โตโยต้าสู้ศึกรถยนต์ไฟฟ้า เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 30 รุ่น ภายในปี 2030

Dec 15, 2021 P.Patikom

CEO ของ Toyota, Akio Toyoda กล่าวว่า ในยุคที่มีความหลากหลาย สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนประเภทและปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้อย่างยืดหยุ่น (Flexibly) การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมีความสำคัญมากกว่าการพยายามทำนายอนาคต

นั่นหมายถึงว่า Toyota กำลังใช้ Flexible Strategy ยุทธศาสตร์ที่มีความยืดหยุ่นสำหรับนโยบายการผลิตรถยนต์ของตนในอนาคต

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้เคยเสนอข่าวเกี่ยวกับ Toyota จะยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้เชื้อ เพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไฮโดรเจน ที่แม้เป็นเป็นเรื่องยากทางเทคโนโลยี แต่ Toyota ทำเพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ ในระบบซัพพลายเชนเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงทำงานและไม่ให้คนหลายแสนคนตกงาน

แต่ Toyota ก็ไม่หลุดกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะครองโลกในอีกไม่เกิน 10-15 ปีข้างหน้า

ล่าสุด ด้วยยุทธศาสตร์ที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Strategy) Toyota ยังได้ทุ่มเงินจำนวนมากถึง 30 พันล้านดอลลาร์ (4 ล้านล้านเยน) เพื่อสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ จำนวน 30 รุ่นภายในปี 2030 และ Toyota ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ทั่วโลก 3.5 ล้านคันต่อปี ภายในสิ้นทศวรรษนี้ด้วย, CEO, Akio Toyoda กล่าวเมื่อวันอังคาร

สำหรับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันของ Toyota ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) แบบใช้เฉพาะแบตเตอรี่เท่านั้น ในปัจจุบันยังผลิตขึ้นเพียงเศษเสี้ยวของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของ Toyota ในปัจจุบัน

ซึ่ง Toyota จะเพิ่มการลงทุนใหม่ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่อีก 5 แสนล้านเยน (4.4 พันล้านดอลลาร์) รวมเป็น 2 ล้านล้านเยน ตามข้อมูลของ Toyoda, CEO ของ Toyota

การลงทุนดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในวงกว้าง 4 ล้านล้านเยน ของ Toyota ในรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ และจะรวมถึงทั้งรายจ่ายฝ่ายทุน (รายจ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการหรือเพื่อการหารายได้)  ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ Toyota ยังวางแผนที่จะลงทุนอีก 4 ล้านล้านเยน ในรถยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ได้แก่ รถยนต์ไฮบริด, รถปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrids) และรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel-cell Electric Vehicles) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงาน

“ในยุคที่มีความหลากหลายและไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ที่ตายตัวนี้ สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนประเภทและปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาดูแนวโน้มของตลาด” Toyoda กล่าวในระหว่างการบรรยายสรุปเกี่ยวกับกลยุทธ์ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ของ Toyota, อ้างอิงตามการแปลอย่างเป็นทางการของคำพูดของเขาที่พูดด้วยภาษาญี่ปุ่น

“เราเชื่อว่า การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมีความสำคัญมากกว่าการพยายามทำนายอนาคต ซึ่งไม่มีอะไรนอกจากความไม่แน่นอน เราต้องการให้ลูกค้ามีตัวเลือกต่างๆ จนกว่าจะรู้เส้นทางที่ถูกต้อง” Toyoda กล่าวเสริม

สำหรับรถยนต์ Lexus ที่เป็นแบรนด์หรูของ Toyota นั้น Toyota ตั้งเป้าที่จะให้รถยนต์แบรนด์นี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ คิดเป็น 100% ของยอดขายรถยนต์ในยุโรป อเมริกาเหนือ และจีน ภายในปี 2030 และทั่วโลกภายในปี 2035

แม้จะเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกรถยนต์ไฮบริด แต่ Toyota ก็ค่อนข้างช้า ในการผลักดันรถรุ่นนี้ไปสู่การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับโลกบางราย เช่น General Motors และ Ford

เมื่อเดือนที่แล้ว ในการประชุมของสหประชาชาติเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศในสกอตแลนด์ Toyota ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 6 ราย ที่รวมถึง Volvo ของสวีเดน และ Mercedes-Benz ของ Daimler เยอรมนี เพื่อลงนามในแถลงการณ์เพื่อเลิกใช้รถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในปี 2040, สำนักข่าว Reuters รายงาน

ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota ได้บอกกับสำนักข่าวว่า บริษัทไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องการถูกมองว่า เป็นธุรกิจที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ (Carbon-neutral) แทน

(หมายเหตุ Carbon-neutral หมายความว่า ไม่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศสุทธิเพิ่มขึ้น จากการดำเนินธุรกิจหรือการบริการของผลิตภัณฑ์)

Toyota ตั้งเป้าที่จะทำให้ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ (Carbon-neutrality) ในโรงงานผลิตภาย ในปี 2035, Toyoda กล่าวในการบรรยายสรุปเมื่อวันอังคาร

สำหรับบรรดาคู่แข่งของ Toyota ในเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเดือนที่แล้ว Nissan กล่าวว่า จะลงทุน 2 ล้านล้านเยน (ประมาณ 17.6 พันล้านดอลลาร์) ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 23 รุ่น ภายในปี 2030 โดย 15 รุ่น จะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

ส่วน Mercedes-Benz, Ford, GM, Volvo ประกาศว่า ปี 2040 จะเลิกขายรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (รถใช้น้ำมันดีเซล เบนซิน ก๊าซธรรมชาติ) ขณะที่ Volkswagen (VW) ก็ประกาศว่า ปี 2035 จะหยุดขายรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในตลาดยุโรป จะขายแต่รถยนต์ไฟฟ้า และจะตามด้วยตลาดสหรัฐอเมริกา และจีน

Cr : CNBC / The New York Times / auto.com

Source
Source
Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.