5,434
VIEWS

“เนสท์เล่” สร้างพลังแห่งอาหารเพื่อผู้บริโภคสู่การเป็นบริษัทอาหารที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

Dec 07, 2021 -None-

อาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สร้างพลังให้มนุษย์เจริญเติบโตและสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ “เนสท์เล่” ในฐานะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของโลกจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาอาหารคุณภาพเพื่อให้อาหารเหล่านั้นทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคต่อไป

คุณวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ บริษัทยึดมั่นในเจตนารมณ์ในการ “เปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทุกคนในวันนี้และในอนาคต” เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทอาหารที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเน้นการนำศักยภาพและทรัพยากรที่มีในการเปิดพลังแห่งอาหาร เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและสัตว์เลี้ยงให้ดีขึ้น และสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งปกป้องและดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังยึดมั่นผู้บริโภคชาวไทยเป็นศูนย์กลางทุกๆ อย่างที่เนสท์เล่ทำนั้นจะต้องเริ่มมาจากผู้บริโภค ทั้งความต้องการ รสนิยม และความชอบ เรามีการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและนวัตกรรมโดยคำนึงถึงผู้บริโภคอยู่เสมอเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคและกระแสต่างๆ ที่มีเปลี่ยนแปลงไปตลอด

เจตนารมณ์ที่ยึดมั่นดังกล่าวก็ได้ส่งผลให้เนสท์เล่คว้ารางวัล 2021 Thailand’s Most Admired Company ในหมวดกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมาครองติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แม้ในปีที่ผ่านมาจะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม แต่เนสท์เล่ก็ยังบริหารจัดการธุรกิจเพื่อส่งมอบพลังอาหารไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างราบรื่น โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภทและกระจายไปยังช่องทางต่างๆ

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญ 3 อันดับแรกในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 คือ ความปลอดภัยของพนักงาน, ความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ และการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นอกจากนี้เรายังคงสร้างความเชื่อมั่นของบริษัทและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของเรากับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสำคัญที่ผู้บริโภคต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และมองหาผลิตภัณฑ์จากแบรนด์และบริษัทที่ไว้วางใจ ตัวอย่าง เช่น เนสกาแฟที่ได้ออกแคมเปญตอกย้ำการสื่อสารเรื่องกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่ผู้บริโภคไว้ใจได้ นำเสนอกาแฟซองรสชาติเหมือนกาแฟคั่วบดหรือกาแฟสด พร้อมต้อนรับพรีเซ็นเตอร์ใหม่สู่ครอบครัวเนสกาแฟโดยได้ ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ เพื่อคอนเนคแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทยยิ่งขึ้น”       

 

สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งสภาวะทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ามากขึ้น เนสท์เล่ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นี้ได้ดี เช่น ซีรีแล็ค โจ๊ก และเนสท์เล่ โกลด์ ครั้นชี่ โอ๊ต กราโนล่า ซึ่งเนสท์เล่ ประเทศไทย ภาคภูมิใจที่เป็นบริษัทอาหารชั้นนำในไทยในด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีถึง 87 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” และเปิดตัวอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่มอบความคุ้มค่า เช่น นมตราหมี ราคา 10 บาท ตราหมีอิ่มดีราคา 5 บาท และยังมีโปรโมชั่นพิเศษที่น่าสนใจในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าในช่วงเวลาเช่นนี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับกระแสผู้บริโภคใหม่ๆ เช่น เนสกาแฟ โคลด์ บรู เนสกาแฟ แบล็กโรสต์ ไอศกรีมเนสท์เล่ โมจิ บราวน์ชูการ์ และไอกรีมเนสท์เล่บลูเบอร์รี่ ชีสเค้ก แซนด์วิช และฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ ในกลุ่ม Plant-based รวมถึงเนสท์เล่ ลัทเตอลิเย่ ในกลุ่มช็อกโกแลตพรีเมียม

ขณะเดียวกัน เนสท์เล่คิดค้นแคมเปญที่สร้างความจดจำในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย อาทิ “เล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ ทุกความใส่ใจเปลี่ยนโลกได้” (Every Little Act Matters) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โดยชวนคนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัวในชีวิตประจำวันที่ส่งผล เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อช่วยกันสร้างโลกที่น่าอยู่ส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป และช่วงวันกาแฟสากล เนสท์เล่ได้จัดแคมเปญ “มหกรรมชงกำลังใจให้คุณทุกวัน” เพื่อสร้างความสุขและชงกำลังใจให้คอกาแฟชาวไทย เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ และบุคลากรด่านหน้าด้วยกาแฟคุณภาพดี

