MG เป็นที่ 1 เรื่องรถ EV ในตลาดเมืองไทย

Mar 11, 2022 -None-

ปีนี้เป็นปีแรกสำหรับการทำสำรวจ “2022 Thailand’s Most Admired Brand” ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และเป็นปีแรกด้วยเช่นกันที่ชื่อของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า “เอ็มจี” (MG) สามารถครองความเป็นที่ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สะท้อนให้เห็นภาพความเชื่อมั่น และการให้การยอมรับอย่างสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศไทย

แม้ว่า  MG  จะเข้าสู่ตลาดยานยนต์เมืองไทยเพียงไม่กี่ปี แต่  MG  ก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ  Brand Image  การันตีด้วยยอดขายรถยนต์สะสมกว่า 50,000 คัน ในช่วงเวลาเพียง 5 ปีแรกของการทำตลาดในไทย และแม้ว่า MG จะไม่ใช่แบรนด์แรกที่ส่งรถไฟฟ้าลงสู่ตลาดไทย แต่ก็เป็นแบรนด์ที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เดินหน้าทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และพยายามผลักดันให้รถ EV เกิดขึ้นอย่างจริงจังในประเทศไทย ด้วยแนวคิดที่จะทำให้การใช้งานรถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย และเกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น

MG ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบรถยนต์ SUV สู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนมิถุนายนในปี 2562 ตามมาด้วยการเปิดตัว NEW MG HS PHEV รถยนต์ Plug-in Hybrid ในเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน แม้จะไม่ใช่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% แต่ก็เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกตัวหนึ่งก่อนข้ามสู่พลังงานไฟฟ้าแบบ 100%

คุณจาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ MG เป็นที่ยอมรับในเวลาไม่นาน โดยหลักๆ คือตัวผลิตภัณฑ์ และการบริการ โดยเฉพาะการนำเสนอฟังก์ชั่นที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย จึงทำให้สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ดี รวมถึงการสร้างบริการใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อาทิ Mobile Service แบบบริการถึงบ้าน หรือการทำ Application ที่สามารถจองคิวการเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ จากเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีอยู่กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

MG มีความตั้งใจที่จะผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตต่อไปข้างหน้า และทัดเทียมอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่กำลังให้ความสำคัญกับการติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous) การติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระหว่างคนและรถ (Connectivity) การใช้งานรถร่วมกัน (Car Sharing) และที่สำคัญคือการสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) โดย MG ได้เปิดตัวรถ EV รุ่นแรก คือ MG ZS EV เมื่อปี 2562 ซึ่งไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีการติดตั้งระบบที่ช่วยในการขับขี่เสมือนว่าเป็น Autonomous Driving รวมไปถึงมีระบบความปลอดภัยที่เทียบเท่ารถยนต์ระดับพรีเมียม และระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับตัวรถได้อีกด้วย เมื่อผู้บริโภคมีความสนใจในรถ EV จึงได้เปิดตัว MG EP ปัจจุบันได้รับความนิยมทั้งจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าองค์กร ส่งผลให้ MG ครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทย”

สำหรับ MG EV ไม่ใช่แค่ตัวรถ แต่คือระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบต้องแข็งแกร่งครอบคลุมทั้งการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย การพัฒนาและการจัดการแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า การสร้างและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ การเร่งสร้างความรู้พื้นฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ MG ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการสื่อสารการตลาด ที่มุ่งเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการนำเสนอคอนเทนต์บนช่องทางของโซเชียลมีเดียที่มักได้รับความสนใจอยู่เสมอ เช่น การโพสต์ภาพ Teaser บน Facebook Page: MG Thailand ในช่วงปลายเดือนเมษายนของปีที่ผ่านมา ด้วยข้อความ “เปลี่ยนทุกนิยามของคำว่าสมาร์ทโฟน” ส่งผลให้เกิดการคาดเดากันไปว่า MG จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ก่อนที่จะเฉลยว่า นิยามใหม่ที่ว่านั้น คือการจองรถได้เพียงปลายนิ้วผ่านเว็บไซต์ www.mgcars.com

