รวมรถเด่นงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

Dec 01, 2021 BrandAge Team

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” เปิดเผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์-TIME to ENJOY!” โดยในปีนี้มีรถยนต์ร่วมแสดงจำนวน 32 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 12 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ

สำหรับยอดจองรถภายในงาน คาดว่าใกล้เคียงปีก่อนประมาณ 30,000 คัน ผู้ชมงานราว 1 ล้านคน แบ่งเป็นชมงานปกติ 80 % ชมงานออนไลน์ 20 % สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 35,000 ล้านบาท

ไฮไลท์ในงานนี้จะมีรถอะไรบ้างทีมงานรวบรวมมาให้แล้ว

 

Aston Martin

Aston Martin DB11 V8& VANTAGE ยนตกรรมสปอร์ตจีทีสุดหรูจากอังกฤษ พาหนะคู่ใจสายลับ 007

เส้นสายพลิ้วไหวลื่นไหลดุจงานศิลป์ ลงตัวกับห้องโดยสารสุดหรูระดับ Craftsmanship ผสานพละกำลังจากเครื่อง ยนต์เบนซินทวินเทอรโบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 528 แรงม้า (BHP) ที่พร้อมพาคุณทะยานไปข้างหน้าแบบไร้ขีดจำกัด มาพร้อมแคมเปญ “5 Year Worry Free” ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี และพิเศษสุดกับรุ่นแวนเทจ (VANTAGE) กับข้อเสนอสุดประทับใจ “Q Financial Program” ออกรถได้ทันทีไม่ต้องมีเงินดาวน์

 

Audi

Audi S3 Sportback Quattro โดดเด่นด้วยเกียร์แบบ Compact Shifter ดีไซน์ใหม่ไม่เหมือนใครขนาดกะทัดรัดตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่บริเวณคอนโซลกลางที่กว้างขวางมาพร้อมกับปุ่มควบคุมเสียงแบบสัมผัสเพียงแค่สัมผัสตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มก็สามารถเพิ่มหรือลดเสียงได้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบเดียวกันกับที่ใช้ในรุ่น e-tron GT มาพร้อมเซ็นเซอร์และกล้องแสดงภาพขณะถอยหลังเบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระ 3 โซน

ความน่าสนใจของ Audi S3 Sportback Quattro คือเป็นคอมแพคคาร์ที่ไม่เหมือนรถในเซ็กเม้นต์เดียว กันล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมกับซีรีส์ยางขนาด 235/35 R19 คาลิปเปอร์เบรกสีแดงและสัญลักษณ์รูปตัว S บนคาลิปเปอร์ช่วงล่างแบบ S Sports กรอบของกระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำสัญลักษณ์ S3 ลุคสปอร์ตกับกระจกมองข้างตกแต่งด้วยสีดำ เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตสัญลักษณ์รูปตัว S บนเบาะตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลวดลาย Dark Aluminium Spectrum หน้าจอเป็นแบบ Virtual Cockpit Plus ขนาด 12.3 นิ้วมาพร้อมกับระบบ MM Radio plus แบบสัมผัส (MMI Touch) ขนาด 10.1 นิ้วโดยมีให้เลือกมากถึง 5 สี ได้แก่ Glacier White Metallic, Mythos Black Metallic, Python Yellow Metallic, Tango Red Metallic และ Turbo Blue Solid ในราคาเพียง 3,550,000 บาท

 

BMW

BMW IX ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์การออกแบบเพื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยี BMW Drive ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 4 ล้อ รถยนต์ BMW iX พร้อมทั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ BMW Operating System 8

ด้วยช่วงระยะทางการวิ่งที่ทำได้สูงถึง 630 กม.* BMW iX xDrive50 (BMW iX xDrive40: 425 กม.*) จึงนับเป็นสุดยอดยนตรกรรมไฟฟ้าสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและการขับขี่ทางไกล ด้วยโครงสร้างรถประสิทธิภาพสูง ทำให้มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ต่ำมากโดยไม่สูงเกินกว่า 23 kW/h และมีระบบ Aerodynamics ที่โดดเด่นโดยมีค่าสัมประสิทธิ์ที่ดีเยี่ยมอยู่ที่ 0.25 ซึ่งนับเป็นค่าที่โดดเด่นเกินใครหากเปรียบเทียบกับรถในเซ็กเม้นต์เดียวกันนี้ ยิ่งไปกว่านั้นการขับขี่ BMW iXใน My Mode Efficient ยิ่งจะเป็นการเพิ่มให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

