Microsoft จะซื้อ Activision 68.7 พันล้านดอลลาร์ และกลายเป็นยักษ์วิดีโอเกมอันดับ 3 ของโลก

Jan 19, 2022 P.Patikom

Microsoft จะซื้อ Activision ยักษ์ใหญ่แห่งวงการวิดีโอเกม (ซอฟต์แวร์) ด้วยเงินสดทั้งหมด (All-cash Deal) เป็นเงิน 68.7 พันล้านดอลลาร์

นี่จะเป็นการเข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดของ Microsoft ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และข้อตกลง (Deal) นี้จะทำให้ Microsoft กลายเป็นบริษัทวิดีโอเกมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก Tencent ยักษ์ใหญ่วิดีโอเกมสัญชาติจีน และ Sony ยักษ์ใหญ่วิดีโอเกมสัญชาติญี่ปุ่นผู้ผลิตเครื่องเล่นวิดีโอเกม PlayStation

สำหรับ Activision นั้นเป็นผู้ผลิตวิดีโอเกมยอดนิยมหลายเรื่อง เช่น Call of Duty, Tony Hawk'S Pro Skater ฯลฯ

ในการซื้อ Activision ครั้งนี้ Microsoft จะได้รับทรัพย์สินทางปัญญา และทรัพยากรการพัฒนาเกมมากมาย รวมไปถึงวิดีโอเกมยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูงต่อเนื่องมายาวนาน เช่น แฟรนไชส์เกมอย่าง Call of Duty, World of Warcraft, Candy Crush (หนึ่งในเกมมือถือที่ได้รับความนิยมและทำกำไรได้มากที่สุด Activision ซื้อ King ผู้ผลิตเกม Candy Crush ในราคา 5.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2016), สตูดิโอเกมใหญ่อย่าง Blizzard Entertainment และ Treyarch รวมทั้งพนักงานประมาณ 10,000 คนของ Activision จะเข้าร่วมกับ Microsoft ตามข้อตกลงนี้

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว Bobby Kotick CEO ของ Activision ซึ่งต้องเผชิญกับการเรียกร้องให้ลาออกเนื่องจากปัญหาด้านวัฒนธรรมภายในบริษัท จะยังคงเป็น CEO ต่อไปในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน

Microsoft กล่าวว่า Activision ในฐานะ บริษัทจะขึ้นตรงต่อ Phil Spencer ซึ่งเป็นผู้บริหารธุรกิจเครื่องเล่นวิดีโอเกม Xbox ของ Microsoft ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของเครื่องเล่นวิดีโอเกม PlayStation ของ Sony

Microsoft กล่าวว่า คาดว่าข้อตกลง (Deal) ซื้อกิจการครั้งนี้จะปิดลงในปีงบประมาณ 2023

ทั้งนี้ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา Microsoft รุกหนักขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดวิดีโอเกม ปี 2014 ได้ซื้อ Mojang ผู้ผลิตเกม Minecraft ในราคา 2.5 พันล้านดอลลาร์ ปีที่แล้ว 2021 Microsoft ได้เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ Bethesda บริษัทผู้ผลิตวิดีโอเกม ด้วยราคา 7.5 พันล้านดอลลาร์

การซื้อกิจการดังกล่าว ยังเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวสำหรับ Microsoft เนื่องจากต้องแข่งขันกับ Meta (Facebook เดิม) ในการสร้างเทคโนโลยีเพื่อสร้างโลกเสมือนจริงที่เรียกว่า Metaverse ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Satya Nadella, CEO ของ Microsoft เป็น CEO คนแรกในบรรดา CEO ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ที่ทำให้คนทั่วไปได้รับทราบถึงคุณค่าของโลกเสมือนจริง  Metaverse ซึ่งเกิดขึ้นหลายเดือนก่อนที่ Mark Zuckerberg, CEO ของ Meta จะประกาศสร้างโลกเสมือนจริง Metaverse

ทุกวันนี้ โลกเสมือนจริง ถูกครอบงำด้วยเกม แต่มีความพยายามให้พวกมันขยายออกไปรองรับกลุ่มประชากรอื่นๆ และเข้าไปแทนที่กิจกรรมเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบดั้งเดิมจำนวนมาก

Satya Nadella, CEO ของ Microsoft กล่าวว่า "วิดีโอเกม เป็นธุรกิจที่มีพลวัตและน่าตื่นเต้นที่สุดในธุรกิจที่ให้ความบันเทิงในทุกแพลตฟอร์ม และจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Metaverse"

“เมื่อเราคิดถึงวิสัยทัศน์ของเราว่า Metaverse เป็นอย่างไร เราเชื่อว่าจะไม่มี Metaverse แบบรวมศูนย์เพียงหนึ่งเดียว” Nadella กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

นั่นหมายความว่า Nadella มองเห็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตซอฟต์แวร์หลายราย ในการสร้างโลกเสมือนจริงที่แตกต่างกันมากมายในอนาคต แทนที่จะเป็นบริษัทเดียวมีอำนาจควบคุมกิจกรรมส่วนใหญ่ของ Metaverse

ในการให้สัมภาษณ์กับ Becky Quick ของ CNBC ในรายการ “Squawk on the Street” Kotick, CEO ของ Activision กล่าวว่า ข้อตกลง (Deal) ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เขารู้ว่า Microsoft มีเทคโนโลยีที่จะผลักดันให้ Activision ก้าวไปข้างหน้าในการแข่งขันที่กำลังขยายตัวระหว่างบริษัทเทคโนโลยีเพื่อสร้าง Metaverse 

ขณะที่ Nadella ยังได้กล่าวว่า ผู้คน 3 พันล้านคนทั่วโลกเล่นวิดีโอเกม ซึ่งนี่ดูเหมือนจะเป็นคำใบ้ให้เห็นถึงตลาดขนาดใหญ่ที่ทำให้ Microsoft รุกเข้าสู่ตลาดวิดีโอเกมมากขึ้น

Cr : CNBC / INSIDER

Source

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.