สรุปพฤติกรรม SME ไทยปี 2564 กับการใช้ LINE ทำธุรกิจ

Mar 02, 2022 N.Rotchana

ที่ผ่านมา LINE ให้บริการลูกค้ากลุ่มธุรกิจ และ SME ภายใต้แบรนด์ LINE for Business ผ่าน LINE Official Account เป็นหลัก โดย LINE ได้เปิดเผยสถิติของ SME ไทย มีการเปิดบัญชี LINE Official Account (LINE OA) เพิ่มขึ้น

ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้หลายธุรกิจต้องหาทางออก โดยการเลือกแฟลตฟอร์ม LINE เป็นการเข้าถึงลูกค้า ส่งผลให้เกิดการใช้งานเพิ่มขึ้น มีจำนวนการเปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1 ล้านราย หรือคิดเป็นการเติบโต 25% เทียบจากปีก่อนหน้า

สกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจเอสเอ็มอี LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ SMEs ถือเป็นผู้ใช้งานหลักของ LINE OA ซึ่งมีจำนวนเกิน 90% ของจำนวนบัญชีทั้งหมด LINE จึงให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานธุรกิจในกลุ่มนี้มาก”

ธุรกิจที่มีจำนวนผู้ใช้งาน LINE OA มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ความงาม โตขึ้น 31%

2. แฟชั่น โตขึ้น 31%

3. ธุรกิจอาหาร โตขึ้น 51%

ผลอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง ทำให้ร้านอาหารจำเป็นต้องใช้เครื่องมือดิจิทัลในการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าถึงบ้านมากยิ่งขึ้น

โดยนอกจากการมีบริการส่งอาหาร หรือ เดลิเวอรี่แล้ว SMEs ในกลุ่มธุรกิจอาหารยังมีการเปิดใช้ LINE OA เพื่อสร้างแบรนด์อย่างจริงจังบนโลกออนไลน์ ด้วยการมีช่องทางติดต่อสื่อสารกับลูกค้า พร้อมเชื่อมต่อกับการสั่งอาหารผ่าน LINE OA ไปด้วยในตัว

เครื่องมือฟีเจอร์ภายใน LINE OA สำหรับ SME ไทย

1. แชท (Chat) เพราะเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง พูดคุย สร้างสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยง่าย

2. บรอดแคส (Broadcast) การเปิดการขายกับลูกค้าผ่านการส่งข้อมูลการขาย ทั้งแนะนำสินค้าใหม่ โปรโมชั่นต่างๆ

3. ริชเมนู (Rich Menu) มีตัวเลขการใช้งานเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 232% แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs เริ่มมีความรู้ด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น สามารถใช้งานฟีเจอร์เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับ LINE OA ของตนเองได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังพบว่าฟีเจอร์ใหม่ ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 อย่าง LINE OA Call ช่วยสร้างความสะดวกให้กับลูกค้าในการติดต่อสอบถามข้อมูลด้วยการโทรเข้า LINE OA เพื่อพูดคุยกับแอดมินของแบรนด์หรือร้านค้าได้โดยตรง ก็ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในการเปิดใช้ฟีเจอร์นี้อย่างเห็นได้ชัด โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 220%

ขณะที่ 2 ฟีเจอร์ใหม่บน LINE OA คือ พรีเมี่ยมไอดี (Premium ID) สามารถสร้างแบรนด์ได้ ช่วยทำให้ไอดีของร้านเป็นที่จดจำและบอกต่อง่าย และบัญชีรับรอง (Verified Account) ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ลูกค้ามั่นใจว่าซื้อกับร้านค้าตัวจริง และสามารถสร้างโปสเตอร์ลิขสิทธิ์แท้จาก LINE FRIEND ฟรี เนื่องจากมีการแข่งขันสูง แบรนด์จึงควรต้องสร้างการจดจำและสร้างความน่าเชื่อถือควบคู่กันไป โดยในปีที่ผ่านมา การใช้งานพรีเมี่ยมไอดีและบัญชีรับรองมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8% และ 14% ตามลำดับ

สำหรับกลุ่มธุรกิจมาแรงที่ลงเม็ดเงินโฆษณาผ่าน LAP มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ธุรกิจการศึกษา พร้อมอัตราการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 สูงถึง 609% ตามมาด้วยธุรกิจบันเทิง ที่มีอัตราการลงเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 187% และธุรกิจแฟชั่น เพิ่มขึ้นถึง 180%

 

2 วัตถุประสงค์ยอดฮิตในการลงโฆษณาบน LAP ยังคงเป็นการโฆษณาเพื่อเพิ่มเพื่อน (Gain Friends) และการโฆษณาเพื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์ (Website Visit)

การเปิด LINE OA พร้อมการลงโฆษณาผ่าน LAP เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับ LINE OA จึงกลายเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมของ SMEs ไทยในการทำธุรกิจแห่งยุคดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม LINE อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

 

สำหรับปีนี้ LINE ยังคงตั้งเป้าเป็นเพื่อนร่วมทางเคียงข้าง SMEs ไทย สนับสนุนผู้ประกอบการให้เดินหน้าต่อด้วยเครื่องมือดิจิทัล คอยขับเคลื่อนให้การทำธุรกิจเกิดประสิทธิผล พร้อมมุ่งยกระดับความรู้ ความเข้าใจในการทำธุรกิจยุคใหม่ โดยแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ด้าน

ด้านแพลตฟอร์ม

พัฒนาเครื่องมือหรือโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อ SMEs โดยเฉพาะ (Customized Solutions for SMEs) ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาพื้นที่และรูปแบบการลงโฆษณาบน LAP ใหม่ๆ เพื่อรองรับและตอบโจทย์การใช้งาน SMEs ไทยมากยิ่งขึ้น เช่นการเพิ่มตำแหน่งการวางโฆษณาไปบน LINE OpenChat โฆษณาในรูปแบบวิดีโอบน LINE VOOM

คาดว่าจะเป็นเทรนด์ที่มีบทบาทในการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE อย่างมาก รวมถึงแผนการพัฒนาเครื่องมือเดิมในตลาด ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับ SMEs มากขึ้น เช่น MyCustomer เครื่องมือเสริมประสิทธิภาพให้ LINE OA สำหรับธุรกิจองค์กรในการบริหารจัดการดาต้า เป็นต้น

 

 

ด้านความรู้และกิจกรรม

ยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจยุคดิจิทัลให้ SMEs ไทย ด้วยกิจกรรมการให้ความรู้ และแคมเปญ โปรโมชั่น ที่จะแบ่งประเภทและรูปแบบให้เหมาะสมเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

1. การให้ความรู้ตามระดับความรู้ของผู้ประกอบการ ทั้งระดับความรู้ในเชิงการทำธุรกิจ หรือระดับความรู้ที่มีต่อแพลตฟอร์ม LINE

2. การให้ความรู้เฉพาะแบ่งตามพื้นที่ภูมิภาค สอดคล้องกับการเปิดตัว LINE Certified Coach ที่ผ่านมา ที่ได้คัดเลือกกลุ่มโค้ชตามต่างจังหวัด เพื่อตอบรับเป้าหมายการกระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคมากขึ้น

3.การจัดกิจกรรม หรือให้ความรู้เฉพาะแบ่งตามประเภทธุรกิจ

“ในปีนี้ LINE ยังคงพร้อมที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่จะอยู่เคียงข้างเพื่อเป็นแรงกำลังสำคัญช่วยให้ผู้ประกอบการไทย เรียนรู้ เข้าใจการทำธุรกิจ ด้วยการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม LINE ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นำไปสู่การดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.