สยามพิวรรธน์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ Loyalty Program ปั้นแพล็ตฟอร์มเข้าถึงกลุ่ม Affluent Customer

Dec 10, 2021 R.Somboon

การเปิดตัว ONESIAM SuperApp ของกลุ่มสยามพิวรรธน์นั้น นอกจาก จะเป็นการเปิดสู่ยุคของการทำค้าปลีกที่เป็น Omnichannel อย่างเต็มตัวที่สยามพิวรรธน์ในฐานะเจ้าของศูนย์การค้าชื่อดังอย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ พารากอน และไอคอนสยาม ต้องการที่จะ Seamless ช่องทางออฟไลน์คือศูนย์การค้ากับออนไลน์ให้กลมกลืนเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีให้กับลูกค้าแล้ว

ONESIAM SuperApp ยังเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญที่พลิกโฉมหน้าในการทำลอยัลตี้ โปรแกรมของบ้านเราอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกับการใช้แพล็ตฟอร์มนี้ เข้ามาเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงดาต้าที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปของกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Affluent Customer ที่มีตัวเลขอยู่ประมาณ 7 ล้านคน

การเลือกโฟกัสมาที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนั้น เป็นการตอกย้ำตำแหน่งทางการตลาดของศูนย์การค้าในเครือที่เป็นศูนย์รวมของพรีเมียมและลักชัวรี่แบรนด์ซึ่งตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ขณะเดียวกันก็เป็นการทำตลาดบนจุดยืนที่แข็งแกร่งของตัวเอง

 

ONESIAM SuperApp ที่เปิดตัวขึ้นนี้ จะเป็นแพล็ตฟอร์มที่เข้ามาสร้างอีโคซิสเท็มค้าปลีกที่รวบรวมเอาพันธมิตรที่เป็นแบรนด์ชั้นนำกว่า 1,000 แบรนด์ ครอบคลุม 13 อุตสาหกรรม ซึ่งความน่าสนใจส่วนหนึ่งจะอยู่ที่การเป็นแพล็ตฟอร์มลอยัลตี้ โปรแกรมที่ตอบโจทย์ในการขับเคลื่อนธุรกิจรีเทล โดยใช้ Data Driven Marketing เป็นตัวขับเคลื่อนตามเทรนด์ของการทำค้าปลีกยุคใหม่

หากมองเข้ามาที่การทำลอยัลตี้ โปรแกรมแล้ว หลักๆ จะอยู่ที่ทำอย่างไรในการดึงลูกค้าให้เข้ามาอยู่ในแพล็ตฟอร์ม หลังจากนั้น จะเป็นการเอนเกจเพื่อให้ลูกค้าอยู่ในแพล็ตฟอร์มนานๆ ก่อนที่จะต่อยอดไปสู่การขายในอนาคต ซึ่งการขับเคลื่อนผ่านแพล็ตฟอร์มนี้จะทำให้ลูกค้าสามารถช้อปได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เป็นการ Seamless ช่องทางขายเพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปแบบไร้รอยต่อตามเทรนด์ของตลาดค้าปลีก

แน่นอนว่าเบเนฟิตในเรื่องของส่วนลด หรือพ้อยท์ จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งสยามพวิรรธน์พยายามทลาย Pain Point ของตลาด ด้วยการเทิรน์จากพ้อยท์ธรรมดา มาเป็น VIZ Coins ที่ 1 VIZ Coins สามารถเปลี่ยนเป็นเงิน 1 บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้า แน่นอนว่า จะช่วยทั้งในเรื่องของการลดความยุ่งยากของพ้อยท์ที่สะสม และการเบิร์นพ้อยท์ของลูกค้าจากการนำพ้อยท์ของพันธมิตรที่เข้ามาร่วม อาทิ บัตรเครดิต หรือลอยัลตี้ โปรแกรมอื่นๆ ของพันธมิตรที่มี 50 รายในปีนี้ และจะเพิ่มอีก 50 รายในปีหน้า โดยลูกค้าสามารถนำ VIZ Coins ไปใช้ได้ทั้งในร้านค้าของศูนย์และกับพันธมิตรนอกศูนย์ที่เข้ามาร่วมจับมือด้วย

อริยะ พนมยงค์ ทำหน้าที่ประธานบริหารสายงานนวัตกรรม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท Transformational กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในอนาคตอาจจะมีการเทิรน์จาก VIZ Coins เป็นคริปโตเคอเรนซี่  ตามเทรนด์ของค้าปลีกที่ในอนาคตเรื่องของ Digital Assets จะเข้ามาได้รับความนิยม โดยการเปิดตัวในครั้งนี้มีการจับมือกับพันธมิตรที่ดูแลเรื่องนี้หลายรายไม่ว่าจะเป็น KX หรือ Zipmex

