อยากเที่ยวแล้ว Year in Search 2021 คนไทยค้น“Work From Hotel” เพิ่มขึ้น 1,600%

Feb 17, 2022 BrandAge Team

ในปีที่ผ่านมาพบว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วโลกเริ่มไม่สนุกกับการทำงานที่บ้านอีกต่อไปแล้วในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มนุษย์เงินเดือนส่วนมากต้องหันกลับมาทำงานที่บ้านอีกครั้ง
 
แต่ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้เข้าออฟฟิศทำงานทุกวันเหมือนแต่ก่อนและไม่ได้อยากทำงานอยู่ที่บ้านแต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศทำงานนอกสถานที่แบรนด์จึงมีหน้าที่ที่ต้องปรับตัวนำตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ผู้บริโภคต้องการหรืออยากไปให้ได้เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค
 
ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทยเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่าเทรนด์การเสิร์ชในหัวข้อ “Work From Hotel” ที่เพิ่มขึ้นถึง 1,600% ได้สะท้อนหลายอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนไทยคือผู้บริโภคไม่อยากทำงานในบ้านและในขณะเดียวกันเทรนด์ Work From Hotel ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เหล่าโรงแรมนำมาปรับใช้เพื่อหวังดึงดูดผู้บริโภคที่เบื่อการทำงานที่บ้านหรือออฟฟิศหันมาเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานนอกสถานที่บ้างจึงทำให้เกิดการเติบโตของคำค้นหาดังกล่าวขึ้นมา
 
ผู้บริหาร Google เผยต่อไปด้วยว่าด้วยความที่ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ใหญ่มากของประเทศไทยเมื่อลูกค้ากลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไม่ได้โรงแรมจึงต้องปรับตัวทำการตลาดแนวใหม่เพื่อให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลายเป็นเทรนด์ที่เริ่มแพร่หลายในปีที่ผ่านมา
 
นอกเหนือจากเทรนด์ Work From Hotel ที่กล่าวไป BrandAge Online สรุปเทรนด์ Google Search จากรายงาน Year in Search 2021 มาให้แล้ว
 
1. โลกออนไลน์กลายเป็นกระแสหลัก
ในปี 2021 ผู้บริโภคในประเทศไทยต้องปรับตัวสู่ไลฟ์สไตล์ที่เน้นดิจิทัลเป็นหลักโดยความสนใจในการค้นหา “ขายอะไรออนไลน์” เพิ่มขึ้น 44% ควบคู่ไปกับการค้นหา “โค้ดลูกค้าใหม่” ที่เพิ่มขึ้น 50%เทศกาลแห่งการ ช้อปปิ้งได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นไม่ใช่แค่เฉพาะ 11.11 อีกต่อไปแต่การค้นหาแคมเปญเลขคู่อื่นๆอย่าง “6.6+ 7.7+ 8.8” ก็เพิ่มขึ้นถึง 110% นอกจากนี้นักช้อปยังมองหาการจัดส่งที่น่าเชื่อถือและไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งทำให้การค้นหา “จัดส่งฟรี” ในไทยนั้นเพิ่มขึ้นถึงกว่า 60% รวมไปถึงการค้นหา “หาหมอออนไลน์” ที่เพิ่มขึ้นถึง 122%
 
แนวทางการทำการตลาด: ในช่วงแรกหลายแบรนด์ปรับตัวเข้าหาโลกออนไลน์โดยการปรับกลยุทธ์การตลาดที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เป็นผลมา covid-19  แต่ณขณะนี้ที่ตลาดออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วหลายธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีรูปแบบการดำเนินการที่คล่องตัวมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไม่ใช่แค่เพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 เพียงอย่างเดียว
 
2. ทบทวนวิถีชีวิตที่ผ่านมา
การค้นหา “work from hotel” (การทำงานจากโรงแรม) เพิ่มขึ้นถึง 1,600% แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในวิถีชีวิตแบบผสมผสาน
 
