3,240
VIEWS

เข้าใจ 4 พฤติกรรม “คนชอบอวด” กับ 4 เคล็ดลับเพื่อให้ “คนอวดสินค้าเรา”

Jan 11, 2022 BrandAge Team

ข้อมูลงานวิจัย “BRAGGER MARKETING รู้ก่อนใครได้ใจคนชอบอวด โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) พบว่า พฤติกรรมการอวดของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น ซึ่งการอวดแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ การอวดแบบเปิดเผย (BRAGGER) และการอวดแบบถ่อมตน (HUMBLE BRAGGER) โดยพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลดีต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค และส่งผลดีต่อผู้ผลิตอย่างการนำไปต่อยอดทางธุรกิจเพื่อส่งเสริมแบรนด์ให้มีความโดดเด่น 

CMMU ได้สรุปกลยุทธ์การตลาดคนขี้อวด เพื่อสร้างโอกาสให้แก่การทำธุรกิจ เรียกว่า BRAG STRATEGY มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

B: Brandname กลยุทธ์จับกลุ่มผู้เลิฟสินค้าแบรนด์เนม

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันผู้คนมักใช้สินค้าแบรนด์เนมเป็นเครื่องมือในการบ่งบอกถึงความมั่งมีของตัวเอง ซึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสถานะทางสังคมอีกด้วย เช่น อวดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ อวดอาหารจากร้านชื่อดัง จึงทำให้ผู้คนติดนิสัยที่จะโพสต์ภาพอะไรหรู ๆ ลงโซเชียลมีเดีย แต่รู้หรือไม่ว่าเพียงแค่ถ่ายรูปอวดลงไอจีสตอรี่ ก็สามารถนำมาสู่ยอดขายที่ถล่มทลายให้กับแบรนด์นั้น ๆ ได้ เหล่าธุรกิจแบรนด์เนมจึงหาหนทางที่จะทำให้สินค้าของตัวเองได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 

กลยุทธ์ที่แนะนำให้กับเหล่าธุรกิจแบรนด์เนม ควรเริ่มจากเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ที่มีภาพลักษณ์เข้ากับแบรนด์ได้ดี ส่งเสริมคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์ นำเสนอความคุ้มค่าของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงผล ประโยชน์ที่จะได้รับ จากนั้นใช้วิธีการสื่อสารที่สะท้อนถึงความสำเร็จในชีวิต และที่ขาดไม่ได้เลยคือการมอบของขวัญหรือสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการแชร์ เพื่อเพิ่มยอดการซื้อขายที่มากขึ้นให้กับแบรนด์ 

ในกรณีของคุณฝน ชวมณฑ์ ปวโรดม เจ้าของแบรนด์ S’uvimol กระเป๋าหนัง exotic ได้นำกลยุทธ์การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์หรือเหล่าเซเลบริตี้ที่เหมาะสมกับแบรนด์มาใช้ เช่นเดียวกับที่มิสยูนิเวิร์สคนล่าสุดของเมืองไทยอย่าง แอนชิลี ได้ใช้กระเป๋าไล่เฉดสีรุ้งแบรนด์ S’uvimol ไปดินเนอร์กับท่านทูตไทยประจำอิสราเอล จึงทำให้แบรนด์เป็นที่สนใจในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เหล่าคนดังจึงเป็นส่วนสำคัญต่อการเผยแพร่เรื่องราวของแบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้บริโภคได้ทำความรู้จักกับตัวแบรนด์ และสั่งซื้อสินค้าอย่างมั่นใจอีกด้วย

R : Restaurant สร้างโมเม้นต์ประทับใจ ถ่ายเก็บไว้อวดพร้อมบันทึกความทรงจำ

ณ เวลานี้ผู้คนนิยมแชร์เรื่องราวที่มีความสุข ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตนได้สัมผัส เพื่อต้องการบ่งบอกสถานะทางสังคมของตัวเองให้ผู้อื่นรับรู้ เช่น การไปคาเฟ่ หรือร้านอาหารที่มีความหรูหรา ดูดี มีสไตล์ อาหารอร่อย บรรยากาศดี มีมุมให้ลูกค้าสามารถถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลอวดผู้อื่นได้

สำหรับกลยุทธ์ที่ทาง CMMU ได้แนะนำให้กับเหล่าธุรกิจทางด้าน Restaurant หรือ Cafe ได้นำไปพัฒนาและปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง อย่างการมีเมนูที่หลากหลายและการตกแต่งร้านที่สวยงามเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการสร้างความยากในการเข้าถึง ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าพิเศษ ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน แต่ธุรกิจจะมั่นคงหรืออยู่รอดได้นั้น ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการ หรือคุณภาพอาหาร และถ้าหากธุรกิจได้รับการรับรองจากสถาบันที่มีชื่อเสียงทางด้านอาหารโดยเฉพาะก็สามารถสร้างความภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกิจการ และยังสร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืมให้กับลูกค้าอีกด้วย 

จากกลยุทธ์ดังกล่าว สามารถเห็นได้ว่า มีผู้ประกอบการหลายรายที่ได้รับความนิยมจากการตกแต่งร้านที่มีสไตล์หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้บริโภค เช่น ในกรณีที่มี Influencer ลงรูป Lifestyle ลงบน Instagram หรือช่องทางอื่นๆ จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพนั้นมีมุมหลากหลายให้เข้ากับสถานที่หรือ Lifestyle ของตัว Influencer ได้ออกมาดีมากๆ นอกจากนี้ การลงรูปของ Influencer ยังทำให้ใครหลายๆ คนพากันไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อถ่ายรูปหรือลิ้มลองอาหารอีกด้วย

