ยักษ์ใหญ่ไอพีโอครองตลาด ฯ ในปี2564การซื้อขายสะพัดทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Nov 26, 2021 -None-

ดีลอยท์เปิดเผยข้อมูลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับสาธารณะชน(IPO) มีความคึกคักเป็นอย่างมากที่ในช่วง10.5เดือนแรกของปี2564จากข้อมูลโดยดีลอยท์ ณ วันที่15พฤศจิกายน2564ชี้ให้เห็นว่าบริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าการระดมทุนไอพีโอเป็นประวัติการ โดยมีมูลค่า9.8พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากหุ้นไอพีโอของบริษัทจำนวน121บริษัทในปีนี้สูงกว่ามูลค่ารวมตลอดทั้งปี2563การซื้อขายหุ้นไอพีโอยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ยังคงดำเนินอยู่ด้วยจำนวนหุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้น6% ทำให้มูลค่ารวมของการระดมทุนเพิ่มขึ้น39%และมูลค่ารวมของตลาดไอพีโอสูงขึ้น24%เมื่อเทียบกับ12เดือนในปีที่แล้วโดยสรุปแล้วมูลค่ารายได้หุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้น2.8พันล้านดอลลาร์สหรัฐและมูลค่าในตลาดทุนเพิ่มขึ้นถึง36.1พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2564

ประเทศไทยยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำที่สามารถระดมทุนจากไอพีโอได้สูงสุดในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปีที่สามติดต่อกันตามด้วย ประเทศอินโดนีเซียมาเลเซียฟิลิปปินส์สิงคโปร์และเวียดนามการเติบโตต่อเนื่องของเศรษฐกิจค่าเงินที่มีความแข็งแกร่งอัตราดอกเบี้ยต่ำและสภาพคล่องของเศรษฐกิจในประเทศที่ดีอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ในไทยสามารถระดมทุนหุ้นไอพีโอได้มีมูลค่าถึง4.2พันล้านดอลลาร์สหรัฐนับเป็น43%ของทุนที่ระดมได้ในปี2564โดยบริษัทปตท.นํ้ามันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน)(PTTOR)คว้าอันดับหนึ่งในกระดานผู้นำหุ้นไอพีโอของภูมิภาคในปีนี้ด้วยจำนวนเงินจากระดมทุนเป็นจำนวน1.8พันล้านดอลลาร์สหรัฐตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสามารถระดมทุนได้มากกว่า4พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นปีที่สองติดต่อกัน

นางวิลาสินี กฤษณามระDisruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์ประเทศไทยกล่าวว่า “หุ้นไอพีโอยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) หุ้นไอพีโอในปีนี้มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมันจนถึงบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมผู้ค้าปลีกและธุรกิจทางการเงินซึ่งเป็นที่ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากเราคาดว่าจะมีหุ้นไอพีโอจากอีก 10 บริษัทเป็นอย่างน้อยมาเสริมตำแหน่งปีทองของไอพีโอของไทยในปีนี้และหากพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทด้านเทคโนโลยีที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(Market for Alternative Investment: MAI) เราน่าจะได้เห็นการเข้าตลาดของบริษัทด้านดิจิตัลและเทคโนโลยีของไทยมากขึ้น เป็นการก้าวออกจากบริษัทในรูปแบบเดิม”

สำหรับฟิลิปปินส์หลังจากการจดทะเบียนเข้าตลาดREITของAREIT, Inc ในปี2563ซึ่งถือเป็นการเข้าตลาดฯของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(Real Estate Investment Trust: REIT) เป็นครั้งแรกในปี2564นี้เราได้เห็นการจดทะเบียนของกองREIT ขนาดใหญ่อีก4รายซึ่งสามารถระดมทุนเป็นมูลค่ารวมถึง1.8พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อรวมกับMonde Nissin Corporation ที่มีมูลค่าการจดทะเบียนเข้าตลาดสูงสุดเท่าที่เคยมีมาเท่ากับ1พันล้านเหรียญสหรัฐทำให้ในปี2564ฟิลิปปินส์สามารถระดมทุนได้มากกว่าสี่ปี่ผ่านมารวมกัน

PT Bukalapak.com Tbk ของอินโดนีเซียสามารถระดมทุนได้สูงถึง1.5พันล้านดอลลาร์สหรัฐนับเป็นมูลค่าการระดมทุนสูงสุดเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้อินโดนีเซียถือเป็นผู้นำอันดับต้นๆของมูลค่าการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ของภูมิภาคด้วยจำนวนบริษัทที่เข้าตลาด40บริษัทในช่วง10.5เดือนแรกของปี2564เทียบกับ51บริษัทณสิ้นปี2563ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการระดมทุนรวม2.3พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง10.5เดือนแรกของปี2564โดยมีมูลค่าจดทะเบียนเพิ่มขึ้นหกเท่าจาก377ล้านเหรียญสหรัฐในปี2563นางสาวอิเมลดาออร์บิโตDisruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์อินโดนีเซียให้ความเห็นว่า“ด้วยข่าวแผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลที่มีแผนจะนำรัฐวิสาหกิจ14แห่งเข้าตลาดฯความมุ่งมั่นในการส่งเสริมทางเลือกในการระดมทุนเพื่อการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านAcceleration Board รวมถึงการคาดการณ์การเข้าตลาดครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีจากการเติบโตของตลาดเทคโนโลยีเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรามองว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่ยุคใหม่ของการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์”

