6,091
VIEWS

7 เรื่องไม่ลับของซูเปอร์แอปอย่าง Grab ที่คุณอาจไม่รู้

Jan 31, 2022 -None-

1) จาก “MyTeksi” สู่แบรนด์ “Grab”

ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างทุกวันนี้ Grab เคยชื่อ “MyTeksi” มาก่อน ซึ่งเป็นภาษาบาฮาซาที่แปลว่า “แท็กซี่ของฉัน” (My Taxi) โดยสองผู้ก่อตั้ง แอนโทนี ตัน และฮุยหลิงตัน ได้ริเริ่มแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ขึ้นในประเทศมาเลเซียในปี 2012 เพื่อมุ่งตอบโจทย์ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย และได้เปลี่ยนชื่อเป็น GrabTaxi ในปีต่อมา

2) เปิดตัวด้วยแอปเรียกแท็กซี่

แอปพลิเคชัน  Grab  เริ่มเข้ามาให้บริการกับคนไทยครั้งแรกในปี  2013 โดยเริ่มต้นจากบริการเรียกรถแท็กซี่  (GrabTaxi)  และได้ขยายการให้บริการการเดินทางไปในรูปแบบอื่นๆ  ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จวบจนปัจจุบัน  Grab  ได้ให้บริการการเดินทางกับผู้โดยสารในประเทศไทยไปแล้วรวมทั้งสิ้นคิดเป็นระยะทางรวมกว่า 1,500 ล้านกิโลเมตร

3) แตกไลน์สู่การเป็นซูเปอร์แอป

แม้จะเริ่มต้นจากบริการเรียกรถ แต่ Grab ไม่เคยหยุดพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งสู่การเป็น “ซูเปอร์แอป” ปัจจุบันบริการของ Grab ครอบคลุม อาทิ การจัดส่งอาหาร (GrabFood) บริการจัดส่งสินค้า-พัสดุ (GrabExpress) บริการสั่งซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต (GrabMart) บริการคนขับรถส่วนตัว (GrabDriveYourCar) บริการแกร็บเพ็ท” บริการเดินทางสำหรับคนมีสัตว์เลี้ยง (GrabPet) รวมไปถึงบริการทางการเงินและอื่นๆ 

4) จากคำเรียกติดปากสู่แบรนด์ยอดนิยม

Grab เริ่มให้บริการจัดส่งอาหารในปี 2018 โดยได้สร้างเทรนด์ใหม่ให้กับการบริโภคจนได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากผู้ใช้บริการในประเทศไทย และกลายเป็นคำเรียกที่ติดปากทุกคนเมื่อต้องการสั่งอาหารผ่านบริการดิลิเวอรี่ ที่สำคัญ GrabFood ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น “สุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชน” (Thailand’s Most Admired Brand) โดยนิตยสาร BrandAge 

5) เมื่อฮีโร่ชุดเขียวครองเมือง

หนึ่งในคนสำคัญที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ คือเหล่าคนขับ  Grab  ที่มักมาพร้อมแจ๊คเกตสีเขียว ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพาร์ทเนอร์คนขับ  Grab  นับแสนคน โดยกว่า 89% เป็นผู้ชาย และพบว่าคนขับส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเจน Y ซึ่งมีมากถึงเกือบ 50% ซึ่งแกร็บไม่ได้มีการจำกัดอายุคนขับ โดยปัจจุบันคนขับที่มีอายุมากที่สุดคือ 79 ปี 

6) ต่อยอดสู่ฟินเทค

Grab เริ่มให้บริการทางด้านการเงินในปี 2019 ผ่านกลุ่มธุรกิจแกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Grab Financial Group) ด้วยการเปิดตัว GrabPay Wallet เพื่อเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และได้ต่อยอดการให้บริการทางการเงินอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรุกสู่การเป็น “ฟินเทค” แบบครบวงจร โดยปัจจุบัน ผู้ใช้บริการ Grab ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริการการเดินทาง การสั่งอาหารหรือการส่งพัสดุ หันมาใช้การชำระค่าบริการแบบไม่ใช้เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

7)  ส่งท้ายปีเก่าพร้อมรับปี 2022 ด้วยแคมเปญ Double The Happiness”

จัดแคมเปญใหญ่ “Double The Happiness” เพื่อส่งต่อความสุขและขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการ พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้า รวมถึงพันธมิตรธุรกิจที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุน Grab มาโดยตลอด โดยแคมเปญนี้ประกอบด้วย 3 ไฮไลท์สำคัญ คือ 1) ดับเบิ้ลความคูล เอาใจสายแฟกับคอลเลคชั่นพิเศษจาก Grab x Greyhound Original 2) ดับเบิ้ลความสุข แบ่งปันโอกาสและความสุขให้ผู้คนในสังคม ด้วยการร่วมบริจาคผ่านการใช้บริการ GrabFood GrabMart หรือ GrabExpress ให้กับมูลนิธิต่างๆ อาทิ มูลนิธิรามาธิบดีฯ, มูลนิธิเทอร์ราไซเคิลไทย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  และ 3)  ดับเบิ้ลความคุ้ม ไปกับโปรส่วนลดแบบจัดเต็ม คืนกำไรให้ผู้ใช้บริการ

แกร็บ (ประเทศไทย)

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.