ด้วยแนวคิดด้านความยั่งยืนกับ BMW iX ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง 45% เมื่อเปรียบเทียบกับ SAV เครื่องยนต์ดีเซล จากมาตรการต่างๆ เช่น ใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนเฉพาะในระหว่างการผลิต รวมถึงการใช้วัสดุธรรมชาติในการรีไซเคิล สำหรับการตกแต่งภายใน ตัวอย่าง เช่น หนัง Castanea สี Olive Leaf-tanned ธรรมชาติ และพรมปูพื้น Econyl 100%

 

Ford

New Ford Ranger Raptor X รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งภายในและภายนอก เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ดุดัน สไตล์สปอร์ต มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อสร้างนิยามใหม่ของความแกร่งที่มาพร้อมความอัจฉริยะให้กับวงการรถกระบะ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบพละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมพิชิตทุกเส้นทางด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) กับโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบ

 และพิเศษยิ่งกว่าสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล อิดิชั่น รถกระบะตอนครึ่งสำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ ตกแต่งเป็นพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ และมีจำนวนจำกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้าที่ชื่นชอบความแตกต่างได้อย่างลงตัว 

 

GWM

All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5LTurbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอ นิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตรรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ประหยัดน้ำมัน พร้อมโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 8 โหมด รวมถึงโหมดการขับขี่แบบไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

TANK 500 HEV มาพร้อมรูปทรงที่สง่างามและทรงพลัง ด้วยระบบส่งกำลังแบบไฮบริด 2.0T+9HAT ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 180kW และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะรุ่นใหม่ ระบบการจดจำ และการเปลี่ยนโหมดการขับขี่อัตโนมัติตามสภาพพื้นถนน ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ด้วยคำสั่งเสียง ไม่ว่าจะเป็นลุยน้ำหรือออฟโรด ที่มาพร้อมกับการออกแบบภายในที่เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว และหน้าจอควบคุมด้านหลัง รวมไปถึงแพลตฟอร์มช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะสามารถรับรู้ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง

 

Honda

Honda HR-V ใหม่สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม โดยยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นกับรุ่น RS เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน สมรรถนะการขับขี่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์โหมดการขับขี่ 3 โหมด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลาก หลายรูปแบบ

Honda Civic สปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน สปอร์ตพรีเมียม เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่นRS ดีไซน์ที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ยก  ระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) และครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card

 

Hyundai

Hyundai STARIA รถยนต์อเนกประสงค์ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดฮุนได สตาร์เรีย รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี ประเทศไทยนับเป็นตลาดรถยนต์ประเภทอเนกประสงค์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฮุนได ดังนั้นเราจึงเป็นประเทศแรกๆ ที่ทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ แต่เนื่องจากสภาวการณ์ที่ไม่เอื้อ อำนวยจึงทำให้เราต้องเปิดตัวในรูปแบบออนไลน์ จึงได้มาเปิดตัวที่นี่เป็นครั้งแรก

Isuzu

ISUZU D-MAX รุ่น CAB 4, HI-LANDER และ SPACECAB เอกลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ตอบรับทุกเป้าหมายและทุกการใช้งานในทุกด้านของการใช้ชีวิต เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต ด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สี Chrome และ Dark Gray Metallic พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม และ ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทนดีไซน์แบบ Robust Radius ในรุ่น HI-LANDER  ยกระดับการออกแบบภายใน ด้วยการเลือกใช้วัสดุพรีเมียม เติมเต็มความหรูด้วย Piano Black และ Satin Chrome พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดย สารที่กว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ โอบกระชับ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX  ช่วยลดการสะสมความร้อน เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า และ ใหม่! เกียร์อัตโนมัติ ใน HI-LANDER และ CAB 4

