4,642
VIEWS

5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่ส่งผลต่อวัฒนธรรม สังคม และธุรกิจในปี 2022

Feb 21, 2022 BrandAge Team

โลกกำลังอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ปฏิเสธไม่ได้ ว่าตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา สังคมมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ไปถึงระดับโครงสร้าง บริษัทหรือองค์กรต่างๆ จึงต้องเร่งปรับตัว

รายงาน Fjord Trends 2022 ที่ทำขึ้นโดยเอคเซนเชอร์ เผยว่า พฤติกรรมใหม่ที่จะเป็นปัจจัยท้าทายสำหรับธุรกิจ ซึ่งจะสร้างผล กระทบทำให้ธุรกิจต้องคิดทบทวนแนวทางการออกแบบ การสร้างนวัตกรรม และการเติบโต เนื่องจากพนักงานมีความคาดหวัง แนวคิด และมุมมองที่เปลี่ยนไป ประกอบกับสภาวะการขาดแคลนในด้านต่างๆ เนื่องมาจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน และการเกิดขึ้นของ สภาพแวดล้อมในโลกเสมือนจริงที่เกิดขึ้นใหม่อย่างเมตาเวิร์ส

 

ดาวิน สมานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการทางการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า การตัดสินใจต่างๆ ของ ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ อาจจะส่งผลต่อโลกของเราและโครงสร้างในหลายด้านมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ และทุกสิ่งจะมุ่ง ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือเรื่องความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของคน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน แบรนด์ สังคม สถานที่ และสิ่งต่างๆ ที่คน ให้ความสำคัญ ดังนั้น อนาคตที่กำลังมาถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสที่ดีอีกมากให้ธุรกิจสานสายสัมพันธ์ ในด้านต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตที่ดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คน สังคม และโลกใบนี้ต่อไป

 

ในช่วงของการระบาดใหญ่ทั่วโลก กำลังก่อให้เกิดการใช้ชีวิตแบบใหม่ หากสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะเห็นชัดว่า มนุษย์มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ส่งผลให้องค์กรในไทยต้อง เร่งปรับตัว เพราะพฤติกรรมผู้คนหลัง COVID-19 มีลักษณะการเป็นตัวเองขึ้น และนี่เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่องค์กรไทยต้องรับมือกับ ทั้งพนักงานของตนและลูกค้า ขณะเดียวกันดาวิน กล่าวเพิ่มว่าภายในอนาคตเทรนด์ของเมตาเวิร์สจะเข้ามาอย่างแน่นอน

BrandAge Online ได้สรุปรายงาน Fjord Trends 2022 เผยผลสำรวจพฤติกรรมมนุษย์ที่จะส่งผลต่อวัฒนธรรม สังคม และธุรกิจ แบ่งออกเป็น 5 เทรนด์ ดังนี้

 

1. เป็นอย่างที่ตัวเองเป็น (Come as you are): การที่ผู้คนรู้สึกสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง (Sense of Agency) ได้มากขึ้น ในช่วง 2 ปีที่โควิดแพร่ระบาดนั้น ส่งผลกระทบต่อวิธีการทำงาน การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและการบริโภคทั้งสิ้น นอกจากนั้น ผู้คนก็เริ่มตั้งคำถามถึง ความสำนึกถึงตัวตน สิ่งที่สำคัญกับชีวิตและความเป็นปัจเจกนิยมมากขึ้นด้วยมุมมอง “Me over we” ซึ่งสำคัญต่อองค์กรในแง่ของการ บริหารและจูงใจพนักงาน ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างค่านิยมให้แก่พนักงานใหม่ และแนวทางการสานสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับลูกค้า ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

 

2. หมดยุคเหลือเฟือ? (The End of Abundance Thinking?): ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนต้องเผชิญกับสภาพชั้นสินค้าว่างเปล่า บิลค่าไฟเพิ่ม อีกทั้งบริการที่เคยใช้ในแต่ละวันก็ขาดหายไป ด้านการขาดแคลนของปัจจัยหลายๆ อย่าง แม้จะเป็นปัญหาระยะสั้นชั่วคราว แต่จะส่งผลที่ต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแนวคิด จากการคิดเผื่อที่อยู่บนฐานของการที่ทุกอย่างมีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ สะดวก และรวดเร็ว เปลี่ยนไปเป็นถึงความตระหนักเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งธุรกิจต้องรับมือกับความกังวลถึงปัจจัยต่างๆ ว่าจะมีพอหรือไม่อย่างที่หลาย คนประสบทั่วโลก

 

3. พรมแดนใหม่ (The Next Frontier): การแตกตัวทางวัฒนธรรมขนานใหญ่นั้นกำลังรอเวลาที่จะเกิดขึ้น เมตาเวิร์สจะกลายเป็น พรมแดนใหม่ของอินเทอร์เน็ตที่หลอมรวมเลเยอร์ต่างๆ ของข้อมูล อินเทอร์เฟซ และพื้นที่ที่ผู้คนสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเข้าไว้ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นพื้นที่ใหม่ในการสร้างรายได้ การสร้างงานในรูปแบบใหม่ และการสร้างโอกาสที่ไม่สิ้นสุดให้กับแบรนด์ด้วย เพราะผู้คนคาดหวังให้ธุรกิจสร้างสรรค์และนำพาพวกเขาไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งโลกจะไม่หยุดที่หน้าจอและหูฟังเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูไปสู่ประสบ การณ์และสถานที่ต่างๆ ในโลกจริงที่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลได้อีกด้วย

 

4. ตอบเร็ว ตอบจริง (This much is true): ทุกวันนี้ ผู้คนคาดหวังที่จะได้รับคำตอบต่างๆ จากการกดปุ่มแค่ครั้งเดียวหรือสั่งงาน ด้วยเสียงผ่านระบบ Voice Assistant ด้วยวิธีการที่แสนง่ายและได้คำตอบในทันที หมายความว่าผู้คนจะซักถามมากขึ้น ซึ่งสำหรับ แบรนด์สินค้าแล้ว หมายถึงขอบเขตของคำถามจากลูกค้าและช่องทางการสอบถามก็จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การออกแบบวิธีการตอบ คำถามจึงเป็นความท้าทาย และเป็นส่วนสำคัญในการทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่พร้อมเสริมสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในอนาคตด้วย

 

5. ใส่ใจมากขึ้น (Handle with Care): การดูแลใส่ใจทุกด้านเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างเด่นชัดในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการ ดูแลตัวเอง ดูแลผู้อื่น การบริการดูแลสุขภาพ และช่องทางที่ให้บริการทั้งทางดิจิทัลและโลกออฟไลน์ สภาวะเช่นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความ ท้าทายสำหรับนายจ้างและแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญทางการแพทย์หรือการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบในการดูแลตัวเองและผู้อื่นจะยังคงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ในชีวิต นักออกแบบและองค์กรธุรกิจจึงต้องคำนึงเหมือนกันว่า จะการสร้างพื้นที่ สำหรับฝึกการดูแลเรื่องต่างๆ ในภาคปฏิบัติได้อย่างไร

 

ดาวิน สมานนท์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า เราไม่ควรมองข้ามเรื่องระดับของความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ หรือบทบาท ของธุรกิจที่ต้องปรับตัวตาม และหัวใจสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องผลกระทบของความสัมพันธ์และแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น จากนั้นจึง แปลงปัจจัยดังกล่าวให้เป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงได้

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.