อย่างไรก็ดีจากรางวัล 2021 Thailand’s Most Admired Company ยังชี้ให้เห็นว่า เนสท์เล่ได้คะแนนสูงในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR และภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งคุณวิคเตอร์ กล่าวว่าสาเหตุสำคัญมาจากการที่บริษัทให้ความสำคัญในเรื่อง CSV หรือการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมเป็นหลัก และยึดถือ CSV เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ ประเทศไทย เพราะเชื่อมั่นมาตลอดว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ด้วยการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จึงได้ดำเนินกิจกรรมและสร้างสรรค์แบรนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อสังคม อาทิ แคมเปญ “เนสท์เล่ คนไทยแข็งแรง” เป็นแคมเปญที่จัดทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 13 ปี และสอดคล้องกับนโยบายด้านสาธารณสุขของภาครัฐ โครงการ “เนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี” ภายใต้ชื่อ N4HK ที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 17 ปี เป็นการเผยแพร่ความรู้และช่วยจุดประกายพ่อแม่ ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลเด็ก ในด้านการสื่อสารและพัฒนาเครื่องมือที่สร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างไลฟ์สไตล์ของเด็กให้มีโภชนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง, ไมโลสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้พลังและสร้างแรงบันดาลใจในการเติบโตสู่ความสำเร็จด้วยกีฬา ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960 และมีการจัดแข่งขันไมโลฟุตซอลอย่างต่อเนื่องมาถึง 11 ปี

โครงการ “ปลูกด้วยใจกาแฟไทยยั่งยืนกับเนสกาแฟ” หรือ NESCAFÉ Grown Respectfully กระจายต้นกล้ากาแฟสายพันธุ์ที่ดีใหกับชาวสวนกาแฟ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีด้านการเกษตรในการปลูกกาแฟ โดยในแต่ละปี เนสท์เล่ได้จัดการอบรมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,000 คน ปีที่แล้วได้จัดการแข่งขัน เนสกาแฟ โรบัสต้า คอนเทสต์ ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการเฟ้นหาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ดีที่สุด จนได้เมล็ดกาแฟโรบัสต้าชั้นดีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น สุราษฎร์ธานี รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น จากเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพสูงที่ปลูกจากเกษตรกรชาวไทยมาเสิร์ฟให้คอกาแฟทั่วประเทศ

“งานด้านหนึ่งที่เราเริ่มทำแล้วและจะมุ่งเน้นให้มากขึ้นในอนาคต คือการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน เพราะถือเป็นความท้าทายสำคัญที่โลกกำลังเผชิญในปัจจุบัน และมีผลต่อทรัพยากรน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งปริมาณและคุณภาพของอาหารที่เพาะปลูก ความเป็นจริงแล้ว เนสท์เล่ ประเทศไทยได้ประกาศแผนงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Roadmap) ไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 โดยจะดำเนินการความยั่งยืนในสี่มิติ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก การดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

เพื่อขับเคลื่อนเจตนารมณ์ในการเปิดพลังแห่งอาหาร เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทุกคนในวันนี้และในอนาคต คุณวิคเตอร์ ย้ำว่า บริษัทจะพยายามรักษาความเป็นผู้นำในตลาดด้วยการพัฒนานวัตกรรมโดยยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก แนวทางคือการมีวิธีคิดขององค์กรแห่งนวัตกรรมและมีจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ประกอบการที่ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมของการรับความเสี่ยงได้บนฐานที่คำนวณไว้แล้วและมีความยืดหยุ่น นวัตกรรมที่จะสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคตจะต้องช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนไม่ว่าจะในด้านใด ตั้งแต่ด้านการรักษากลุ่มผลิตภัณฑ์หลักไปจนถึงการสร้างโอกาสให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ทำให้แบรนด์และโมเดลธุรกิจใหม่มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น หัวใจสำคัญคือเนสท์เล่ ประเทศไทย จะต้องมีความคล่องตัว ปรับตัวอย่างรวดเร็วและทำให้เราอยู่ในสายตาของผู้บริโภคและกลุ่มนักช้อปเสมอ

“เราต้องใกล้ชิดกับผู้บริโภคเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เนสท์เล่ ประเทศไทย แบรนด์ของเรา ผลิตภัณฑ์ของเรา และการสื่อสารของเรานั้นอยู่ในสายตาของผู้บริโภคและเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้บริโภคเสมอ ภาวะโรคระบาดได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ จะพัฒนาต่อไปอีกแม้โรคระบาดจะสิ้นสุดลง พร้อมกับมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา เช่น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากดิจิทัล (Digital Disruption) ลูกค้าและพนักงานมีความต้องการเปลี่ยนไป สภาพภูมิอากาศเปลี่ยน กระแสทวนกลับของโลกาภิวัตน์ และอีกมากมาย”

เนสท์เล่ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (Resilience) พร้อมมีความคล่องตัว (Agile) ในการดำเนินงานมากขึ้น และขับเคลื่อนต่อไปด้วยสปีดและสเกลที่ดีขึ้น พร้อมพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.