำและรู้จักคำว่าเงินติดล้อตั้งแต่วันนั้น  สิ่งสำคัญต่อมา คือเราสามารถทำได้จริง และทำให้คนประหลาดใจกันมากว่า เราอนุมัติเงินให้อย่างรวดเร็วเหมือนที่บอกในโฆษณา เราเสนอขายในสิ่งที่เราทำได้ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง “ความไว้วางใจ” ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี

เราคิดว่า ความไว้วางใจเกิดจากความสม่ำเสมอในสิ่งที่เราทำ สิ่งสำคัญคือเรามีความเชื่อว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น ถึงแม้คนจะไม่เข้าใจแต่เราก็พัฒนาไปเรื่อยๆ บนหลักการของเรา คือการบริการของเราต้องเข้าใจง่าย ถ้าเป็นสินเชื่อต้องอนุมัติง่าย ต้องเร็ว และเข้าถึงง่าย”

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่บริษัทยังคงมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากการสร้าง Brand Awareness คือบริษัทมีการวางแผนงานขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การเพิ่มจำนวนสาขาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น จนถึงวันนี้เงินติดล้อมีสาขามากกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ

อีกทั้งยังมีการยกระดับผลิตภัณฑ์ด้านการเงินผ่าน “บัตรติดล้อ” บัตรกดเงินสดหมุนเวียนของบริษัทให้กับลูกค้าผู้ขอสินเชื่อ เพื่อให้สามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อของตนเองผ่านตู้ ATM ชั้นนำทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. และแอปพลิเคชันเงินติดล้อ เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์ (Areegator) เพื่อช่วยให้นายหน้าประกันภัยรายย่อยที่สมัครเป็นสมาชิก สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการงานขายประกันภัยของเงินติดล้อผ่าน Smartphone, Tablet หรือ Computer ของตัวเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานเสนอขายประกันให้กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น และด้านผู้ซื้อประกันภัยเอง ก็ได้รับทางเลือกและบริการที่มีมาตรฐานจากนายหน้าประกันภัย นั่นเป็นการตอกย้ำให้ผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์เงินติดล้อมากยิ่งขึ้น

คุณปิยะศักดิ์ กล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแบรนด์ “เงินติดล้อ” ในวันนี้ก็คือ “คน” หรือบุคลากรในองค์กรที่ทุกคนทำงานบนความเชื่อในพันธกิจเดียวกัน และถูกเชื่อมต่อกันด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เกิดจากค่านิยมทั้ง 7 ประการ ได้แก่ 1.สร้างสรรค์ แบ่งปันโอกาส 2.มีจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ 3.ร่วมมือร่วมใจ ตรงไปตรงมา 4.ซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นกันเอง 5.กระหายเรียนรู้ 6.กล้าคิด กล้าลอง และ 7.ทำงานให้เต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด

“เราพูดกันตลอดเวลาว่า เงินติดล้อไม่ใช่แบรนด์ แต่แบรนด์คือสิ่งที่คนรู้สึกได้เมื่อตอนที่เขาได้เจอกับเรา ไม่ว่าจะเจอชาวเงินติดล้อผ่านช่องทางไหน ลูกค้ามักจะโทรกลับมาชื่นชมเสมอว่า พนักงานของเงินติดล้อเข้าใจและดูแลลูกค้าอย่างดี ซึ่งโจทย์ของเราในตอนนี้ คือเรามีพนักงานกว่า 6,000 คน ที่กำลังเป็นตัวแทนของเงินติดล้อ เราต้องทำอย่างไรเพื่อให้ชาวเงินติดล้อเข้าใจเจตนารมณ์ขององค์กรอย่างลึกซึ้ง และส่งต่อความรู้สึกเหล่านั้นไปสู่ลูกค้า

ดังนั้น หัวใจสำคัญของการทำงานในตอนนี้ คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง หนึ่งในนั้นเราจะปูถึงวิธีการทำงานของเราว่าต้องมีความจริงใจ ตรงไปตรงมา เป็นกันเอง กล้าที่จะลองผิดลองถูก สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนดีเอ็นเอที่ฝังอยู่ในตัวชาวเงินติดล้อทุกคน และเมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกันความขัดแย้งก็จะลดลง ตำแหน่งและความอาวุโสไม่ได้มีบทบาทมากมายในที่นี้ เพราะเมื่อเราเจอปัญหาเราจะได้รับโจทย์เดียวกัน ทุกคนจะร่วมมือกันแก้ปัญหาให้กับลูกค้า” 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตอันเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลให้มีความคล่องตัวน้อยลง แต่ด้วยเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการทำธุรกิจ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง โดยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2564 สามารถทำกำไรสุทธิ 3,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อนหน้า ในส่วนของพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถขยายตัวต่อเนื่องเติบโตที่ 20% ในปีที่ผ่านมา แตะ 61,500 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 5,220 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% จากปี 2563 และคงอันดับ 2 ของนายหน้าประกันวินาศภัยที่มุ่งเน้นรายย่อย นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินปรับลดลง หลังจากบริษัทได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เป็นระดับ A แนวโน้มคงที่ หรือ Stable เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา

“แผนงานในปีนี้ เราเตรียมเปิดสาขาเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 300 สาขา เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงเราได้มากขึ้น และเรายังคงเน้นย้ำอยู่คือธุรกิจประกัน เมื่อมีใครได้ยินคำว่าเงินติดล้อ มักจะนึกถึงสินเชื่อเป็นอันดับแรก แต่การรับรู้เรื่องประกันของเรายังมีประมาณ 60% ซึ่งยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าเราเป็นนายหน้าประกันภัยรายใหญ่อันดับ 2 ในกลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย รวมถึงการผลักดันโครงการ TIDLOR Academy เพื่อการสร้างองค์กรต้นแบบ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ และเพื่อทำให้คนรู้สึกว่า องค์กรของเราเหมือนสตาร์ทอัพที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ” 

เพื่อตอกย้ำการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ล่าสุดทางบริษัทจึงได้เข้าร่วมโครงการ T-Verse powered by Brandverse ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเชื่อมธุรกิจ การศึกษา และภาครัฐ สู่ความร่วมมือพัฒนา Thailand Metaverse Ecosystem เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ก้าวไปใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลแบบไร้ขีดจำกัดทั้ง Social, Shop, Play, Work, Learn เป็นต้น

วันนี้ “เงินติดล้อ” กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไป จากความพยายามในการส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยด้วยการเข้าถึงที่หลากหลายช่องทาง และมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย ส่งผลให้เงินติดล้อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในธุรกิจนายหน้าประกันภัย และพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“แบรนด์ที่ดีต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการรักษาความเป็นที่ 1 ไว้ให้ได้อย่างยั่งยืน เราต้องกลับไปที่คำว่า Consistency หรือความสม่ำเสมอ เราต้องเข้มข้นต่อการคัดกรองคนที่มีความเชื่อเดียวกัน ที่เชื่อในการช่วยเหลือคนไทยด้วยกันให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ถ้าเราเริ่มต้นจากจุดนั้น มีค่านิยมที่สอดคล้องกัน เราจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง” คุณปิยะศักดิ์ กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.