อ่านเกม “เซ็นทรัลพัฒนา” ทำไมถึงต้องเป็น “Retail-Led Mixed-Use Development”

Feb 23, 2022 R.Somboon

การก้าวสู่ปีที่ 40 ของเซ็นทรัลพัฒนา หนึ่งในธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งทำหน้าที่ในการพัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกที่เป็นหัวลากสำคัญให้กับธุรกิจค้าปลีกในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลมาตลอดนั้น กำลังจะพลิกโฉมหน้าตัวเองแบบน่าสนใจ เพราะวันนี้ เซ็นทรัลพัฒนาไม่เพียงเป็นแค่ผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกเท่านั้น แต่กำลังก้าวไปเป็น “Retail-Led Mixed-Use Development” ที่จะขับเคลื่อนตัวเองสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ภายใต้แนวทางดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนาจะมีธุรกิจใน 4 Pillars สำคัญ คือธุรกิจค้าปลีก ที่จะประกอบไปด้วย ศูนย์ การค้าขนาดใหญ่และศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ธุรกิจที่อยู่อาศัย ธุรกิจโรงแรม และสุดท้าย ธุรกิจออฟฟิศให้เช่า ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่กันและกัน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสการใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับตัวเองอีกด้วย

ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนา มีศูนย์การค้า 36 แห่ง พื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 1.9 ล้านตารางเมตร กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ, ต่างจังหวัด 20 โครงการ และในมาเลเซีย 1 แห่ง ศูนย์คอมมูนิตี้ มอลล์ 18 แห่ง โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการหรือหมุนเวียนในศูนย์เฉลี่ย 1 ล้านคนต่อวัน มีอาคารสำนักงาน 10 อาคาร โรงแรม 2 แห่ง โครงการที่พักอาศัยอีก 23 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม โครงการแนวราบ, ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่

ตามแผนการลงทุนในอีก 5 ปีต่อจากนี้  จะมีการใช้งบลงทุนประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยจะมีการเพิ่มศูนย์ การค้าเป็น 50 แห่ง ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยจะเพิ่มจาก 23 แห่ง เป็น 68 แห่ง ออฟฟิศ จาก 10 เป็น 13 แห่ง และโรงแรม จาก 2 เป็น 37 แห่ง

 

วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บอกว่า ปัจจุบัน ธุรกิจรีเทล หรือศูนย์การค้ายังคงเป็นสัดส่วนหลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนประมาณกว่า 80% แต่หลังจากนี้จะมีสัดส่วนลดลงเหลือกว่า 70% และจะกระจายไปยัง 3 ส่วนที่เหลือ

“หากถามว่า ธุรกิจไหนคือสตาร์ของเซ็นทรัลพัฒนา อาจจะบอกได้ว่า ทุกตัวคือสตาร์ แต่ที่มีสัดส่วนรองจากธุรกิจค้าปลีกก็คือที่อยู่อาศัยที่มีสัดส่วนในปัจจุบันประมาณกว่า 10% แต่ทั้ง 4 Pillars มีความสำคัญสำหรับเซ็นทรัลพัฒนาในการขับ เคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน”

การพัฒนาโครงการในรูปแบบของมิกซ์ยูสนั้น นอกจากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ แล้ว โครงการเดิมทั้ง 36 ศูนย์ ยังสามารถปรับให้เป็นมิกซ์ยูส โดยเติมเต็มตัวที่มีโอกาสเข้าไปตามพื้นที่ที่มีอยู่ในแต่และศูนย์ ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนามีการรีโนเวทศูนย์เก่าแต่ละศูนย์ออกมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

 

ยกตัวอย่างที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครราชสีมา ที่จะมีการเปิดตัวโครงการโรงแรม และที่พักอาศัย หรือเซ็นทรัล จันทบุรี ที่จะเปิดในปีนี้ มีพื้นที่ 70 ไร่ จะเริ่มโครงการจากรีเทล ก่อนที่จะแบ่งพื้นที่ด้านหลังทำโครงการที่อยู่อาศัย และพื้นที่ด้านข้างทำเป็นโครงการโรงแรม เป็นต้น

