ฟอร์ดทุ่มทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2.8 หมื่นล้านบาท อัพเกรดโรงงานไทย

Dec 09, 2021 -None-

ฟอร์ด มอเตอร์คัมปะนีปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง เดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิตในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยด้วยการลงทุนเพิ่มถึง900ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว28,000 ล้านบาทนับเป็นการมูลค่าลงทุนในประเทศไทยครั้งใหญ่ที่สุดของฟอร์ดเพื่อรองรับการผลิตรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟอร์ดเอเวอเรสต์เจเนอเรชันใหม่ขับเคลื่อนกลยุทธ์Ford+ (ฟอร์ด พลัส) เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มคุณค่าของบริษัท

การลงทุนเพิ่มครั้งนี้ ทำให้ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทยานยนต์ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของไทยด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมรวมกว่า3,400ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว1 แสนล้านบาทตลอดระยะเวลา25 ปีของการดำเนินธุรกิจ การยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจะส่งเสริมบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตสำคัญระดับโลกของฟอร์ด ทั้งที่โรงงานฟอร์ดไทยแลนด์แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ซึ่งฟอร์ดเป็นเจ้าของและโรงงานร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ประเทศไทย (เอเอที)

“การลงทุนครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความมุ่งมั่นของฟอร์ดตลอดระยะเวลา 25 ปีในการผลิตรถยนต์คุณภาพในประเทศไทยซึ่งจะทำให้เรายกระดับการดำเนินงานในไทยให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชัน ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถฟอร์ดที่มียอดการผลิตสูงสุดและมียอดขายสูงสุดทั่วโลก รวมถึงฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ด้วย”นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียนและตลาดเกิดใหม่ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนีกล่าว

 

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อนาคต

การลงทุนครั้งนี้ คือพันธสัญญาของฟอร์ดในการส่งมอบรถยนต์คุณภาพชั้นนำระดับโลกสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

การเพิ่มกะการทำงานที่โรงงานเอฟทีเอ็มส่งเสริมให้มีการจ้างงานเพิ่มเติม 1,250 ตำแหน่งทำให้ฟอร์ดมีจำนวนพนักงานในประเทศไทยรวมกว่า9,000 คน

ในเงินลงทุนจำนวนนี้ฟอร์ดได้สนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ด้วยเงินลงทุนกว่า400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว13,000 ล้านบาทเพื่อผลิตและยกระดับคุณภาพชิ้นส่วนด้วยแม่พิมพ์และอุปกรณ์การผลิตมาตรฐาน ก่อให้เกิดการจ้างงานของพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่ง

ยกระดับความล้ำสมัยในทุกมิติ

การลงทุนครั้งนี้ส่งผลให้โรงงานฟอร์ดในประเทศไทยมีประสิทธิภาพการผลิตเทียบเท่าโรงงานระดับแถวหน้าของโลก เพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตรถได้หลากหลายรูปแบบในสายการผลิตเดียวและยกระดับระบบและขั้นตอนการควบคุมคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น  โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัยมาใช้ พร้อมเสริมองค์ความรู้ให้แก่แรงงานไทย ทั้งนี้พนักงานฟอร์ดและผู้ผลิตชิ้นส่วนยังได้รับการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกด้วย

“การลงทุนครั้งนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เราขับเคลื่อนกลยุทธ์Ford+ เพื่อส่งมอบรถยนต์คุณภาพระดับโลกที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง” มร. อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ และทวีปอเมริกาใต้ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว

ฟอร์ดยังได้เพิ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวน 356 ตัว เพื่อเสริมกำลังการผลิตที่โรงงานเอเอทีและเอฟทีเอ็ม โดยหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้ จะนำมาใช้ในส่วนงานประกอบตัวถัง และงานพ่นสีซึ่งจะทำให้ฟอร์ดมีจำนวนเครื่องจักรในส่วนงานประกอบตัวถังที่โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอที เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34 เป็นร้อยละ 80 และร้อยละ 69 ตามลำดับ โดยพนักงานจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ล้ำสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

การลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัย ทำให้ฟอร์ดก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยีตรวจสอบพื้นผิวหรือสแกนบ็อกซ์มาใช้ตรวจสอบรถทั้งคันในระหว่างขั้นตอนการประกอบรถได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนและรวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่าเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของฟอร์ดให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ฟอร์ดได้ยกระดับความสามารถในการผลิตรถกระบะที่โรงงานเอฟทีเอ็มให้ครอบคลุมการผลิตรถรุ่นย่อยต่างๆ โดยโรงงานจะผลิตตัวถังรถกระบะได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แบบตอนเดียว ตอนครึ่ง และแบบ 4 ประตูได้ในสายการผลิตเดียว เพิ่มความคล่องตัวในการวางแผนและจัดสรรตารางการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด และลดระยะเวลาในการส่งมอบรถให้ลูกค้าอีกด้วย

นอกจากนี้ โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอทียังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทดแทน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมไปถึงการยกเลิกการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ

“ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงมีการส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้คน ต่อโลกใบนี้ และต่อฟอร์ดเอง” อังเดรกล่าว

 

สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ

ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์เป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทย และฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสานต่อความสำเร็จดังกล่าวด้วยฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่เพิ่งเผยโฉมไปเมื่อเร็วๆ นี้และจะวางจำหน่ายในปีหน้าโดยรถกระบะที่แกร่งที่สุดสมบุกสมบันที่สุดและชาญฉลาดที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ จะผลิตที่โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอที ในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยจาการลงทุนครั้งนี้

การส่งออกรถยนต์นับเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจการผลิตของฟอร์ด ประเทศไทย โดยฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถที่ส่งออกเพื่อจำหน่ายในกว่า 180 ประเทศทั่วโลกและยังครองตำแหน่งสุดยอดรถขายดีในอีกหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ โรงงานเอเอที ยังจะเป็นศูนย์กลางการผลิตฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ด้วยการยกระดับกระบวนการผลิตจากการลงทุนครั้งนี้เช่นกัน

“เราภูมิใจในความเป็นมาของเราตลอดระยะเวลา25 ปี ในประเทศไทย และพร้อมที่จะเดินหน้าสู่อนาคตในอีก 25 ปีข้างหน้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเยี่ยมการประกาศการเพิ่มการลงทุนในวันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางของฟอร์ดในประเทศไทย เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ควบคู่กับการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและในทุกครั้งที่เรานำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆต่อไป”นางสาวยุคนธรกล่าว

รับชมวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/R24AaAHqsho

 

ค่ายรถยนต์

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.