สำหรับการปรับมุมมองใหม่ด้านการเงินนั้นผู้คนแสวงหาวิธีศึกษาหาความรู้ด้านการเงินและสนใจในการลงทุนรูปแบบใหม่จากการค้นหา “Cryptocurrency” ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 263% รวมไปถึงการดูแลตัวเองและผู้คนรอบข้างผ่านการค้นหา “Vitamin D” ที่เพิ่มขึ้น 87%
 
แนวทางการทำการตลาด: เมื่อผู้บริโภคเริ่มทบทวนทางเลือกต่างๆใหม่ธุรกิจก็ควรปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสารคุณค่าที่ตนนำเสนอให้แก่ทั้งผู้บริโภคและพนักงานของตัวเอง

3. ห่างไกลไม่ห่างกันด้วยเทคโนโลยี
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลให้ผู้คนต้องเว้นระยะห่างระหว่างกันผู้บริโภคจึงเริ่มหาวิธีใหม่ๆในการแสดงออกถึงตัวตนและพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมมากกว่าแค่การใช้เวลาร่วมกันในระยะเวลาสั้นๆไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือออฟไลน์
 
โดยการค้นหา “คำอวยพรวันครบรอบ” สูงขึ้นถึง 210% และการค้นหา “ส่งของขวัญ” เพิ่มขึ้น 69% นอกจากนี้เทคโนโลยียังทำให้ผู้คนสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้หลากหลายวิธีทำให้มีการค้นหา “เล่มเกมออนไลน์กับแฟน” เพิ่มขึ้น 250% ควบคู่ไปกับการค้นหา “สั่งให้เพื่อน” เพิ่มขึ้นถึง 100% 
 
แนวทางการทำการตลาด: แบรนด์ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นประโยชน์จะพลาดโอกาสสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับลูกค้าที่ทั้งแบรนด์และลูกค้าจะได้รับประโยชน์และเติบโตไปพร้อมกันผ่านความสัมพันธ์นี้
 
4. ใส่ใจกับการค้นหาความจริง
จากรายงานปีนี้นอกจากผู้บริโภคจะเพิ่มความระมัดระวังและความรอบคอบในการตัดสินใจมากขึ้นแล้วผู้บริโภคยังมุ่งเน้นการเสาะหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้นด้วย
 
โดยผู้บริโภคเลือกใช้ Search เป็นตัวช่วยในทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาค่านิยมของแบรนด์และยืนยันความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพและปกป้องความเป็นส่วนตัวที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคด้วยการค้นหาเกี่ยวกับ “ข่าวปลอม” ที่เพิ่มขึ้นถึง 200% และการค้นหา “ข้อมูลส่วนบุคคล” เพิ่มขึ้น 143% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมารวมทั้งผู้บริโภคเองก็ต้องการความมั่นใจมากขึ้นทำให้การค้นหา “เชื่อถือได้ไหม” มีตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 72% 
 
แนวทางการทำการตลาด: ความเชื่อใจเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของแบรนด์ลูกค้าคาดหวังว่าอย่างน้อยที่สุดแบรนด์ควรดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและจริงใจ
 
5. ความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนมากขึ้น
เนื่องจากปัจจุบันผู้คนต่างพึ่งพาและต้องการเข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้นผู้บริโภคต่างก็กำลังค้นหาวิธีเอาชนะอุปสรรคที่เผชิญอยู่เช่นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เสถียรในราคาที่เป็นมิตรและการค้นหา “เน็ตฟรี” เพิ่มขึ้น 35% ควบคู่มากับการค้นหา “5G” ที่พุ่งสูงถึง 235% 
 
นอกจากนี้ยังมีความต้องการการสนับสนุนทางการเงินโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลทำให้มีผู้คนเป็นจำนวนมากต้องกลายเป็นคนว่างงานและหันมาใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันการค้นหา “สินเชื่อเงินด่วน” เพิ่มขึ้น 59% รวมทั้งการค้นหา “หางานใกล้ฉัน” ก็สูงขึ้นถึง 125%
 
แนวทางการทำการตลาด: การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่แค่การส่งเสริมความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการสร้างความเสมอภาคด้วยหากแบรนด์ต้องการเข้าถึงลูกค้าแบรนด์จำเป็นต้องทำมากกว่าแค่การสะท้อนสังคมโดยจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมด้วย
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.