แนวคิด ESG ท่ามกลางกระแสวิกฤต

Feb 08, 2022 -None-

กษิติ เกตุสุริยงค์

พาร์ทเนอร์ที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชี

ดีลอยท์ ประเทศไทย

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจทุกระดับในหลายภาคส่วน วิกฤตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศเชิงธุรกิจไม่ว่าจะเป็นด้านซัพพลายเชนการเข้าถึงเงินทุน และการจัดสรรทรัพยากร เมื่อธุรกิจต่างๆ เจริญก้าวหน้าเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของกลยุทธ์หลักและการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่สำคัญคือธุรกิจจะต้องยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำทางสังคมทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและการกำกับดูแลกิจการและความซื่อสัตย์ เป็นบททดสอบของภาคธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ภาคธุรกิจจะไม่สามารถเพิกเฉยต่อแรงกดดันต่างๆ นี้ได้อีกต่อไป ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ทางออกที่ยั่งยืน

จากความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสภาพแวดล้อมและสังคมที่เสื่อมโทรมลง ปัจจุบันประเด็น ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล)กลับมาเป็นประเด็นหลักในการตัดสินใจในทางธุรกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่องวิธีที่องค์กรนำความเสี่ยงและเปิดรับโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ เหล่านี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะได้รับความสนใจมากขึ้น ในอนาคตอันใกล้ องค์กรต่างๆ จะถูกเรียกร้องให้ตอบสนองต่อประเด็น ESG หลังจากการแพร่ระบาดสิ้นสุดลงขณะเดียวกันก็เผชิญกับวิกฤตครั้งนี้จนสิ้นสุดลงและเข้าสู่กระบวนการฟื้นตัวของธุรกิจในลำดับถัดมา

สิ่งแวดล้อม

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมถึงวิธีที่บริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติปัญหาขยะการปล่อยมลพิษและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจวิกฤตครั้งนี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งย้ำเตือนให้ภาคธุรกิจว่าพวกเขากำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เคยภาคธุรกิจจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงเหล่านี้และพิจารณาผลกระทบไม่เพียงแต่ในซัพพลายเชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำอีกด้วยจากผลการสำรวจของ Deloitte Global Resilience Report ปี 2564 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารระดับ C-level จำนวน 2,260 คน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กรภาครัฐจาก 21 ประเทศ พบว่ามากกว่า 60%ยึดมั่นในพันธสัญญาที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมโดยประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าธุรกิจของตนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นเรียบร้อยแล้วและ 28%อยู่ระหว่างการดำเนินการ หรือได้กำหนดกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้ซัพพลายเออร์ต่างๆ ต้องปฏิบัติตามแล้วนอกจากนี้จากผลการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามได้พิจารณาให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นด้านความยั่งยืนอันดับต้นๆที่ภาคธุรกิจต้องจัดการในอีกสิบปีข้างหน้า

สังคม

ธุรกิจจะต้องบริหารจัดการผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจมุมมองด้านสังคมของความยั่งยืนเป็นแนวทางที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางซึ่งมุ่งสนใจประเด็นต่างๆ เช่น ด้านสวัสดิการสุขภาพ และความปลอดภัยของพนักงานประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนรวมถึงประเด็นด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยความท้าทายทางสังคมต่างๆ ที่ธุรกิจกำลังเผชิญและมีส่วนร่วมในทุกวันนี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญของบริบททางสังคมดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจจะต้องพิจารณาผลกระทบทางสังคมจากมุมมองหลากหลายเช่นผู้ร่วมให้ข้อมูลโดยตรงที่มีการควบคุมการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบหรือผลกระทบที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับฝ่ายอื่นๆเช่นซัพพลายเออร์หรือผู้ร่วมลงทุนวิกฤตการณ์ในตอนนี้แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจสามารถตอบสนองต่อผลกระทบทางสังคมได้ดีขึ้นผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนจากผลสำรวจ Deloitte Resilience Survey 2021พบว่าสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าถูกจัดให้เป็นวาระการประชุมอันดับต้นๆผลการสำรวจพบว่ามากกว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าองค์กรของตนดูแลความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าได้เป็นอย่างดีสะท้อนให้เห็นว่าการให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤตในปี 2563นี้ไปได้

