Psychological Strategy สร้างธุรกิจที่ Elon Musk บริหาร Tesla, SpaceX สู่ความสำเร็จ

Dec 12, 2021 P.Patikom

Elon  Musk อภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกด้วยสินทรัพย์มูลค่า 278 พันล้านดอลลาร์ (ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2021... Investopedia) เขาเป็น CEO ผู้นำ Tesla สู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของโลก Tesla มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกแล้วมากกว่า 1.2 ล้านคัน และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เขาเป็นผู้ก่อตั้ง, CEO และหัวหน้าวิศวกรของ SpaceX บริษัทเอกชนทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธุรกิจอวกาศของเขามีลูกค้าหลายราย และ NASA เป็นหนึ่งในลูกค้าสำคัญที่ใช้บริการจรวดและยานอวกาศของ SpaceX เขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท The Boring Company เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Neuralink และ OpenAI 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่ Elon Musk บริหารอย่าง Tesla และ SpaceX ประสบความสำเร็จ คือ การใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยา (Psychological Strategy) ซึ่งถูกใช้ในด้านการตลาด, การสร้าง Loyalty กับแฟนคลับ และการสร้างศักยภาพของพนักงาน

1. ในด้านการตลาด

ความสำเร็จอย่างโดดเด่นของ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เกิดจากการใช้ Psychological Marketing Strategy กลยุทธ์ทางจิตวิทยาการตลาด 3 ประการ คือ

1.1 จิตวิทยาของกลยุทธ์คลั่งเทสลา Elon Musk เข้าใจอย่างชัดเจนว่า ถ้าเขาสร้างวิสัยทัศน์ใหม่และชุมชนของผู้คนที่มีความหลงใหลใน Tesla ผู้คนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะถูกดึงดูดและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ Tesla ความลับทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์นี้ คือหลักการที่เรียกว่า "Unity" ซึ่งหมายถึงหลักการของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

หลักการ “Unity” ถูกประกาศโดยศาสตราจารย์ Robert Cialdini เนื้อหาคือเราได้รับอิทธิพลจากคนอื่นๆ ที่เหมือนเรา  เห็นได้จากความเชื่อทางศาสนา พรรคการเมือง ความผูกพันทางครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก  Cialdini กล่าวว่า "คุณลักษณะหลักของกลุ่มคนเหล่านี้คือ พวกเขามักจะพบว่าง่ายที่จะเข้ากันได้ และพฤติกรรมของสมาชิกคนหนึ่งสามารถส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตนเองของสมาชิกคนอื่น ๆ ได้”

ซึ่งแบรนด์ Tesla และเรื่องราวของ Elon Musk ที่ตัวเขาเองสื่อสารออกมา ได้สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่แฟน ๆ ของ Tesla ซึ่งล้วนแต่ฉลาด สร้างสรรค์ และเข้าใจเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างรวดเร็ว


1.2 Elon Musk สร้างเสน่ห์ในตัวเองที่ชวนให้ผู้คนหลงไหล
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา Elon Musk ได้สื่อสารให้ผู้บริโภคทั่วโลกเห็นว่า เขาเป็นผู้นำที่โดดเด่นแห่งโลกเทคโนโลยี
Musk มีบัญชี Twitter ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 59 ล้านคน เขาทำให้ Tesla เป็นผู้นำเทคโนโลยีและผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เขากำลังสร้างและพัฒนายานอวกาศขนาดยักษ์เพื่อนำมนุษย์จำนวนมากไปสร้างอาณานิคมดาวอังคาร เขาออกเดทกับคนดัง และเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เหล่านี้เป็นเสน่ห์ของ Elon Musk ที่ดึงดูดทุกคนเข้าหาเขา


จิตวิทยาเบื้องหลังความสามารถพิเศษของ Elon Musk ที่ทำให้ผู้คนที่รักเทคโนโลยีจำนวนมากรักเขา เรื่องหนึ่งคือ ความสามารถพิเศษ ที่สามารถดึงดูดหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับความภักดี ความรัก และความกระตือรือร้นของใครบางคน ซึ่งนักวิจัยพบว่าแรงดึงดูดจากรถยนต์ไฟฟ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่