ในต้นปี 2022 สมาชิกจะสามารถใช้ ONESIAM SuperApp ในการทำธุรกรรมดิจิทัลในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ “สินทรัพย์ดิจิทัล” (Digital Assets) และดิจิทัลยูทิลิตี้ (Digital Utility) เพิ่มเติมจากลอยัลตี้ โปรกีม โดยในช่วงแรกนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นมากกว่ารีเทลระดับโลกในรูปแบบ “งานศิลปะดิจิทัล NFT” ด้วยการเปิดตัว ความร่วมมือกับ KASIKORN X หรือ KX เป็นพันธมิตรแรก ในการก่อตั้ง Coral - Super Simple NFT Marketplace (CORALWORLD.CO) เพื่อเป็นการสนับสนุน ผลักดัน ต่อยอด งานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ ทั้งออนไลน์และ ออฟไลน์ ของศิลปินไทยและภูมิภาคในประเทศไทยและไปสู่ระดับโลก  และการร่วมมือกับ Zipmex ในการแลกซื้อคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน Zipmex Token (ZMT) 

ก่อนพัฒนาสู่ช่วงที่สอง ซึ่งทางสยามพิวรรธน์ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอาทิเช่น  X Spring (เอ็กซ์สปริง) และ เจ เวนเจอร์ส เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรภายในปีหน้า นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังเตรียมขยายศักยภาพการเชื่อมโลกจริงและโลกเสมือนจริงบน Metaverse ด้วยการจับมือกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เชื่อมต่อประโยชน์อันหลากหลายไว้ในที่เดียว และจะมีการพัฒนาธุรกิจและกิจกรรมดิจิทัลเรื่องอื่น ๆ บน ONESIAM SuperApp อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เรื่องของการสร้างเอนเกจเม้นต์เพื่อให้ลูกค้าอยู่ในแพล็ตฟอร์มนานๆ นั้น อริยะ พนมยงค์ ทำหน้าที่ประธานบริหารสายงานนวัตกรรม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท Transformational บอกว่า หัวใจสำคัญจะอยู่ที่ Content ซึ่งการขายสินค้าที่เป็นพรีเมียม ลักชัวรี่แบรนด์นั้น ลูกค้าไม่ได้ซื้อทุกวัน การสร้าง Content ที่ดี จะเข้ามาช่วยสร้างอารมณ์ในการจับจ่าย ซึ่งการมีแพล็ตฟอร์มที่พร้อมนี้จะสามารถต่อยอดและขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น ทำให้สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าพันธมิตรได้เป็นอย่างดี โดยการทำ Content นั้นจะมีการ Co – Creation กับ Content Creator เพื่อสร้าง Content ที่น่าสนใจ เจาะกลุ่ม Affluent โดยตรง

 

ONESIAM SuperApp นี้ ถูกพัฒนาขึ้นบนจุดแข็งของสยามพิวรรธน์ที่เป็นศูนย์การค้าที่ขายสินค้าพรีเมียม ลักชัวรี่แบรนด์อยู่แล้ว โดยเราโฟกัสกลุ่ม Affluent ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีกำลังซื้อสินค้าในกลุ่มดังกล่าว จากข้อมูลที่ทำวิจัยออกมา พบว่า การช้อปผ่านอีคอมเมิร์ชของลูกค้ากลุ่ม Affluent มีมากกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 10 เท่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องโฟกัสกลุ่มนี้ โดยจะใช้ดาต้าเข้ามาเป็นตัวบริหารประสบการณ์แบบไร้รอยต่อเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา”  

เขายังบอกอีกว่า การสร้างแพล็ตฟอร์มนี้ขึ้นมา จะทำให้สยามพิวรรธน์รู้จักลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องล้อนช์ ลอยัลตี้โปนแกรมใหม่ โดยมองว่า ในปีหน้านี้ น่าจะสามารถดึงลูกค้า Affluent เข้ามาอยู่ในแพล็ตฟอร์มได้อย่างน้อยๆ 2 ใน 3 ของเป้าหมาย 7 ล้านคนที่มีอยู่ในบ้านเรา ยังจากนั้นจะใช้เวลาใม่นานในการทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย โดยมองว่า ตัว Content ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จะเข้ามาเป็นตัวช่วยที่ดี หลังจากนั้นจะอยู่ที่การบริหารความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์หรือร้านค้าในศูนย์กับลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันกับสยามพิวรรธน์ในฐานะของการเป็นรีเทล ดีเวลอปเปอร์รายแรกของบ้านเราที่สร้างแพล็ตฟอร์มเพื่อขับเคลื่อนอีโคซิสเท็มค้าปลีกในรูปแบบใหม่ที่ช่วยเปิดเข้าสู่โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในอนาคต

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.