จำนวนการเสนอขายหุ้นไอพีโอของมาเลเซียกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19โดยได้แรงหนุนจากผู้ลงทุนหลักประกอบกับจำนวนเงินทุนที่ไม่ได้ลงทุนจำนวนมากuninvested capital  ด้วยอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้มีบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและบริษัทที่ต้องการเพิ่มสถานะและความสามารถในการเจาะตลาดทุนเพิ่มจำนวนมากขึ้น“ตลาดไอพีโอของมาเลเซียยังคงสดใสด้วยจำนวนบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดฯจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน24บริษัทด้วยการเปิดตัวแผนแม่บทตลาดทุนครั้งที่3 (Third Capital Market Masterplan)โดยเอสซีมาเลเซีย(SC Malaysia)การปรับการดำเนินเป็นดิจิทัลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมเรามั่นใจว่าจะมีบริษัทอีกมากมายที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดฯในปี2565เรายังต้องจับตาดูผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคจากนโยบายทางการคลังและนโยบายด้านกฎระเบียบรวมถึงการรายงานความยั่งยืนในตลาดโลกแต่เราคาดว่าปี2565จะเป็นปีที่คึกคักมาก”นายหว่องการ์ชุนDisruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์มาเลเซียกล่าว

การเสนอขายหุ้นไอพีโอในสิงคโปร์มีปริมาณน้อยมากในช่วง10.5เดือนแรกของปี2564เนื่องจากไม่มีREIT ที่ปกติแล้วจะเป็นตัวสนับสนุนตลาดทุนไอพีโอณวันที่15พฤศจิกายน2564ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์(SGX)สามารถระดมทุนไอพีโอได้เป็นจำนวน270ล้านเหรียญสหรัฐจากข้อตกลงเสนอขายหุ้นไอพีโอ5รายซึ่งประกอบด้วยการเสนอขายหุ้นไอพีโอ1รายบนกระดานหลักโดยระดมทุนได้233ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและอีก4รายบนกระดานCatalist ซึ่งสามารถระดมทุนรวมเป็นจำนวนเงิน37ล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยเปรียบเทียบการซื้อขายที่ระดมทุนได้968ล้านเหรียญสหรัฐจากข้อตกลงไอพีโอ11รายในปี2563ตลาดฯสิงค์โปร์ยังคงมีความหวังด้วยการจดทะเบียนและยื่นเข้าตลาดของไอพีโอREIT โดยDaiwa House Logistics Trust และDigital Core REITในวันที่19และ22พฤศจิกายน2564ตามลำดับในอีก1.5เดือนข้างหน้าจะเป็นไฮไลท์ของตลาดทุนของสิงคโปร์ซึ่งคาดว่ากรอบการทำงานใหม่ในการจดทะเบียนบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ(Special Purpose Acquisition Companies –“SPAC”)ที่เปิดตัวในเดือนกันยายน2564จะช่วยให้ตลาดทุนของสิงคโปร์ฟื้นตัวจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอที่แห้งแล้งในปีนี้และกลับมาทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว

 

นางสาว เทฮวีลิงDisruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์เซาท์อีสท์เอเชียและสิงค์โปร์กล่าวถึงตลาดทุนว่า“จากการเพิ่มกฎการเข้าจดทะเบียนในกลุ่มรองลงมาและการนำSPAC เฟรมเวิร์กมาใช้ บริษัทที่ต้องการจดทะเบียนในตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยชื่อท้องถิ่นที่คุ้นเคยมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถระดมทุนในการจดทะเบียนได้เร็วมากขึ้นการเพิ่มขึ้นของจำนวนไอพีโอจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะส่งผลกระทบในทางที่ดีและช่วยเพิ่มพลวัตของสิงคโปร์ในการเป็นตลาดทุนระดับนานาชาติที่จัดหารูปแบบการเติบโตให้กับบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนได้”

“องค์กรที่มีการเติบโตสูงสามารถเข้าถึงกองทุนAnchor ซึ่งเป็นกองทุนการร่วมลงทุนใหม่ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลสิงคโปร์และเทมาเส็กเพื่อระดมทุนจากสาธารณะในตลาดทุนของสิงคโปร์ด้วยระบบนิเวศแบบองค์รวมที่ส่งเสริมให้บริษัทเข้าสู่การจดทะเบียนหุ้นไอพีโอทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงตลาดทุนในกรอบระยะเวลาอันสั้นทำให้การจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์เป็นไปได้เร็วขึ้น ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการเข้าจดทะเบียนมากยิ่งขึ้นในประเทศสิงคโปร์”

สำหรับการคาดการณ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปี2565นางสาวเทฮวีลิงเชื่อว่ายังจะมีบริษัทที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดในช่วงท้ายปีและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถระดมทุนได้สูงทะลุหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเกินมูลค่าทุนรวมที่ระดมได้ทำได้ในช่วง5ปีที่ผ่านมาเมื่อภูมิภาคฟื้นตัวจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นางสาวเทฮวีลิงกล่าวเสริมว่า“ทุกสายตาจับจ้องมาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้ด้วยสภาพคล่องจำนวนมากเห็นได้ชัดจากรายชื่อบริษัทที่เข้าจดทะเบียนจำนวนมากในภูมิภาคนี้กระแสในบริษัท SPAC และศักยภาพของบริษัทในรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่ยังถึงจุดสูงสุดท่ามกลางความไม่แน่นอนในกลุ่มตลาดทุนบริษัทได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ด้วยศักยภาพการเติบโตและโอกาสที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าตลาดทุนในภูมิภาคนี้จะประสบความสำเร็จในปี2565ด้วยแหล่งเงินลงทุนที่หลากหลายและความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในธุรกิจในเอเชีย”

หมายเหตุข้อมูลณวันที่15 พฤศจิกายน2564 ไม่รวมข้อมูลไอพีโอในช่วง16 พฤศจิกายนถึง31 ธันวาคม2564

หุ้น

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.