ส่วนจิตวิทยาที่ทำให้ Musk เป็นคนมีเสน่ห์ในความรู้สึกของผู้คน ที่โดดเด่นที่สุดคือ ความเร็วของสมอง การเป็นนักคิดที่รวดเร็ว มีคำตอบที่เฉียบแหลมที่พร้อมเสมอที่จะตอบหลังจากมีคนถามคำถาม 

การเป็นนักคิดที่เฉียบแหลมของ Musk ทำให้เขาสามารถสร้างตัวเองให้เป็นแบรนด์ (Personal Brand) ได้สำเร็จเป็น CEO ที่โด่งดังที่สุดในโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Tesla เติบโต ดังนั้น Elon Musk จึงไม่ต้องใช้เงินในกิจกรรมโฆษณา ตัวเขาเองพร้อมกับสินค้าของเขา เป็นช่องทางการสื่อสารการตลาด (Marketing Channel) ที่แพงที่สุดในโลก


1.3 Tesla ได้ทำรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะของผู้คนในสังคมเทคโนโลยี

Tesla เป็นแบรนด์ที่เน้นการค้นคว้า วิจัย พัฒนา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ล้ำสมัยและมีสไตล์มากขึ้น ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ 


การผสมผสานของแฟชั่นและนวัตกรรมนี้ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ (Status Symbol) สำหรับเจ้าของ ซึ่งนักจิตวิทยารู้ดีว่า ผู้คนมักจะพยายามบรรลุตำแหน่งที่มั่นคงในชีวิต ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นที่ทรงพลังในแต่ละคน

Michael Gazzaniga นักประสาทวิทยา (Neuroscientist) กล่าวว่า “เมื่อคุณตื่นนอนตอนเช้า คุณจะนึกถึงสถานะของคุณในสังคมเสมอ คุณนึกถึงสถานะที่มั่นคงของคุณในความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน  รอบ ๆ"


ดังนั้นจึงทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถยกระดับสถานะทางสังคม ตอบสนองความต้องการด้านสถานะทางจิตใจของผู้ใช้ แสดงให้โลกเห็นว่าผู้ใช้เป็นใครและยืนอยู่ที่จุดใดในสังคม

2 การสร้าง Brand Loyalty ให้กับตัวเองของ Elon Musk

มีทฤษฎีทางจิตวิทยาว่า "มนุษย์มีความต้องการโดยกำเนิดและปรารถนาที่จะรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพิเศษ ซึ่งเป็นผลให้เรามักจะให้อภัยคนที่เรารู้จักมากขึ้น - บางครั้งก็ถึงจุดที่ไม่มีเหตุผล"

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาองค์กร (Organizational Psychology Professor) Dominic Packer บอกกับสื่อ Business Insider ว่า จากทฤษฎีข้างต้นนี้ช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมผู้นำอย่าง Elon Musk ถึงได้มีแฟนคลับจำนวนมาก ที่สนุกกับการติดตามอย่างทุ่มเทเป็นพิเศษ ซึ่งนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม ให้เครดิตกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น "ผู้เชื่อที่แท้จริง (True Believers)" ของ Musk กับการเพิ่มมูลค่าตลาดของ Tesla เกินระดับที่สมเหตุสมผลโดยปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ด้วยแรงหนุนจากกองทัพของ "ผู้เชื่อที่แท้จริง (True Believers)" ทำให้ Tesla มียอดขายรถยนต์และราคาหุ้นสูง และทำให้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก

ขณะที่นักวิเคราะห์อีกหลายคนกล่าวว่า ราคาของ Tesla นั้นแยกออกจากความเป็นจริงของปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และมีภูมิคุ้มกันอย่างน่าประหลาดต่อพฤติกรรมที่ผันผวนของ CEO ที่แปลกประหลาด เช่น การเยาะเย้ยต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์, การผลักดันข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับการระบาดใหญ่ของ Coronavirus ฯลฯ 

เพื่อความกระจ่างว่าทำไม Musk และ Tesla จึงดูเหมือนมีภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะ ต่อการโต้เถียงที่ทำให้ CEO คนอื่นๆ และแบรนด์ของพวกเขาต้องจมลง สื่อ Business Insider ได้พูดคุยเพิ่มเติมกับ ศาสตราจารย์ Dominic Packer นักจิตวิทยาองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมกลุ่มที่ Lehigh University

“เขากลายเป็น Personal Brand อย่างแน่นอน” Packer กล่าว  “แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มคนฮาร์ดคอร์ที่ชอบเขาจริงๆ สนุกกับเขา และพบว่าบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้นมีความสำคัญ”

