4,569
VIEWS

ยอดโจรกรรมออนไลน์พุ่ง! ครึ่งปี SMS ปลอมเพิ่ม 700% กสิกรไทยร่วมรณรงค์ผ่านแคมเปญ #ใช้สติป้องกันสตางค์

Dec 03, 2021 -None-

จากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่มีการทำงานจากที่บ้าน (WFH) มากขึ้น ทำให้มีการทำธุรกรรมและสื่อสารผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจึงเป็นโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการกระทำทุจริตในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งต่อองค์กรและบุคคลมากตามไปด้วย ซึ่งภัยไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่องค์กรธุรกิจ และรัฐบาลให้ความสำคัญอันดับต้นๆ มาตลอด

รายงานของ Proofpoint พบว่าการเกิด SMS ปลอมมากขึ้นถึง 700% เมื่อเทียบครึ่งปีแรกของปีนี้กับครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ซึ่ง Cybersecurity Ventures ประมาณการว่าภัยไซเบอร์จะสร้างความเสียหายทั่วโลกกว่า 196 ล้านล้านบาทภายในปี 2564 และคาดว่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 15% ทุกปี และจะถึง 343 ล้านล้านบาทภายในปี 2568 

จากข่าวและสถิติของภัยไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกสิกรไทย จึงส่งแคมเปญ “สติ” หวังช่วยเผยแพร่การรับรู้เกี่ยวกับการระมัดระวังภัยไซเบอร์ในปัจจุบัน เพื่อให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย #ใช้สติป้องกันสตางค์ ดังนี้

ใช้สติอย่าหลงเชื่อแชตปลอม หรือไว้ใจให้ข้อมูลส่วนตัวในการทำธุรกรรมกับคนอื่นเด็ดขาด

เคสตัวอย่างที่อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพซึ่งอาจจะเป็นบุคคลที่คุ้นเคยหรือน่าเชื่อถือ ทำการชักชวนว่าจะสามารถช่วยเหลือการกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว และให้สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน โดยมิจฉาชีพจะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของสถาบันการเงิน จากนั้นจะเปิดบัญชีออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับเงินกู้ และขอกู้เงินจากสถาบันการเงินในนามประชาชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เมื่อสถาบันการเงินพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามขั้นตอนแล้วจะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้กู้ (คือประชาชน) ที่มิจฉาชีพหรือคนร้ายเป็นผู้เปิดบัญชี และจะยักยอกเงินกู้เป็นของตัวเอง สำหรับประชาชนผู้กู้บางรายอาจได้รับเงินจำนวนเพียงเล็กน้อย หรือบางรายไม่ได้รับเงินเลย แต่ในที่สุดจะต้องรับภาระเป็นหนี้จำนวนมากกับสถาบันการเงินตามธุรกรรมกู้เงินที่เกิดขึ้น เรื่องเหล่านี้พบเจอได้ทั่วไปจนน่ากลัว หรือบางครั้งมิจฉาชีพพวกนี้ใช้การแฮกเข้าระบบมือถือ เพื่อแชตปลอมตัวเป็นคนใกล้ชิด เพื่อน แฟน หรือครอบครัวเพื่อขอยืมเงินเป็นภัยใกล้ตัวมาก เพราะใครๆ ต่างก็ใช้แชตคุยกับเพื่อน, ตกลงซื้อขายของกับพ่อค้าแม่ค้า หรือการพูดคุยใดๆ ก็ตาม โจรออนไลน์มักเข้ามาตีสนิท อาศัยความไว้ใจ ความสงสาร อ้างถึงคนที่เรารู้จัก แอบอ้างถึงหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ แล้วหลอกให้โอนเงินหรือขอข้อมูลสำคัญจากเรา

ใช้สติอย่าให้สตางค์ทำสติแตกกับ SMS หลอกลวง

“คุณได้รับเงินกู้”, “คุณได้รับสิทธิ์เติมเงินฟรี”, “คุณได้รับอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” มีแต่คำว่า “คุณได้” SMS แปลกๆ พวกนี้ให้รู้ไว้เลยว่า 99.99% นั้นอาจจะเป็นมิจฉาชีพมาทำให้เราอยากได้ แต่เราเคยฉุกคิดดึงสติ อ่านและคิดก่อนหรือไม่ว่า เราไปกู้เงินจริงหรือ? เราได้ขอสินเชื่อใช่ไหม? แล้วใครส่งข้อความมาหาเรากันนะ? ใช่ธนาคารจริงหรือเปล่า? เมื่อเรารู้จักตั้งคำถามแล้วนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีสติ ชื่อผู้ส่งต้องน่าเชื่อถือ และไม่ใช่เบอร์แปลก สะกดผิด ใช้คำแปลกเหมือนแปลมาจากโปรแกรม Translate เป็นต้น