Kia
Kia Carnival รุ่นปี 2022 ใหม่ โดยมีการปรับเปลี่ยนโลโก้เป็นรูปแบบใหม่ที่เริ่มใช้ในตลาดโลก เพิ่มเติมด้วยรุ่น Limited ใหม่อีก 1 รุ่นย่อย จากเดิมที่มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ชูจุดเด่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานคุ้มค่า ประกอบ ด้วย ประตูสไลด์ไฟฟ้าซ้าย-ขวา (Smart Power Sliding Door), หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto พร้อมกล้องมองภาพขณะถอยหลัง (Rear View Monitor) ขณะที่รุ่น EX มีการเพิ่มที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain Sensor) ส่วนรุ่น SXL เพิ่มเติมด้วยมาตรวัดแบบ Digital Supervision Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบแสดงภาพมุมอับสายตาบนหน้าจอ Blind-Spot View Monitor (BVM)
 ขุมพลังของ Kia Carnival 2022 ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.2 ลิตร TCI-VGT ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 45 กิโลกรัม-เมตร (ประมาณ 441 นิวตัน-เมตร) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมโหมด Manual และผ่านค่ามาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5
 

Lexus

NX 450h+ รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดครั้งแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมสมรรถนะใหม่จากเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 304 แรงม้าทำงานกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูง และมอเตอร์กำลังสูง โดยแบตเตอรี่ของเลกซัส NX 450h+ มีขนาดใหญ่ถึง 18.1 กิโลวัตต์ สามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 87 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ด้วยการชาร์จไฟจนเต็ม 100% ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น (เมื่อชาร์จด้วยเครื่องชาร์จแบบกระแสสลับ TYPE2 6.6 กิโลวัตต์ ที่กำลังไฟ 32 แอมป์ต่อชั่วโมง) โดยระบบไฟฟ้าสามารถทำความเร็วสูงสุด 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกแบบใหม่ที่โฉบเฉี่ยวให้ภาพ ลักษณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ด้วยกระจังหน้า SPINDLE GRILLE ที่มีรายละเอียดแบบใหม่ ออกแบบรับกับดีไซน์ของไฟหน้าอย่างลงตัว ไฟท้ายรูปทรงตัว L ลากยาวตลอดความกว้างของตัวรถสอดรับกับโลโก้แบบใหม่ของเลกซัส

 

Lotus

LOTUS ELISE SPORT 220 สุดยอดสมรรถนะและนวัตกรรมแชสซีส์ขั้นสูง

นำเสนอความโดดเด่นของยานยนต์ในตระกูล Elise ที่สมบูรณ์แบบผสานสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุลทั้งในด้านพลังความคล่องตัว และฟอร์มที่สวยงามบริสุทธิ์ของสุดยอดการออกแบบ ชูนวัตกรรมแชสซีส์อะลูมิเนียมสุดล้ำที่มีน้ำหนักเพียง 68 กก. ร่วมกับการออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เพื่อสร้างแรงกดที่สมดุลทั่วตัวรถทั้งยังลดแรงต้านลมและเพิ่มเสถียรภาพแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

Elise Sport 220 ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์สี่สูบ 1.8-litre Supercharged Engine มอบกำลังเครื่อง 217 แรงม้าแรงบิด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กม. / ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที พร้อมอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 173 กรัม / กม. รถยนต์ในซีรีส์ Elise ทุกคันยังมาพร้อมระบบกันสะเทือน Double Wishbone Suspension ทั้ง 4 มุม และ Lotus Dynamic Performance Management (Lotus DPM) เอกสิทธิ์ของโลตัสซึ่งนักขับสามารถเลือกเปิดเมื่อขับขี่ในชีวิตประจำวันที่ต้องการความผ่อนคลายหรือปิดเมื่อต้องการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถในขณะพุ่งทะยานบนจิตคาร์ Elise Sport 220 เพียง 3 คันสุดท้ายเท่านั้นได้ในราคา 5,390,000 บาท

 

