Bitcoin อัพเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี

Nov 16, 2021 P.Patikom

ท่ามกลางกระแสการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้นของธุรกิจประเภทต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งการที่นักธุรกิจระดับโลก อย่างเข่น Tim Cook แห่ง Apple, Elon Musk แห่ง Tesla, Jack Dorsey แห่ง Twitter ก็มีการถือและยอมรับสกุลเงินดิจิทัล รวมทั้งแผนงานสร้างโลก Metaverse ของ Mark Zuckerberg ที่สกุลเงินดิจิทัลจะเป็นสกุลเงินหลักในโลกเสมือนนั้น ดูจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสกุลเงินดิจิทัลที่รวมทั้ง Bitcoin อันเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดดูดีขึ้นมาก มูลค่า Bitcoin รวมทั้งสกุลเงินดิจิทัลอื่นก็สูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
 
ในจังหวะเวลานี้ Bitcoin ก็ได้มีการอัพเกรดครั้งแรกในรอบ 4 ปี เรียกว่า Taproot และเพิ่งเปิดใช้งาน
 
การอัพเดท Taproot หมายถึงการมีความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมที่มากขึ้น และที่สำคัญจะปลดล็อกศักยภาพของสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ซึ่งสามารถใช้เพื่อกำจัดคนกลางจากธุรกรรมได้
 
การอัพเกรด Bitcoin ครั้งแรกในรอบ 4 ปีได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หายากของความคิดเห็นที่สอดคล้องกันในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
 
Alyse Killeen ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Stillmark บริษัทร่วมทุนที่เน้น Bitcoin (Founder and Managing Partner of Bitcoin-focused Venture Firm Stillmark.) กล่าวว่า “Taproot มีความสำคัญ เพราะมันเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจ ขยายคุณประโยชน์ของ Bitcoin”
 
มันแตกต่างจากการอัพเกรดในปี 2017 ของ Bitcoin ซึ่งเรียกว่า "สงครามกลางเมืองครั้งสุดท้าย" เนื่องจากการขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ทำให้เกิดการแตกแยกกันในกลุ่มผู้สนับสนุน
 
แต่ Taproot ได้รับการสนับสนุนในระดับสากลเกือบทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโค้ดที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรม
 
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Bitcoin นี้ เกี่ยวข้องกับลายเซ็นดิจิทัล ซึ่งเหมือนกับลายนิ้วมือที่แต่ละคนทิ้งไว้ในทุกธุรกรรม
 
ตอนนี้สกุลเงินดิจิทัลใช้สิ่งที่เรียกว่า “Elliptic Curve Digital Signature Algorithm (อัลกอริทึมลายเซ็นดิจิทัล Elliptic Curve)” ซึ่งสร้างลายเซ็นจากกุญแจส่วนตัวที่ควบคุมกระเป๋าเงิน Bitcoin และทำให้แน่ใจว่า เจ้าของที่ถูกต้องเท่านั้นที่สามารถใช้ Bitcoin ได้
 
Taproot จะเพิ่มสิ่งที่เรียกว่า ลายเซ็น Schnorr ซึ่งทำให้ธุรกรรมที่มีลายเซ็นหลายลายเซ็นไม่สามารถอ่านได้, อ้างอิงข้อมูลตามรายงานของ Alejandro De La Torre ผู้ขุด Bitcoin
 
มันจะไม่แปลว่าไม่เปิดเผยตัวมากขึ้นสำหรับที่อยู่ Bitcoin ของคุณบนบล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) แต่จะทำให้ธุรกรรมง่าย ๆ แยกไม่ออกจากรายการที่ซับซ้อนกว่า และประกอบด้วยหลายลายเซ็น (Multiple Signatures)
 
ซึ่งในทางปฏิบัติ สิ่งนี้หมายถึงความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น เพราะกุญแจของคุณจะไม่ถูกเปิดเผยมากนักบน Chain (Blockchain) “คุณสามารถซ่อนตัวตนว่าคุณเป็นใครได้ดีขึ้นนิดหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี” Brandon Arvanaghi วิศวกรเหมือง Bitcoin (Bitcoin Mining Engineer) ซึ่งตอนนี้ดูแล Meow ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยให้องค์กรมีส่วนร่วมในตลาดเงินดิจิทัล กล่าว
 
ลายเซ็นที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเหล่านี้ ยังเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ดำเนินการด้วยตัวเองซึ่งอยู่บนบล็อกเชน (Blockchain) ในทางทฤษฎีแล้ว สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) สามารถใช้ได้จริงกับธุรกรรมทุกประเภท ตั้งแต่การชำระค่าเช่าทุกเดือน ไปจนถึงการจดทะเบียนรถของคุณ
 
Taproot ทำให้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ราคาถูกลงและเล็กลง ในแง่ของพื้นที่ที่ใช้บนบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่ง Alyse Killeen ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Stillmark บริษัทร่วมทุนที่เน้น Bitcoin ยังได้กล่าวว่า ฟังก์ชั่นการทำงาน และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เกิด "ศักยภาพที่เหลือเชื่อ"
 
ในปัจจุบัน สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) สามารถสร้างได้ทั้งบนเลเยอร์โปรโตคอลหลักของ Bitcoin และบนเครือข่าย Lightning (Lightning Network) ที่เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินที่สร้างขึ้นบน Bitcoin ซึ่งช่วยให้สามารถทำธุรกรรมได้ทันที สัญญาอัจฉริยะที่ดำเนินการบนเครือข่าย Lightning มักจะนำไปสู่การทำธุรกรรมที่รวดเร็วกว่าและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง
 
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เริ่มสร้างบน Lightning แล้วโดยรอการอัพเกรด ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำสัญญาที่เฉพาะเจาะจงได้สูง
 
“สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ Taproot คือ...สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts)” Fred Thiel CEO ของ Marathon Digital Holdings ผู้เชี่ยวชาญด้านการขุด Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัล) กล่าว
 
“มันเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของนวัตกรรมบนเครือข่าย Ethereum แล้ว สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คุณมีโอกาสสร้างแอปพลิเคชันและธุรกิจบนบล็อกเชน (Blockchain) ได้อย่างแท้จริง”
 
Cr : CNBC


Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.