จุดแข็งอย่างหนึ่งของกลุ่มเซ็นทรัล ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มกลยุทธ์มิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนาก็คือการมีธุรกิจในเครืออื่นๆ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำตลาด อย่างการมีแพลตฟอร์ม The 1 ที่ทำเรื่องของดาต้า ทำให้สามารถรู้ข้อมูลอินไซต์ของลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น ทำให้สามารถเลือกลงทุนในแต่ละธุรกิจให้เหมาะสมกับโลเคชั่นที่เข้าไปเปิดศูนย์การค้าได้

เช่นเดียวกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถไปพร้อมกับการลงทุนทำศูนย์การค้าขนาดกลางอย่างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเซ็นทรัล รีเทล โดยในปีนี้มีการเปิดโครงการที่อยู่อาศัย 3 โครงการที่ไปกับโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ขณะที่การลงทุนในส่วนของโรงแรม ถือเป็นอีกโอกาสใหม่ทางธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา เพราะในปัจจุบันมีการเปิดโรงแรมไปแค่ 2 แห่ง คือโรงแรมฮิลตัน พัทยา และเซ็นทารา อุดรธานี ที่อยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดร ตามแผน 5 ปี จะมีการลงทุนเปิดเพิ่มอีก 37 แห่ง ครบเกือบทุกเซ็กเม้นต์ทั้งซิตี้ โฮเท็ล บิสซิเนส โฮเท็ล และแฟมิลี่ โฮเท็ล โดยเร็วๆ นี้ จะมีการแถลงเปิดตัวแผนการลงทุนในส่วนนี้ทั้งหมด

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เซ็นทรัลพัฒนา มีการลงทุน 450 ล้านบาท เพื่อทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Omni-channel Platform ซึ่งเป็นมากกว่าการเชื่อม Offline และ Online แต่ยังเชื่อมโยงทุกธุรกิจใน Ecosystem เข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงธุรกิจที่มีอยู่กับลูกค้าทั้งที่เป็น B2B และ B2C  โดยลิงค์ทั้ง 4 ธุรกิจ เพื่อมอบประสบการณ์แบบ Omni -channel Experience ที่กำลังเป็น      เทรนด์อยู่ในขณะนี้

“ในอีก 5 ปี เซ็นทรัลพัฒนา จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อยู่ในมากกว่า 30 จังหวัด ซึ่งจะทำให้จำนวนโครงการทั้งหมด (รวมปัจจุบันและอนาคต) ได้แก่ ศูนย์การค้า 50 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ และคอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่ง โครงการที่พักอาศัย 68 แห่ง, อาคารสำนักงาน 13 แห่ง และโรงแรม 37 แห่ง โดยมากกว่า 50% ของโครงการทั้งหมดจะเป็นรูปแบบมิกซ์ยูสที่มีมากกว่า 1 ธุรกิจ และมีศูนย์การค้าเป็นหัวใจสำคัญ โดยเร่งขยายการเติบโตของทุกๆ ธุรกิจพร้อมกันไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดจะเชื่อมโยงยกระดับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบทั้ง Shop-Work-Stay-Play-Live ด้วยโครงการรีเทลที่เติมเต็มทุกฟอร์แมตและเทรนด์ใหม่ๆ, โครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ในเครือเพื่อลูกบ้านเซ็นทรัล พร้อมเชื่อมต่อออฟฟิศให้เป็นสถานที่ที่ทำงานที่ดีที่สุดเพราะใกล้ศูนย์การค้าและโรงแรม รวมถึงปั้นโรงแรมแบรนด์น้องใหม่ เพื่อยกระดับทำให้ทุกเมืองเป็นเมืองท่องเที่ยว”

ทั้งหมดจะเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจที่สอดรับกับวิชั่น หรือ Purpose ของเซ็นทรัลพัฒนา นั่นคือ Imagining Better Futures for All ซึ่งจะเป็นแกนหลักในการทำธุรกิจใน 5 ปีจากนี้ไป.....

 

CPN

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.