SCB SME ใช้ความจริงใจเป็นเข็มทิศการทำงาน พร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนให้ลูกค้าเติบโต

Mar 12, 2022 -None-

เข้าปีที่ 3 แล้วที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ความเดือดร้อนจากรายได้ที่ลดลงจนขาดสภาพคล่องทางการเงินของบรรดา SME ได้กลายมาเป็นโจทย์หลักการทำงานของ SCB SME เพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้รอดพ้นจากวิกฤตให้ได้มากที่สุด ซึ่งผลลัพธ์จากการทำงานที่รวดเร็วและลงลึกในแต่ละอุตสาหกรรมทำให้ SCB SME นอกจากจะนำพาให้หน่วยงานนี้พลิกกลับมามีกำไรแล้วยังกวาดรางวัลจากเวทีต่างๆ มากมาย รวมถึง 2022 Thailand’s Most Admired Brand ในฐานะแบรนด์ธนาคารเพื่อผู้ประกอบการ SME ที่มีผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด

คุณพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา SCB SME แทบไม่ได้ออกแคมเปญสื่อสารการตลาดแต่กลับได้รับรางวัลด้านภาพลักษณ์มากมาย เนื่องจากใช้ความจริงใจในการทำงานเพื่อ SME

“ความจริงใจ” จากปากผู้บริหารสูงสุดของธนาคารถูกถ่ายทอดสู่ทีมผู้บริหาร กระทั่งส่งต่อมายังทีมงานเป็นทอดๆ เพื่อนำมาเป็นเข็มทิศในการทำงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในยามสถานการณ์ที่ลูกค้าประสบความยากลำบากเช่นนี้

“คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ท่านจะพูดบ่อยมากว่าถ้าลูกค้ารอดเราก็รอด เพราะฉะนั้นเราจึงใช้ความจริงใจช่วยเหลือลูกค้า และไม่ทิ้งซึ่งกันและกันในยามที่เขาลำบาก แม้เราจะช่วยลูกค้าที่เดือดร้อนไม่ได้ 100% แต่ก็เกือบ 100%”

ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ SCB SME เน้นหนักการเยียวยาและฟื้นฟู เนื่องจากโควิด-19 ลากยาวเข้าสู่ปีที่ 2 และหนักหนาสาหัสกว่าปี 2563 โดยลงลึกในแต่ละอุตสาหกรรม และลงรายละเอียดตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมวงเงินสินเชื่อช่วยเหลือลูกค้า SME กว่า 72,000 ล้านบาท ยกตัวอย่าง ธุรกิจโรงแรมที่ SCB SME ออกมาตรการช่วยเหลือยืดระยะเวลาการผ่อนออกเป็น 25 ปี โดย 2 ปีแรกพักต้นพักดอก หรือต่อให้ไม่ได้อยู่ในธุรกิจโรงแรม แต่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น สมุย ภูเก็ต ก็จะให้ความช่วยเหลือใกล้เคียงกัน ที่สำคัญยังออกมาตรการอย่างรวดเร็วเป็นจุดที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

คุณพิกุล เผยเบื้องหลังความสำเร็จมาจากการทำงานเป็นทีมระหว่างทีม SCB SME และหน่วยงานอื่นในธนาคาร ตลอดจนบริษัทในกลุ่มไทยพาณิชย์ ตั้งแต่ทีมงานที่สัมผัสกับลูกค้า SME โดยตรง ซึ่งทำหน้าที่มอนิเตอร์นำปัญหามาวิเคราะห์และประสานงานไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อปรับกระบวนการทำงานเพื่อช่วยลูกค้าให้มากที่สุดและเร็วที่สุด

ไม่เพียงแต่ลูกค้า SME ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ SCB SME ยังเข้าไปสนับสนุน SME ที่มีโอกาสเติบโตให้สามารถเติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง อย่างเช่นปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของธุรกิจส่งออก และธุรกิจด้านสุขภาพ ซึ่ง SCB SME ไม่รอช้าที่จะเพิ่มวงเงินอย่างรวดเร็ว เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไปต่อได้ไกลขึ้น และทำหน้าที่สร้างรายได้กลับมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น

จากนโยบายเยียวยาฟื้นฟูและปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปีนี้จะเป็นปีที่ SCB SME พาลูกค้าลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแรง ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายและลดต้นทุนให้ลูกค้า ผ่านเทคโนโลยีที่ธนาคารจะเป็นคนลงทุนและพัฒนาแพลตฟอร์มให้ลูกค้าใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เช่น Robinhood แพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่ที่จะเริ่มขยายไปยังลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรม แพลตฟอร์ม SCB Trade Club แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจส่งออก-นำเข้าที่เชื่อมโยงสู่เครือข่ายคู่ค้าคุณภาพทั่วโลกผ่านระบบดิจิทัล

นอกจากนี้ยังขยายศักยภาพ SCB Business Anywhere บริการดิจิทัลแบงกิ้งสำหรับลูกค้าธุรกิจไทยพาณิชย์ให้เกิดความคล่องตัวและสมบูรณ์แบบมากขึ้น อีกทั้งยังให้บริการการโอนเงินทั้งขารับขาจ่าย โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งเป็นการช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายในยุคที่ธุรกรรมการเงินต่างๆ เกิดขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก นอกจากนี้ไทยพาณิชย์ยังหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเฉพาะด้านมาให้ลูกค้าได้ใช้เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในมิติต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“วงเงินสินเชื่อเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ลูกค้าลุกขึ้นมายืนได้อย่างยั่งยืน แต่เขาจะต้องมีเทคโนโลยีด้วย เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าคนที่รอดวัดกันที่ใคร Lean และปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ดีกว่ากัน เราจึงมีแผนพาลูกค้าทำ Digital Transformation แต่ก่อนที่จะให้ลูกค้าปรับไปสู่ดิจิทัล พนักงานภายในองค์กรต้องปรับตัวก่อน เพราะฉะนั้นพนักงาน SCB SME จะไม่ได้มีความรู้ทางด้านสินเชื่ออย่างเดียว แต่ยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของดิจิทัล เพื่อที่จะช่วยลูกค้าให้ลุกขึ้นและเดินไปต่อในระยะยาวให้ได้”

นอกจากนี้ SCB SME ยังเตรียมคอร์สฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวรับความท้าทายและสามารถขยายขีดความสามารถได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยปัจจุบัน SCB SME มีการจัดหลักสูตร 3 หลักสูตร ประกอบด้วย 1. SCB The DOTs. โครงการพัฒนาทักษะเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ 2. NIA-SCB Innovation-Based Enterprise (IBE) หลักสูตรยกระดับความสามารถของเอสเอ็มอีเพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วยฐานคิดนวัตกรรม 3. SCB Intelligent Trade Program - ITP หลักสูตรความรู้ประยุกต์เพื่อธุรกิจส่งออก รวมถึงการจัดสัมมนาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า SME ตลอดทั้งปี ทั้งยังเชิญกลุ่มนักธุรกิจตัวจริงที่ประสบความสำเร็จมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษารุ่นน้องภายใต้โครงการ SCB SME Mentorซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 25 คน ช่วยกันพาให้ SME เข้มแข็งทั้งระบบ

ดังนั้นเป้าหมายการทำงานของ SCB SME ในปีนี้จึงไม่ใช่ตัวเลขยอดวงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นตัวเลขของลูกค้าที่องค์กรจะพาให้เขาเหล่านั้นมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และพร้อมรับมือกับทุกความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.