คุณจาง ยังมองว่า การตอบรับของผู้บริโภคในวันนี้ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีผลงานที่หลากหลายแต่ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งการทำตลาดในช่วงเริ่มต้นที่ผู้บริโภคชาวไทยยังไม่รู้จักแบรนด์ MG สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจกับแบรนด์จากประเทศจีน เนื่องจากผู้บริโภคคุ้นเคยกับแบรนด์ญี่ปุ่นมานานจนอาจยังไม่รับรู้ด้านพัฒนาการของยานยนต์จากประเทศต่างๆ ในตลาดโลก รวมถึงประเทศจีนว่าก้าวล้ำนำสมัยไปไกลแล้ว

“เรามองว่า ถ้าเราอยากปรับเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเราเอง เราต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องดำเนินการต่อไป รวมถึงเรื่องของการอัพเกรดเทคโนโลยีเพื่อจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้การทำงานของเราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น การพัฒนารถ EV เป็นเพียง 1 ใน 4 แนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต รถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ Car Sharing ซึ่งการทำตลาดในประเทศไทย หน้าที่ของเรา คือการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายและการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันศึกษา สถาบันวิจัยๆ รวมไปถึงภาคเอกชนเพื่อที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตก้าวหน้าได้ดียิ่งขึ้น”

คุณจาง ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนารถ EV ก็คือเรื่องของผลิตภัณฑ์และการบริการ ซึ่งก่อนหน้านี้ MG มีรถ EV อยู่เพียง 2 รุ่น สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างและหลากหลายจึงกลายเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลให้ตลาดรถ EV ยังไม่เติบโตเท่าที่ควร ปีนี้ทาง MG จึงมีการวางแผนงานเพื่อสร้างความหลากหลายทางด้านตัวผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองคนที่มีความต้องการใช้งานที่ต่างกันไป  สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง คือการไม่ยึดติดกับวิธีการทำงานในรูปแบบเดิมๆ เพื่อให้สามารถสร้างแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นได้ ทุกสิ่งที่เป็นนวัตกรรมจะมาจากการสิ่งที่เคยปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ เช่น โทรศัพท์มือถือในยุคสมัยก่อนจะมีลักษณะเป็นปุ่มกด แต่ถ้าอยากมีนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ต้องปฏิเสธปุ่มกดถึงจะมีโอกาสเกิดเป็นสมาร์ทโฟนในแบบปัจจุบัน

“วันนี้เรายังคงเจอกับความท้าทายใน 2 เรื่องสำคัญ คือความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และการปรับเปลี่ยนตัวเราเอง ทุกวันนี้เราคอยทบทวนอยู่เสมอๆ ว่าวิธีการทำงานที่ผ่านมามีอะไรบ้างที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ถ้ามีเราก็ต้องกลับไปคิดใหม่” 

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผลสำรวจ “2022 Thailand’s Most Admired Brand” ถือได้ว่าแบรนด์ MG ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถ EV ในประเทศไทย ซึ่งคุณจางมองว่า เบื้องหลังผลรางวัลนั้นคือความพยายามของทีมงานและการให้ความสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์ รวมทั้งสื่อต่างๆ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารของ MG มาโดยตลอด โดยในระยะเวลากว่า 8 ปี ของการทำตลาดในประเทศไทย MG ได้รับรางวัลมากมาย แต่รางวัลเหล่านั้นเสมือนเป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ต้องคิดให้รอบคอบยิ่งขึ้น และภารกิจสำคัญยังคงเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่ทันสมัยให้เร็วที่สุด

“หลังจากนี้ เรายังคงพยายามตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และเพิ่มความ Personalized ให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาและอัพเกรดเทคโนโลยี ตลอดจนการปรับระบบการทำงานภายในองค์กรให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนในปีต่อๆ ไป เราจะยังเป็นที่ 1 อยู่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตลาดและผู้บริโภค ซึ่งเรายังต้องทำงานกันต่อไปอย่างที่เคยทำกันมา และยังคงมุ่งไปที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อหาวิธีตอบแทนลูกค้าของเราอยู่เสมอ” คุณจาง ไห่โป กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.