A: Accommodation ที่พักบริการประทับใจอย่างนี้ต้องอวด-รีวิว-แชร์ 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่พักก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวออกมาสมบูรณ์แบบ ผู้ใช้บริการจึงเลือกที่พักที่โดนใจที่สุด ไม่ว่าจะเลือกจากมุมถ่ายรูปสวยๆ เอาไว้เช็กอิน หรืออาหารเช้าแบบ Floating Breakfast รวมถึงโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อที่จะสามารถบอกเล่าช่วงเวลาที่มีความสุขให้ผู้อื่นได้รับรู้ จนเกิดเป็นความสนใจในที่พักแห่งนั้นและแห่กันไปลองใช้บริการในที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มตัวเลขผู้ใช้บริการให้กับทางที่พัก เหล่าธุรกิจโรงแรมจึงทำทุกวิถีทางให้กิจการของตนเป็นที่นิยมมากขึ้น  

CMMU ให้ความเห็นว่า กลยุทธ์ที่แนะนำธุรกิจที่พักอาศัยหรือธุรกิจโรงแรมดัง คือการที่โรงแรมมีจุดถ่ายรูปตามธีมเทศกาลต่างๆ จัดกิจกรรมตามสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนั้น มอบสิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่จะได้รับการบริการเป็นพิเศษกว่าบุคคลทั่วไป และให้ความสำคัญกับรีวิวใน Travel Booking Platform เพื่อเป็นการโปรโมทโรงแรมอีกช่องทางหนึ่ง ตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เช่น โรงแรม The Peninsula เทศกาลจุดพลุเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ไอคอนสยาม เป็นต้น

ในกรณีของคุณภัทรพงษ์ วงเที่ยง จากเพจ PHAZTTER ได้ทำคอนเทนต์ให้ตัวเองอยู่ในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อบอกเล่าไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านการลงรูปในอินสตาแกรมที่เน้นการคุมโทนอย่างมีเอกลักษณ์ และยังสอดแทรกการรีวิว-แชร์สถานที่ท่องเที่ยว และที่พักต่างๆ ซึ่งทำให้สถานที่นั้นๆ ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

G: Gym อวดรูปร่างที่ดีจากความพยายามของตัวเอง

ธุรกิจยิมจะเน้นเรื่องการอวดรูปร่าง หรือผลที่ได้จากการออกกำลังกายของตัวเอง โดยจะเน้นโชว์ซิกแพ็ก หรือ  รูปภาพ Before - After ของลูกค้าเทรนเอง ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มที่อยากมีหุ่นที่ดีเข้ามาใช้บริการ เหตุผลที่ต้องการอวดเพื่อต้องการให้ตัวเองดูดีในสายตาผู้อื่น จึงต้องทำให้ตัวเองมีสไตล์หรือมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยรูปร่างที่ดี อันได้มาจากความพยายามในการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย ตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เช่น ฟิตเนสเฟิร์ส (Fitness First) โค้ชจัน โค้ชคลั่ง หรือคนดังอย่าง ยิปซี คีรติ และเบเบ้ ธันย์ชนก

ทีมวิจัยได้เสนอกลยุทธ์ที่เหมาะกับการทำธุรกิจยิม คือ 1. คอยติดตามกระแสที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอยู่เสมอและมีส่วนร่วมกับกระแสให้ทันอยู่ตลอดเวลา 2.สร้างเทรนด์การออกกำลังกาย หรือการปั้นหุ่นในฝัน โดยทางฟิตเนสอาจสร้างชาเลนจ์เพื่อให้เกิดกระแสไวรัล (Viral) ในโซเชียลมีเดีย แต่หากกิจกรรมนั้นยากเกินไป อาจทำให้คนไม่อยากเข้าร่วม เพราะมีโอกาสสำเร็จน้อย

สำหรับโค้ช จัน อานันท์ เทรนเนอร์ชื่อดัง ที่ปั้นหุ่นให้ดารามาแล้วหลายคน ได้นำกลยุทธทางการตลาดมาเลือกใช้ คือการสร้างเทรนการปั้นหุ่นในฝัน โดยการสร้างชาเลนจ์การออกกำลังกาย สำหรับคนที่อยากมีหุ่นที่สุขภาพดี อย่าง ยิปซี คีรติ หรือเบเบ้ ธันย์ชนก โดยการทำคลิปวีดีโอออกกำลังกายสั้นๆ ขึ้นมา ลงผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดกระแสเป็นไวรัล และให้ผู้ที่สนใจได้ทำตาม

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้เสนอเพิ่มเติมไว้ว่า การได้ครอบครองสินค้าแบรนด์เนม ไปร้านอาหารชื่อดัง พักโรงแรมหรูๆ ออกกำลังกายให้หุ่นปังๆ ยังมีอีกหลายสิ่งที่คนไทยชอบอวด แต่ก็พบสิ่งที่คนไทยไม่ต้องการอวดเช่นกัน นั่นคือกิจกรรมตามกระแส เช่น แต่งกายตามตัวละครจากซีรีส์เกาหลีที่กำลังฮิต หรือทำชาเลนจ์ใน TikTok ที่กำลังไวรัล เนื่องจากมีความรู้สึกว่าตัวเองจะกลายเป็นทาสการตลาด และเมื่อเกิดกิจกรรมตามกระแสจำนวนมากขึ้น ก็จะทำให้ผู้บริโภคเหนื่อยที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในทุกๆ เทรนด์ รวมถึงบางกิจกรรมเองก็ไม่ได้น่าสนใจมากพอ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.