เมืองไทยประกันชีวิต ที่หนึ่งเรื่องนวัตกรรมความคุ้มครองด้าน Health & Wealth

Mar 13, 2022 -None-

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบในหลายๆ ธุรกิจมียอดขายที่เติบโตชะลอตัวหรือลดลง อย่างไรก็ดีในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนามว่า “เมืองไทยประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ และสามารถมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นไว้ได้

ปี 2564 ถือเป็นปีสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีอายุครบรอบ 70 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่อยู่เคียงคู่คนไทยมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยประกันชีวิต สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ และการให้บริการ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายในรูปแบบเฉพาะบุคคลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  

ที่สำคัญล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิตสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมากมายทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งเป็นการสะท้อนและการันตีความสำเร็จที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมในอุตสาหกรรมประกันภัย อาทิ รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

รวมถึงรางวัลจากผลสำรวจวิจัยในโครงการ 2022 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวด “ธนาคารและบริการทางการเงิน” กลุ่ม “ประกันชีวิตดิจิทัล” (InsurTech) ที่สะท้อนภาพของแบรนด์ “เมืองไทยประกันชีวิต” ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มประกันชีวิตดิจิทัล และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากคนไทยทั่วประเทศ

ความสำเร็จทางด้านผลการดำเนินงานของเมืองไทยประกันชีวิตในปี 2564 สามารถอยู่ในระดับที่โดดเด่นระดับแนวหน้าในแวดวงธุรกิจประกันชีวิต จะเห็นได้จากอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ที่ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 31% มีสัดส่วนการขายแบบประกันชีวิตประเภทคุ้มครองชีวิตและประกันชีวิตควบการลงทุน (Protection and Investment Portion) สูงถึง 76% 

ขณะที่อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment Linked Product) สูงถึง 1,116% และผลการดำเนินงานจากการขยายธุรกิจตลาดภูมิภาค (Regional Company) ในกลุ่มประเทศ CLMV สามารถมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง    

ในด้านความแข็งแกร่งและด้านเสถียรภาพทางด้านการเงิน เมืองไทยประกันชีวิตยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) จาก S&P Global Ratings อยู่ที่ระดับ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ และจากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) อยู่ที่ ‘A-’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ถือเป็นอันดับเครดิตในระดับประเทศที่สูงที่สุด มีสินทรัพย์รวมทั้งหมดของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 ที่สามารถแตะระดับได้สูงมากกว่า 600,000 ล้านบาท และมีความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งโดยสะท้อนจากอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่า 300% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่ 120% 

ซึ่งความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางด้านการเงินของเมืองไทยประกันชีวิตข้างต้น สะท้อนถึงความมั่นคงของบริษัทที่พร้อมอยู่เคียงข้างกับคนไทยและลูกค้าอย่างยั่งยืนทุกสถานการณ์ และพร้อมยึดมั่นปฏิบัติตามคำสัญญาที่ระบุไว้ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ 

สำหรับก้าวต่อไปในปี 2565 คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในวันนี้ คือการประกาศจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดด้านความคุ้มครองสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุก Journey ทุกไลฟ์สไตล์แบบ End to End ได้อย่างเหมาะสมในรูปแบบที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้นและครบถ้วนในทุกมิติ พร้อมสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้า พนักงาน สังคม พันธมิตร และผู้ถือหุ้น รวมถึงการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล เพื่อสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัลเต็มตัว

โดยในด้านความคุ้มครองสุขภาพ เมืองไทยประกันชีวิต ได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแบบ Outside In เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เมืองไทยประกันชีวิตสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในด้านคุ้มครองสุขภาพ ความคุ้มครองโรคร้ายแรงและบริการต่างๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในแบบที่มีความเฉพาะตัวได้มากยิ่งขึ้น 

“เราเน้นการสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเข้าถึง เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในทุกเพศ ทุกวัย พร้อมพัฒนาและผสมผสานรูปแบบของการบริการ ทั้งเรื่องของนวัตกรรมใหม่ การบริการผ่านระบบ Digital และ Non - Digital เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการทั้ง Self Service และ Human Touch”  

ในส่วนของการบริหารความมั่งคั่ง เมืองไทยประกันชีวิตได้สร้างความโดดเด่นด้วยบริการบริหารจัดการทางการเงิน (Wealth Solutions) เป็นบริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแบบครบวงจร ให้คำแนะนำด้วยแนวคิด Wealth Life Expert” มอบบริการด้วยการคัดเลือกกองทุนรวมคุณภาพจาก บลจ.ชั้นนำ ภายใต้การบริการโดยทีม Wealth Advisor ที่ช่วยวางกลยุทธ์การลงทุน และสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีการติดตามผลการดำเนินงาน บริหารความเสี่ยง โดยผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการลงทุน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุทุกเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ 

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือการปรับตัวเพื่อตอบรับโลกยุคใหม่ที่เมืองไทยประกันชีวิตได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมืองไทยประกันชีวิตได้ยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล ทันสมัย ทำให้สามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าทัน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation หรือ RPA) เพื่อให้การทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพ มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาใช้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว สะดวก และครอบคลุม 

รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ (Ecosystem Partners) ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานพยาบาล พันธมิตรในตลาดอีคอมเมิร์ซ และพันธมิตรในกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน InsurTech HealthTech หรือ Blockchain เพื่อให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

คุณสาระ กล่าวเสริมว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจในปี 2565 เมืองไทยประกันชีวิตได้ตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainable Growth) โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด อาทิ การมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของช่องทางการขายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Distribution Capabilities Enhancement to Grow Sustainably) การนำเสนอและประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า (Excellent Customer Experience) การพัฒนากระบวนการทำงานในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสอดรับโลกยุคใหม่ (Operations Transformation) 

พร้อมการขยายธุรกิจและบริการผ่านพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ (Ecosystem Orchestrator) การเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการพัฒนาประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแก่ลูกค้า (Digitalized and Data-Driven Organization) การขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพในต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศอาเชียน และขยายสู่ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง และส่งเสริมธุรกิจ (Expansion in the Regional Markets and Adjacent Industries) การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และการมีธรรมาภิบาลที่ดี (Effective Risk Management) 

“แผนการดำเนินงานในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด MTL NEXT TO YOU ที่มุ่งเน้นการพัฒนาในรอบด้าน เพื่อก้าวเคียงคู่ดูแลทุกช่วงของชีวิตและส่งมอบความสุข รอยยิ้มให้กับลูกค้าในทุกกลุ่ม (Democratize Insurance) เรายังคงเน้นย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดด้านความคุ้มครองสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) พร้อมๆ กับการกำหนดเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรน่าอยู่ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถรอบด้าน และเป็นศูนย์รวมของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ความสามารถในหลากหลายมิติ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และการให้บริการ”

สิ่งสำคัญ คือการพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา  พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกยุคดิจิทัล (New Talent) รวมถึงการให้ความสำคัญกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) การจัดการด้านสังคม (Social) และการจัดการด้าน ธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG อีกด้วย 

“เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ที่มากกว่า 10% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) และแบบประกันชีวิตควบการลงทุน รวมไปถึงการให้ความสำคัญด้านเสถียรภาพทางการเงินให้มีความแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า (Net Promoting Score) ในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง” คุณสาระ กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.