MASERATI

MASERATI GHIBLI HYBRID สปอร์ตซีดานพันธุ์แรง ด้วยขุมพลังผสมผสานเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ 48 โวลต์ (e-Booster) กับความแรงแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ แต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น สมทบด้วยยนตรกรรมอีกหลายรุ่น อาทิ เลอวานเต้ (LEVANTE) ไฮลักชัวรี่เอสยูวียอดนิยม และควอตโตรปอร์เต้ สปอร์ตซีดานรุ่นใหญ่ โดยมาพร้อมแคมเปญพิเศษ “SAETTA FINANCIAL PROGRAM” ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ MASERATI ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีเงินดาวน์ พร้อมสิทธิ์พิเศษอื่นๆ อีกมากภายในงาน

Mazda

NEW MAZDA CX-3 มาพร้อมกับการแนะนำเทรนด์สีใหม่แห่งอนาคตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับสีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ ที่แสดงออกถึงสไตล์พรีเมียม โดดเด่น และสะท้อนตัวตนอันมีเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งมาสด้าเชื่อว่าสีใหม่นี้จะเข้ามาสร้างกระแสนิยมใหม่ให้กับวงการรถยนต์ และกลายเป็นหนึ่งในสีซิกเนเจอร์ที่ลูกค้าชื่นชอบ

นอกจากนี้ CX-3 ยังได้รับการอัพเดทให้มีความทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อิสระแห่งสังคมยุคดิจิทัล และมอบความอเนกประสงค์ในการใช้งานรอบด้าน ด้วยอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger รองรับระบบ Wireless Apple CarPlay พร้อมให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร

MAZDA CX-8 รถอเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมียม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง หนึ่งเดียวในตลาดที่วางจำหน่ายในประเทศไทย มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและคลีนดีเซล

Mercedes-Benz

The New EQS 450+ AMG Premium ยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกจาก Mercedes-EQ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยครั้งแรก รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในทุกรายละเอียดทั้งออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม เรื่อยไปจนถึงดีไซน์ภายนอกและภายในที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมพลังไฟฟ้า 100% จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมความจุของแบตเตอรี่ขนาด 107.8 kWh ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 568 นิวตันเมตรให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 6.2 วินาทีพร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งด้วยความจุของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 770 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง

Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรี่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach เสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 3,982 ซีซี. ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมพลิกประสบการณ์ยานยนต์ที่เป็นที่สุดของความหรูหราและความปลอดภัยด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความ สำคัญกับผู้ใช้ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง พร้อม Single-turbo Twin-scroll ขนาด 2,999 ซีซี. ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ขนาด 28.6 kWh มอบพละกำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 750 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.2 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ซึ่งหากขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวยังสามารถพารถยนต์คันนี้ไปได้ไกลสูงสุดถึง 94 – 113* กิโลเมตร (*ระยะทางจากการทดสอบ WLTP : Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure)

MG

MG Cyberster รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์สปอร์ตแบบ 2 ที่นั่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก MGB Roadster รถสปอร์ตในตำนานของเอ็มจี ซึ่งกำลังจะปรับปรุงและพัฒนาให้กลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง ในอนาคตอันใกล้นี้โดย MG วางแผนนำ MG Cyberster เข้าสู่สายการผลิต และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นเวอร์ชั่นที่ขายจริงในประเทศไทย (Thailand Edition) ภายในปี พ.ศ. 2566 พร้อมจัดทำแคมเปญ “MG Cyberster Prestige Reservation” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเป็นเจ้าของ MG Cyberster เป็นกลุ่มแรกในประเทศไทย

MINI

MINI Electric Pacesetter inspired by JCW เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมให้ยลโฉมยนตรกรรมที่ผสานโลกอนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้ากับตำนานในสนามแข่งของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ การออกแบบ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW นั้น เกิดจากการร่วมมือกันครั้งแรกของทีมออกแบบของมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิที่มาพร้อมความคล่องตัวแบบรถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกก้าวของมินิที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสมผสานความแรงในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ไว้กับรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว

