เปิดเบื้องหลังการผลิตวัคซีนโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย

Dec 01, 2021 BrandAge Team

แอสตร้าเซนเนก้า จัดงานเสวนาออนไลน์ "FROM LAB TO JAB" รับชมกระบวนการ  ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตลอดจนกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของแอสตร้าเซนเนก้า และร่วมฟังเสวนา จากคณะผู้บริหาร นำโดย เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด, ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และ นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

สามารถสรุปประเด็นสำคัญจากงานเสวนาออนไลน์ "FROM LAB TO JAB" เบื้องหลังกระบวนการผลิตวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ตลอดจนกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของแอสตร้าเซนเนก้า ดังนี้ 

เป้าหมายของแอสตร้าเซนเนก้าในฐานะผู้ผลิตวัคซีน

เจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤตด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุด แอสตร้าเซนเนก้ายึดมั่นต่อภารกิจ สำคัญในการผลิตและส่งมอบวัคซีนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพให้ได้เร็วที่สุด โดยความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อบรรลุเป้าหมาย และแอสตร้าเซนเนก้าได้รวบรวมพันธมิตรจากทั่วโลกที่มีความเชี่ยว ชาญเฉพาะทางทั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ รัฐบาล และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประสานงาน, พัฒนาและผลิตวัคซีน โควิด-19 เพื่อส่งมอบให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก  

นอกจากนี้แอสตร้าเซนเนก้าได้ทำการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว กว่า 2 พันล้านโดสให้แก่ประเทศ ต่างๆ มากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนจำนวนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่ม ประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ และมากกว่า 175 ล้านโดสถูกส่งให้กว่า 130 ประเทศ ผ่านโครงการ COVAX

ในปัจจุบัน มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าช่วยป้องกันผู้ป่วยโควิดไปประมาณ 50 ล้านราย ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 5 ล้านราย และช่วยชีวิตคนมากกว่าหนึ่งล้านชีวิต จากการ ศึกษาค้นคว้าในระยะทดลองในคลินิก และข้อมูลการใช้งานจริงแสดงให้เห็นได้ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้า เซนเนก้าปลอดภัย 

ความร่วมมือกับรัฐบาลไทย สยามซีเมนต์กรุ๊ป และสยามไบโอไซเอนซ์ นำมาซึ่งความมั่นใจต่อการเดินหน้า ขยายกำลังการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อส่งมอบให้แก่ประเทศต่างๆ ในอาเซียน เรามุ่งมั่นที่จะ เสริมความแข็งแกร่งของ Supply Chain ในระดับภูมิภาค รวมถึงใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านอุตสาหกรรมที่เรามี ประกอบกับความร่วมมือกับพันธมิตรการผลิตของเรามากกว่า 25 ราย ที่ตั้งอยู่ใน 15 ประเทศทุกๆ ล็อตการผลิตวัคซีนยัง ผ่านกระบวนการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มข้น ซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกันทุกโรงงานการผลิตทั่วโลก โดยต้องทดสอบถึง 60 รายการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนทุกโดสจะได้รับมาตรฐานสูงสุดและเท่าเทียมกัน

การส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทย

ขณะนี้เราได้ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 35 ล้านโดส และสัปดาห์หน้าเราจะประกาศ จำนวนที่ส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน

เป้าหมายในปี 2022 เจมส์ ทีก ระบุว่า ความสำคัญลำดับแรกสุดของเราก็คือ เราสามารถส่งมอบวัคซีน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทยได้ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เราจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนในไทยจะได้รับวัคซีน

เรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง แอสตร้าเซนเนก้า และรัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการ จัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เพื่อสนับสนุน แผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข 

สำหรับการผลิตวัคซีนรุ่น 2 รหัส AZD2816 โดยใช้เทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) เช่นเดิม แต่มีการ พัฒนาเพื่อให้รับมือกับสายพันธุ์ไวรัสที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะเห็นผลของการพัฒนานี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า (AZD1222) ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ก็มีประสิทธิผลสูงมากเช่นกัน ในการศึกษาทางคลินิกสามารถป้องกันการป่วยรุนแรงได้ 80-90%

ชีนา เบน รองประธานฝ่าย Supply Chain วัคซีน รองประธานฝ่ายเวชภัณฑ์ยาในกลุ่มโรคมะเร็งวิทยา และ ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงแอสตร้าเซนเนก้าได้ระบุว่า ทุกๆ ครั้งก่อนการส่งมอบวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าได้ทำการทดสอบคุณภาพโดยใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก สำหรับการผลิตวัคซีนในแต่ละรอบจะใช้ เวลาประมาณ 3-4 เดือน โดยเวลาประมาณ 60 วัน จะถูกใช้ไปกับการทดสอบ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นในทุกโรงงาน ทั้งในสหรัฐ อังกฤษ รวมถึงประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนทุกรอบการผลิตมีมาตรฐานเดียวกัน

 นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า

บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นโรงงานผลิตยาชีววัตถุ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงในการผลิต เช่น ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง (EPO) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรัง และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว (GCSF) ให้กับผู้ป่วยโรค มะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด โดยยาทั้ง 2 ตัว สามารถบำบัดรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยลดการพึ่งพา ยาจากต่างชาติ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย

ในกระบวนการผลิตของโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงที่ใช้ในการผลิตยา ยังมีความ ใกล้เคียงกับเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตวัคซีนแบบไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) ของแอสตร้าเซนเนก้า จึงทำให้มีศักยภาพในการ รับถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีน และได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตในเวลาต่อมา

กว่าที่สยามไบโอไซเอนซ์จะได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เราได้ผ่านเกณฑ์การ คัดเลือกหลายขั้นตอน และทางแอสตร้าเซนเนก้าก็เล็งเห็นว่า โรงงานของเรามีความพร้อมมากที่สุด เพราะได้รับการรับรอง มาตรฐานการผลิตระดับสากล มีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าได้ทุกขั้นตอนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และ เป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ สามารถรองรับการขยายกำลังการผลิตได้ในอนาคต แอสตร้าเซนเนก้าจึงเลือกสยามไบโอ ไซเอนซ์เป็นหนึ่งในฐานการผลิต เพื่อร่วมต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า ในกระบวนการตรวจ สอบคุณภาพของวัคซีนนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องของเอกสารจำนวนมากกว่า 10,000 หน้าที่ต้องตรวจสอบ โดยใช้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคุณภาพที่ได้รับการรับรองจากยุโรป หรือที่เรียกว่า EU Qualified Person เป็นผู้ตรวจสอบเอกสาร ทั้งหมด และในขั้นตอนก่อนการส่งมอบ ทางโรงงานได้ทำการตรวจสอบวัคซีนทุกล็อตอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีน ทุกหลอดที่เดินทางไปถึงผู้บริโภคมีคุณภาพตามมาตรฐานของแอสตร้าเซนเนก้าอย่างแน่นอน

ความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนเริ่มต้น เมื่อเดือนตุลาคม 2563 นับถึงปัจจุบันถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการยาชีววัตถุและวงการวัคซีนของ ประเทศไทยประสบการณ์ที่เราได้รับการจากผลิตวัคซีนนี้เป็นสิ่งที่ประมวลค่าไม่ได้ อีกทั้งวัคซีนที่ส่งออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ ทำโดยคนไทย 100% ในโรงงานของเรากว่า 400-500 คน โดยเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแอสตร้าเซนเนก้า ถือว่าเป็น Change Agent ที่จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ให้กับวงการวัคซีนของไทยต่อไปในอนาคตดร.ทรงพล กล่าว 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.