บรรษัทภิบาล

ด้านบรรษัทภิบาลมุ่งเน้นแนวปฏิบัติของบริษัทที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบทางธุรกิจและมาตรฐานทางจริยธรรมรวมถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการธุรกิจความโปร่งใสโครงสร้างองค์กรความหลากหลายของคณะกรรมการบริหาร ช่องว่างระหว่างรายได้การสนับสนุนทางการเมืองการปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวการระบุและผนวกรวมวัตถุประสงค์เป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจจะแสดงให้เห็นถึงพื้นฐานในการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายทางด้านผลการดำเนินงานทางการเงินและความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดจนเพิ่มความมั่นใจในการตอบสนอง ความรับผิดชอบและความไว้วางใจในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเพิ่มความสามารถในการปรับตัวตอบสนองต่อการหยุดชะงักและการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอย่างรวดเร็วและการปลูกฝังวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่นล้วนเป็นส่วนสำคัญของหลักธรรมาภิบาลดีลอยท์พบว่าบริษัทที่มีความยืดหยุ่นมีลักษณะเด่น 5 ประการได้แก่มีการเตรียมพร้อมปรับตัวได้ให้ความร่วมมือเชื่อถือได้และมีความรับผิดชอบ

ในปัจจุบันมีคำถามเกิดขึ้นมากมายเมื่อธุรกิจตัดสินใจลงทุนในโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาลเช่น สิ่งนี้ส่งผลอะไรต่อธุรกิจ หากมองในด้านการเงินผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการริเริ่มโครงการด้าน ESG มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน นอกจากนี้แบบสำรวจล่าสุดของดีลอยท์เกี่ยวกับมุมมองของธุรกิจเกี่ยวกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าการลงทุนในโครงการ ESG ทำให้ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นและ 38%ของผู้ตอบแบบสำรวจได้ระบุว่าการแสดงให้เห็นถึงการยอมรับคุณค่าด้าน ESG ช่วยเพิ่มความสามารถในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้ร่วมงานกับองค์กรต่อไปได้

สำหรับองค์กรที่วางแผนจะวางรากฐานทางด้าน ESG ที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรสามารถเริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่สามขั้นตอนหลักดังนี้

  • ทำให้ ESG มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ – ควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและแม่นยำเพื่อกำหนดว่า ESG มีความหมายต่อบริษัทอย่างไรนอกจากนี้องค์กรควรเชื่อมโยงประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อช่วยให้บริษัทเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ถูกต้อง
  • เชื่อมโยง performance metric กับเป้าหมายด้าน ESG – สร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรด้วยการเชื่อมโยง performance metric กับผลกระทบของ ESG ความเชื่อมั่นจะถูกสร้างได้ด้วยเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อผลักดันให้โครงการเหล่านี้ให้มีความสำคัญต่อธุรกิจในระยะยาว
  • การวัดผลและการชี้แจงกระทบ– พัฒนากรอบการทำงานเพื่อวัดผลโดยรวมของโครงการ ESG ประเมินผลกระทบอย่างสม่ำเสมอและมุ่งเน้นการรายงานผลด้วยความโปร่งใส โดยประเด็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการรายงานESG ทั่วประเทศ