ระบบขับเคลื่อนของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งได้ 3 รูปแบบทั้งค่ารีบาวด์, ความสูง และ มุมแคมเบอร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงประสบการณ์ Go-Kart Feeling สูงสุด แผงควบคุมระบบช่วงล่าง ฐานล้อที่กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร เบรก 4 สูบ และล้อจากมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ GP พร้อมยาง Michelin Pilot Sport ขนาด 245/40 R18

MINI COOPER SE ที่วางจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยนั้นใช้พลังงานการขับเคลื่อนจากชุดแบตเตอรี่มอเตอร์ไฟฟ้าชุดเดียวกันกับ MINI Electric Pacesetter inspired by MINI JCW ต่างกันแค่น้ำหนักตัวรถที่มากกว่า เนื่องจากรุ่นที่นำมาจำหน่ายในไทยนั้น เน้นอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ขับขี่ และใช้งานในชีวิตประจำวันบนท้องถนนแบบครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์ Go-Kart Feeling ตามแบบฉบับของมินิได้อย่างเต็มเปี่ยม

 

Mitsubishi

Mitsubishi Triton Ralliart มาในรุ่นไทรทันตัวเตี้ย โดยมีให้เลือกในรุ่นย่อย ได้แก่ เมกะ แค็บ และดับเบิ้ล แค็บ ชุดตกแต่งพิเศษประกอบด้วย พื้นปูกระบะท้ายที่มีโลโก้แรลลี่อาร์ต และมือเปิดกระบะท้ายสีดำ เพิ่มลุคสปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่หยุดนิ่ง สีตัวถังรถ แรลลี่อาร์ท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Solid White พร้อมหลังคาสีดำ และสีดำ Jet Black Mica

 Mitsubishi Pajero Sport Ralliart มาพร้อมชุดตกแต่งใต้กันชนหลัง รวมถึงชุดตกแต่งซุ้มล้อสีดำ ที่ช่วยให้ล้ออัลลอย และยางโดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแตกต่างจากรุ่นธรรมดาด้วยไฟหน้ารมดำ ล้ออัลลอยสีดำ ราวหลังคาสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และสปอยเลอร์หลังสีดำ ที่ติดตั้งมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ เพิ่มความสปอร์ตและสไตล์ที่หรูหราได้อย่างลงตัวสีตัวถังรถ แรลลี่อาร์ท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond พร้อมหลังคาสีดำ และสีดำ Jet Black Mica

Nissan
Nissan GT-R T- Spec กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของในประเทศไทย ที่ใช้สีใหม่พิเศษซึ่งเป็นเอกลักษณ์และตำนานของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ GT-R T- Spec เพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และดีไซน์ ภายในตกแต่งด้วยสีเขียวโมริ กรีน (Mori Green) และใช้วัสดุอัลแคนทาร่า (Alcantara) ตามจุดสัมผัสต่างๆ สัญลักษณ์สีทองสำหรับรุ่นที-สเปคที่ด้านหน้าและด้านหลังและเมื่อเปิดประตูรถบนคิ้วบันไดจะพบลวดลายสีทองที่จะสะกดทุกสายตาของแฟนๆ นิสสัน จีที-อาร์ทั่วโลก 
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น กับคอนเซ็ปต์ “Fabulous Forward” ซึ่งมีจำนวนจำกัด เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ด้วยสีภายนอกสีฟ้า-หลังคาขาว และตราสัญลักษณ์ SKY EDITION รุ่นแรกสำหรับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ พร้อมชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอย 17 นิ้วสีดำ ภายในติดตั้งแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ซึ่งเข้ากันกับชุดพรมพร้อมผ้ายางปูพื้นที่มีโลโก้ “SKY EDITION” 

Peugeot

Peugeot  2008 SUV  ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นเข้มและเฉียบคมทุกมิติตัวถังกะทัดรัดเน้นรายละเอียดการดีไซน์ตามสไตล์ยนตรกรรมจากฝรั่งเศสการันตีความเฉียบคมด้วยรางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 สะท้อนความเป็นสิงห์ผยองทุกมุมมอง ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบฟูลแอลอีดี พร้อมเคไทรันนิ่งไลท์แนวตั้งคล้ายเขี้ยวสิงโตกระจกหน้าเอนลาดทําให้รถดูสปอร์ต ตัวถังด้านข้างเน้นเหลี่ยมสันเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยลูกเล่นบริเวณเส้นข้างประตูดูบึกบึนและสะดุดตาขึ้น ขณะที่ไฟท้ายดีไซน์เป็นเอกลักษณ์สะท้อนกรงเล็บสิงโต (Lion Claws) ติดกับคิวค่าเงาอย่างลงตัว ปิดท้ายความเท่ด้วยชุดท่อไอเสียแบบคู่พร้อมล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว

ขุมพลังเทอร์โบสนุกได้ประหยัดด้วยขับสนุก ด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.2 ลิตรเทคโนโลยี PureTech 130 แรงม้า (HP) ตอบสนองทุกบ่วงรอบส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะล้อคู่หน้าท่าให้เป็นรถขับสนุกและใช้เชื้อเพลิงมาก มาพร้อมความมั่นใจในทุกสภาพเส้นทางกับดิสก์เบรก 4 ล้อลับคู่กับช่วงล่างหนีบแน่นสไตล์รถยุโรป

3D i-Cockpit ยกระดับความปลอดภัยล้ำสมัยที่สุดในเซ็กเม้นต์ เปอโยต์ 2008 เอสยูวีโฉมใหม่เป็นรถยนต์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในเซ็กเม้นต์ที่มีห้องโดยสารสุดไฮเทค i-Cockpit ที่ผ่านการปรับปรุงให้พิเศษเหนือระดับกับเทคโนโลยี 3D i-Cockpit เป็นเฮด-อัพดิสเพลย์ สามมิติลอยขึ้นมาอยู่ใกล้สายตาผู้ชมมาก ช่วยเพิ่มความฉับไวในการตอบสนองของผู้ชาย ยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้นขณะที่พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด Compact Steering Wheel' ควบคุมง่ายและให้ความรู้กกระบบติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 7 นิ้ว กลางแดชบอร์ดแสดงผลได้หลากหลายและคมชัดเมื่อมองต่ำลงมาก็พบกับ 7 สวิตช์ทรงก้านเปียโนที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android Auto รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันทันสมัย

 

Porsche

Porsche 911 GTS กร้าวแกร่งและสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคย เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาปอร์เช่ได้เผยโฉม 911 จีทีเอส (911 GTS) คันแรกปัจจุบันเจนเนอเรชั่นล่าสุดของยนตรกรรมสปอร์ตครั้งด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าและรูปทรงอันโดดเด่นถึงพร้อมด้วยสมรรถนะยอดนิยมตลอดกาลกำลังจะกลับมาอีกครั้งการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าทุกครั้ง

เน้นความโฉบเฉี่ยวดุดันของ 911 จีทีเอสใหม่ (The new 911 GTS) ด้วยตัวถังชิ้นงานตกแต่งภายนอกสีดำรวมถึงไฟหน้ารมดำพร้อมการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-tex สีดำและการเดินตะเข็บด้วยโทนสีที่ตัดกันอย่างสวยงามติดตั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่สามารถรองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงจากปีกข้างทรงสูงทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงบรรยากาศของห้องบังคับควบคุมแบบรถแข่งบนสนามอย่างแท้จริงประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 3.3 วินาที เมื่อผสานการทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัตช์คู่ 8 จังหวะ Porsche Dual-clutch Transmission (PDK) หรือสามารถเลือกความเร้าใจจากระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะที่ได้รับการปรับแต่งการเปลี่ยนอัตราทดให้ฉับไวเป็นพิเศษได้เป็นออปชั่นเสริมได้นอกเหนือจากระบบเกียร์ PDK

ระบบช่วงล่างด้านหน้าของ 911 จีทีเอส (911 GTS) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากช่วงล่างของ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) 911 จีทีเอส (911 GTS) ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันโดยติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) มาเป็นมาตรฐานและมีระบบเบรกประสิทธิภาพสูงที่นำมาจาก 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ล้ออัลลอยแบบ Centre-lock สีดำขนาด 20 และ 21 นิ้วจึงจะทำผู้ขับขี่มั่นใจในความสง่างามและประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนน

ปิดท้ายด้วยระบบระบายไอเสีย GTS Sports ที่ผ่านการคัดเลือกจากวัสดุซับเสียงภายในเป็นพิเศษทำให้เครื่องยนต์ของ 911 จีทีเอส (911 GTS) ให้เสียงคำรามสุดเร้าใจจึงสามารถสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ได้ไม่เหมือนใคร

ROLLS-ROYCE

ROLLS-ROYCE GHOST EXTENDED ยนตรกรรมอัลตราลักชัวรี่ฐานล้อยาวพิเศษ เพิ่มความสะดวก สบายสูงสุดให้ผู้โดยสารด้านหลัง มาพร้อมแคมเปญพิเศษ เพิ่มมูลค่าเทรด–อิน สูงสุดถึง 1,000,000 บาท เมื่อนำรถยนต์โรลส์–รอยซ์ ของท่าน มาเทรด–อินเป็นรุ่นโกสต์ หรือโกสต์ เอ็กซ์เทนเด็ด (HERO Specifications) ในสต๊อกภายในงาน หรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 พร้อมรับ Warranty 4 ปี จากโรงงานที่เมืองกู๊ดวูด ประเทศอังกฤษ

Subaru

Subaru XV EyeSight Driver Assist โฉมใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย EyeSight Driver Assist ที่ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 61%เทคโนโลยีขั้นสูงนี้สามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำมาพร้อม 6 ฟังก์ชั่นความปลอดภัย

The New Subaru XV EyeSight ได้รับการปรับโฉมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบดีไซน์ด้านหน้าถูกปรับใหม่ด้วยไฟหน้าระบบส่องสว่างแบบโปรเจ็กเตอร์พร้อมหลอด LED พร้อมกระจังหน้ารูปทรงเหลี่ยมแบบเรขาคณิตมีลวดลายแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและเหมาะแก่การขับขี่ที่สมบุกสมบันด้วยลุคสปอร์ต ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยโฉมใหม่ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมกับชุดกันชนหน้าหลังดีไซน์ใหม่ ไฟท้ายที่ออกแบบใหม่อย่างลงตัวพร้อมไฟตัดหมอกหน้า-หลังสปอยเลอร์หลังคา ราวหลังคา เสาอากาศทรงครีบปลาฉลาม เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยระบบจดจำตำแหน่งที่นั่งคนขับไฟหน้าปรับระดับอัตโนมัติกล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา หน้าจอระบบสัมผัสที่รองรับ Apple Car Play และ Android Auto

เพิ่มสีสันความเข้าใจบนท้องถนน The New Subaru XV EyeSight เปิดตัวพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่ง GT ให้เพิ่มความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้นด้วยสเกิร์ตรอบคันสปอยเลอร์หลังคาล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 18 นิ้วและเบาะหนังดีไซน์พิเศษที่ผลิตโดยมอเตอร์อิมเมจร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากบริษัทวิศวกรรมชื่อดัง Giken Co. Ltd และมาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือแจ็ค (Mr. Masahiko Kobayashi - Jack)               

 

Suzuki

SUZUKI: SUZUKI SWIFT GL PLUS รถสปอร์ตแฮตช์แบ็คอีโคคาร์รุ่นตกแต่งพิเศษ มาพร้อมกับการยกระดับความสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้นกับชุดแต่งดีไซน์ใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษรอบคันอย่างชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลัง เติมเต็มความสปอร์ตให้มากขึ้นไปอีกขั้น เสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำ บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดสติกเกอร์ เฉพาะรุ่น GL PLUS

Toyota

Toyota Corolla  Cross HEV GR Sport รถอเนกประสงค์ SUV ยอดขายอันดับ 1 ในตลาด C-SUV ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่โฉบเฉี่ยว  ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และความเงียบภายในห้องโดยสารที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated และกล้องมองภาพรอบทิศทางพร้อมมุมมองแบบสามมิติ (Panoramic View Monitor) นอกจากนี้ยังแข็งแกร่งด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) มั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจนเนอเรชั่นที่ 4 และเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ที่ตอบสนองด้วยอัตราเร่งที่เร้าใจ และประหยัดน้ำมัน