Packer กล่าวว่า "ตราบเท่าที่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่ง เราก็ต้องการที่จะรู้สึกพิเศษและไม่เหมือนใคร และวิธีหนึ่งที่คุณสามารถทำได้คือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ไม่ธรรมดาอย่างลึกซึ้ง"

"ความรู้สึกพิเศษระดับสูงมากนั้นขยายออก และให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และทุกครั้งที่คุณเห็นคนอื่นขับ Tesla คุณจะชอบ 'ใช่เลย!' นั่นคือความเชื่อมโยง” Packer กล่าวเสริม

“และคุณก็แตกต่างจากรถคันอื่นๆ บนท้องถนนเช่นกัน และนั่นก็ยอดเยี่ยมมาก” เขากล่าว "ผู้คนจึงยินดีที่จะจ่ายสำหรับสิ่งนั้น"

ผู้ติดตามฮาร์ดคอร์ที่มีจำนวนมากเหล่านี้ สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่นซึ่งขับเคลื่อนความสำเร็จที่ท้าทายตรรกะของ Musk และ Tesla

3 ในด้านการสร้างศักยภาพของพนักงาน Elon Musk ใช้กฎร้อยละ 85 เพื่อช่วยให้พนักงานเพิ่มผลผลิตโดยใช้พลังงานน้อยลง
สิ่งที่ Musk กำลังทำจริงๆ คือการบริหารจัดการ Tesla อย่างชาญฉลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยใช้การแฮ็กสมองทางจิตวิทยา (Psychological Brain Hack) ที่พนักงานจะไม่มีใครสังเกตเห็น และทุกคนสามารถใช้มันได้

นั่นเป็นเรื่องถูกต้อง ถ้าคุณต้องการทำมากขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำคือตัดสินใจทำน้อยลง  ในการทำเช่นนั้น คุณจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เรียกว่ากฎ 85%  และบอกว่า ด้วยความมุ่งมั่นเพียง 85%  ผลลัพธ์มักจะเป็น 100%

การขอผู้อื่นและตัวเราเองให้น้อยลง เราลดความคาดหวัง และด้วยเหตุนี้ทำให้ลดความกดดันที่อาจทำให้ผลิตภาพหยุดชะงัก ที่สำคัญกว่านั้น มันสร้างการรับรู้ว่าบางสิ่งทำได้ง่ายกว่า และเมื่อเราเชื่อว่าบางอย่างง่ายกว่า เราก็จะทำได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าหลายคนจะทำงานได้ดีภายใต้ความกดดัน แต่ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการทำงานอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอเสมอไป ความกดดันด้านเวลามีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อสำหรับบางคน แต่นอกเหนือจากกำหนดเวลาและข้อจำกัดด้านเวลาแล้ว แรงกดดันมักจะเผาผลาญผลิตภาพและไม่ใช่กลยุทธ์การผลิตระยะยาวที่มีประสิทธิภาพ

การสร้างแรงกดดันสูงในการทำงาน อาจช่วยให้ง่ายที่จะสรุปเกี่ยวกับตัวเลขการผลิตและการขายในช่วงปลายไตรมาสและสิ้นปี แต่หลังจากการผลักดันครั้งใหญ่ผ่านไป ทีมต่างๆ ก็เหนื่อยหน่าย และพลังในการสร้างผลผลิตก็หมดลง ทิ้งให้ตัวเลขพังลงในไตรมาสถัดไป

นี่เป็นอัจฉริยภาพของ Elon Musk ที่นำกฎ 85 % มาใช้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงวิธีที่เขาเพิ่มการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งเท่านั้น แต่ยังทำให้เขามีพนักงานที่มีความสุขมากขึ้นด้วย และอ้างอิงตามที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Researchers at Oxford University) ได้กล่าวว่า พนักงานที่มีความสุขมากขึ้นย่อมมีศักยภาพในการก่อให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น

เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการใช้กลยุทธ์เชิงจิตวิทยา (Psychological Strategy) เพื่อนำองค์กรที่เขา Elon Musk เป็นผู้บริหารสู่ความสำเร็จ ที่ทั้ง Tesla และ SpaceX ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

Cr : it Zone / INSIDER / Inc. / Investopedia

Source
Source
Source
Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.