แม้ว่าประเด็นทางด้าน ESG จะกลายเป็นส่วนสำคัญของประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรแต่ยังมีบริษัทจำนวนมากที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการทำงานด้าน ESG โดยปกติแล้ว บริษัทที่ยังเริ่มดำเนินการด้านนี้ไม่นาน มีทรัพยากรที่จำกัดในการบริหารจัดการประเด็นด้าน ESGเช่นแนวทางในการบริหารจัดการเฉพาะด้าน ESG วิธีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์รวมถึงการเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเปิดเผยผลการดำเนินการด้าน ESG ที่น้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินด้านนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคาดหวังในประเด็นด้าน ESG มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่าปัจจัยด้าน ESG ให้ข้อมูลเชิงลึกที่บอกเล่าถึงแนวคิดและวิธีการขับเคลื่อนที่องค์กรจะสร้างคุณค่าได้ อย่างไรก็ตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ในปัจจุบันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และบริษัทส่วนใหญ่ไม่สามารถนำเสนอตัวชี้วัดและคุณค่าจากการดำเนินโครงการ ESG ในแนวทางที่นักลงทุนจะทำความเข้าใจได้ง่าย นี่คือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาตัวชี้วัด ESG และเป็นเหตุผลหลักที่มาตรฐานการรายงานล่าสุดมุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าการนำเสนอและตัวชี้วัดทั่วไป

แม้ว่ามาตรฐานการรายงาน ESG อาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่การรายงานยังคงหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับหน่วยงานที่ให้การกำกับดูแลและหน่วยงานการจัดอันดับการดำเนินงานทางด้าน ESG รายงานผลการดำเนินงานของ ESG ภาคบังคับจะได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องว่าเป็นข้อกำหนดที่จะต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้ในหลายกรณีการรายงานด้าน ESG ได้ถูกผนวกรวมเข้ากับรายงานทางการเงินประจำปีสำหรับประเทศไทยก็ได้ดำเนินการไปในทิศทางนี้เช่นกันเมื่อเร็วๆนี้ก.ล.ต. ได้นำกรอบของ '56-1 One Report' ฉบับใหม่มาใช้เป็นแบบฟอร์มการรายงานประจำปีภาคบังคับที่ครอบคลุมข้อกำหนดสำหรับการเปิดเผยข้อมูล ESG โดยจะมีผลบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนทุกแห่งอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคมพ.ศ. 2565 เป็นต้นไปบริษัทต้องเปิดเผยห่วงโซ่คุณค่า การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการในด้านESG แบบฟอร์มนี้ยังกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลเฉพาะในแต่ละด้านเช่นกระบวนการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยต้องมีการตรวจสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภายนอก

ก้าวไปข้างหน้า

สถานการณ์การะแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใหม่ขณะเดียวกันต้องยอมรับความยืดหยุ่นและความคล่องตัวเนื่องจากธุรกิจต่างๆเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นผู้ควบคุมรูปแบบการผลิตที่สำคัญเห็นได้ชัดว่าปัจจุบันธุรกิจเป็นหนึ่งในตัวแปรหลักในการขับเคลื่อนประเด็น ESG มีหลายกรณีทางธุรกิจที่พิสูจน์ประโยชน์ของการรวม ESG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงการประหยัดต้นทุนไปจนถึงการหาตลาดใหม่และโอกาสทางธุรกิจดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจจะเริ่มพัฒนา ESG ให้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์กำหนดเป้าหมายและกระบวนการความยั่งยืนขององค์กรเพื่อนำ ESG ไปปฏิบัติและเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเผยข้อมูล ESG ที่จะกลายเป็นข้อบังคับแม้ว่ากระบวนการเหล่านี้อาจดูยุ่งยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจยังต้องฟื้นตัวจากวิกฤตสุขภาพระดับโลกแต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในการริเริ่มสิ่งใหม่เพื่อปรับกลยุทธ์หลักและการตัดสินใจทางธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อบังคับทาง ESG ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่องค์กรธุรกิจจะได้มีโอกาสตอบแทนสังคมผ่านแนวทางการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมความยั่งยืนจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆสามารถผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้และสร้างความยืดหยุ่นที่ยั่งยืนกับ disruption ในอนาคต

อ้างอิงจาก

2021-Resilience-Report.pdf (deloitte.com)

Climate check: Business’ views on environmental sustainability | Deloitte Global

Thai One Report (sec.or.th)

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.