Volvo

Volvo XC60 Recharge Plug-in Hybridอัพเกรดประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบทุกไลฟ์สไตล์ อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครันและเทคโนโลยี Digital Services เพื่อส่งมอบบริการบนเครือข่ายดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังมีการพลิกโฉมระบบความปลอดภัยรอบคันด้วยระบบเซ็นเซอร์ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ ระบบหลีกเลี่ยงการชน ตลอดจนระบบ Pilot Assist เพื่อให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย

นอกจากนี้ยังได้อัพเกรดรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอก เพื่อยกระดับความทรงพลังในสไตล์สปอร์ต แต่ยังคงมาพร้อมสมรรถนะแรงสูงด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ, Drive-E Powertrain เทอร์โบชาร์จ และซูเปอร์ชาร์จ โดยผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมนำเสนอเฉดสีใหม่ล่าสุดอย่าง Silver Dawn Metallic เพื่อเพิ่มลูกเล่นในการไล่เฉดสี แสง และเงาได้อย่างโดดเด่น สะกดทุกสายตา

Harley-Davidson

Harley-Davidson Pan America 1250 Special รถมอเตอร์ไซค์สไตล์แอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งจากการออกแบบที่ล้ำสมัยและเต็มความสามารถด้านวิศวกรรม

รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Pan America ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ตระกูลล่าสุด Revolution Max 1250 พร้อมกำลังแรงม้า 150HP ระบายความร้อนด้วยน้ำมีกระบอกสูบขนาด 1,250cc แบบV-Twin ซึ่งออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกช่วงความเร็วแม้กำลังความเร็วรอบเครื่อง (RPM) จะสูงก็ตาม และเป็นครั้งแรกในวงการที่ Pan America 1250 Special มาพร้อมเทคโนโลยี Adaptive Ride Height ด้วยการปฏิวัติระบบกันสะเทือนแบบใหม่ซึ่งสามารถปรับความสูงของเบาะลงขณะรถหยุดนิ่งและปรับขึ้นในขณะรถเคลื่อนตัวเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ อีกหนึ่งในองค์ประกอบที่น่าสนใจของรถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์-ทัวริ่งคันนี้ คือล้อซี่ลวดแบบไร้ยางในที่มีความทนทานและล้ำสมัย ซึ่งล้อแบบไร้ยางในนี้จะช่วยตัดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการขับขี่ดียิ่งขึ้น รถมอเตอร์ไซค์ Pan America 1250 Special มาพร้อมกับหลากหลายสีสันที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์แห่งการผจญภัยได้แก่ Vivid Black, Gauntlet Gray Metallic, Deadwood Green, และสีทูโทน Baja Orange และ Stone Washed White Pearl ทั้งหมดมีลายกราฟิกประทับอยู่

Harley-Davidson Sportster S รถมอเตอร์ไซค์ตระกูลสปอร์ตโฉมใหม่ล่าสุดจากฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ในราคาเริ่มต้นที่ 709,000 บาท รถมอเตอร์ไซค์คันนี้จะนำท่านเดินทางเข้าสู่ยุคใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลสปอร์ตสเตอร์ ที่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มาพร้อมกับพลังการขับขี่อันเหลือล้นจากเครื่องยนต์ Revolution Max 1250 ประกอบกับโครงรถและเทคโนโลยีไฟฟ้าที่ล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์แห่งการขับขี่อันเหนือระดับ

 

Honda

All New NC750X แอดเวนเจอร์ไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Endless Route Await” ดีไซน์ใหม่ทั้งคัน สะดุดตาไปกับเส้นสายและรูปทรงที่มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟ LED ทั้งคัน ให้ความเฉียบคมทุกมุมมอง หน้าจอ LCD Speedometer ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง แบบ Parallel Twin SOHC 8 วาล์ว ขนาด 745 ซีซี. หัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์แบบ DCT (Dual Clutch Transmission) เทคโนโลยีอัจฉริยะของฮอนด้า เลือกเปลี่ยนได้ทั้ง MT/AT ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle by Wire มาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Sport, Standard, Rain และ User ปลอดภัยทุกการเดินทางด้วยระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะขับขี่

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.