ใช้สติอย่างรอบคอบเมื่อเจออีเมลแปลกๆ ก่อนโดยขโมยข้อมูลปล่อยไวรัสสร้างความเสียหาย

ช่วงนี้คนทำงานจากที่บ้านกันเป็นส่วนมาก การตรวจสอบฟิชชิ่งเมลอาจทำได้ยากมากขึ้น โจรออนไลน์มักใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหลอกลวงเพื่อหลอกขโมยข้อมูลเอาไปเรียกค่าไถ่ หรือปล่อยไวรัส สร้างความเสียหายให้เรารวมถึงองค์กร ดังนั้นเมื่อมีอีเมลส่งมาทั้งอีเมลส่วนตัวและอีเมลที่ทำงาน ควรดูให้ดีก่อน อย่าเพิ่งคลิกลิงค์หรือกดไฟล์แนบใดๆ หากได้รับอีเมลต้องสงสัย มีวิธีตรวจสอบง่ายๆ อีเมลปลอมมักจะใช้ชื่อผู้ส่งแปลกๆ ชื่อสะกดผิด ชื่อที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ เช่น ไม่ระบุตัวตน มีเนื้อหาเป็นเรื่องเร่งด่วน แจ้งให้อัพเดทโปรแกรมด่วน ขอรหัสผ่าน ให้กรอกข้อมูลสำคัญทางอีเมล กรณีที่มีลิงค์แนบมาให้เอาเมาส์ชี้ที่ลิงค์ (ห้ามกดเด็ดขาด) ถ้าพบว่า URL ไม่ตรงกับลิงค์ที่แสดงในเนื้อหาอีเมล นั่นคืออีเมลปลอม ยกตัวอย่างเคส เช่น ได้รับโบนัส / ได้รับ e-coupon เป็นจากแบรนด์ดัง

ใช้สติคิดก่อนรับเบอร์แปลกอาจเป็นคอลเซ็นเตอร์ปลอมสร้างสถานการณ์หลอกลวง

มิจฉาชีพมักจะสุ่มเบอร์เพื่อโทรศัพท์ และใช้ข้อความอัตโนมัติสร้างความตื่นเต้นหรือตกใจให้กับเหยื่อ บางครั้งก็แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ หลอกให้เหยื่อเกิดความกลัว ไปโอนเงินให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อตรวจสอบแสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้จะอาศัยความกลัว ความโลภ และความรู้ไม่เท่าทันของเหยื่อ โดยข้ออ้างที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกเหยื่อมีดังนี้

  1. บัญชีเงินฝาก / บัตรเครดิตถูกอายัด / โอนเงินผิด
  2. บัญชีเงินฝากพัวพันกับการฟอกเงินหรือเรื่องผิดกฎหมาย 
  3. เงินคืนภาษี
  4. โชคดีได้รับรางวัลใหญ่

 

ภัยไซเบอร์ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินกิจการที่รุนแรงขึ้นและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กับองค์กรทั้งขนาดเล็ก ใหญ่ และบุคคล ซึ่งจะมีความเสี่ยงเหมือนกัน ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องใช้งบประมาณและบุคลากรจำนวนมากเพื่อปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับระบบไอที อย่างไรก็ตามหนึ่งในแนวทางในการป้องกันภัยไซเบอร์ที่ดีที่สุดก็คือการให้ความรู้และความร่วมมือจากพนักงานทุกคน ทุกระดับ เพราะความผิดพลาดหรือพลั้งเผลอของพนักงานเพียงครั้งเดียวอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายเจาะเข้าระบบขององค์กรจนสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ ลูกค้า และบุคคลทั่วไปได้ ธนาคารกสิกรไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงอยากเชิญชวนประชาชนทั่วไปรวมถึงหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ร่วมสร้างสังคมไซเบอร์ที่ปลอดภัย ผ่านความรู้ความเข้าใจจากแคมเปญ "สติ" โดยธนาคารยินดีให้หน่วยงานที่สนใจนำเนื้อหาและคลิปวิดีโอแคมเปญ “#ใช้สติป้องกันสตางค์” ไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ไม่ตกเป็นเหยื่อภัยกลโกงต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ถือเป็นความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของสังคม

ดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคลิปวิดีโอและงานจากแคมเปญสติไปเผยแพร่ต่อ คลิก https://kbank.co/3r7C02c

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.