สเปนห้ามอาหารสาเหตุโรคอ้วน เช่น ช็อคโกแลต น้ำผลไม้ ไอศกริม โฆษณาเจาะกลุ่มเด็ก

Oct 30, 2021 P.Patikom

รัฐบาลสเปน โดย กระทรวงกิจการผู้บริโภค (Consumer Affairs Ministry) ได้ประกาศห้ามอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เช่น ช็อกโกแลต น้ำผลไม้ และไอศกรีม โฆษณาโดยมุ่งเป้าไปที่เด็กและวัยรุ่น โดยการดำเนินการดังกล่าว ใช้แนวทางที่เข้มงวดที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) เป็นพื้นฐานสำหรับสิ่งที่สามารถและไม่สามารถแสดงต่อเยาวชนทาง ทีวี วิทยุ อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ แอป โรงภาพยนตร์ และหนังสือพิมพ๋ ผลิตภัณฑ์ที่รวมอยู่ในการห้ามมีตั้งแต่ ช็อกโกแลตและลูกอม ไปจนถึง ขนมคุกกี้ ของหวาน น้ำผลไม้และไอศกรีม และอื่น ๆ
 
กระทรวงฯ จะควบคุมผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับอนุญาตให้โฆษณาในช่วงเวลาที่เด็กกำลังดูสื่อเหล่านี้ โดยใช้โปรไฟล์โภชนาการที่เข้มงวดขององค์การอนามัยโลก (WHO)
 
Alberto Garzón รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการผู้บริโภค กล่าวว่า สิ่งที่เรียกว่า “Paos Code” ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารใช้เพื่อการควบคุมตนเองมาตั้งแต่ปี 2005 นั้น แสดงให้เห็นว่า “ไม่เพียงพอ” ด้วยเหตุนี้ Garzón จึงเลือกใช้พระราชกฤษฎีกาเป็นเครื่องมือลดอัตรา "ที่น่าตกใจ" ของโรคอ้วนในเด็กในสเปน
 
“นี่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ร้ายแรง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการผู้บริโภค ของรัฐบาลสเปน กล่าว
 
Garzón ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายในสเปน พรรค Unidas Podemos ซึ่งอยู่ในรัฐบาลผสมของสเปนที่นำโดย พรรคสังคมนิยม ได้พูดเรื่องนี้ในกรุงบาร์เซโลนา พร้อมด้วย Ada Colau นายกเทศมนตรีของเมืองบาร์เซโลนา เมืองหลวงของคาตาลัน (Catalan) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
 
เขาอธิบายว่า ข้อบังคับของการโฆษณาดังกล่าวไม่ถูกควบคุมโดยใช้ระบบ "Nutri-Score" ตามที่เขาวางแผนไว้ในตอนแรก ซึ่งการให้คะแนนสัญญาณไฟแดงหรือเขียวสำหรับอาหารและเครื่องดื่มอิงตามคุณค่าทางโภชนาการ แต่ไม่เคยที่จะปราศจากข้อโต้แย้งใด ๆ ตัวอย่างเช่น มีการให้คะแนนในเชิงบวกสำหรับอาหารแปรรูประดับสูง (Processed Foods อาหารที่ถูกกระบวนการผลิตทำให้เปลี่ยนไปจากสภาพตามธรรมชาติ เป็นประเภทอาหารอบ ทอด ตากแห้ง แช่แข็ง หรืออัดกระป๋อง) บางประเภท ในขณะเดียวกันก็ให้คะแนนเชิงลบสำหรับผลิตภัณฑ์เช่นน้ำมันมะกอก ซึ่งในอนาคตจะใช้มาตรฐานขององค๋การอนามัยโลก (WHO) สำหรับระบบในอนาคตแทน
 
สเปนกำลังออกกฎระเบียบ QUIQUE GARCIA (EFE) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในปีหน้า และจะมีผลกับผลิตภัณฑ์ 5 หมวดหมู่ที่จะไม่สามารถโฆษณาแก่ผู้เยาว์ โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้แก่ ลูกกวาดที่ทำจากช็อคโกแลตหรือน้ำตาล ขนมแบบแท่งให้พลังงาน ท็อปปิ้งหวานและขนมหวาน, กลุ่มผลิตภัณฑ์รวมถึงเค้ก ขนมปังกรอบหวานหรือขนมคุกกี้ และขนมอบอื่น ๆ และอีกสามหมวดหมู่ ได้แก่ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drinks) และไอศกรีม
 
ตามที่นักโภชนาการ Juan Revenga ได้อธิบายให้กับ EL PAÍS ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันของสเปน ฟังทางโทรศัพท์ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตีพิมพ์เอกสารในปี 2015 ที่ระบุระดับน้ำตาล ไขมัน และเกลือสูงสุดที่ยอมรับได้ในผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเจาะกลุ่มเด็ก ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว อาหารถูกแบ่งออกเป็น 17 หมวดหมู่ โดยอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดไม่ให้โฆษณาเลย และส่วนที่เหลือได้รับอนุญาตโดยมีเงื่อนไขว่า ต้องมีปริมาณ น้ำตาล เกลือ หรือไขมัน ไม่เกินที่กำหนดไว้ต่อ 100 กรัม
 
อ้างอิงข้อมูลจากแผนงานของกระทรวงกิจการผู้บริโภค การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพจะถูกห้ามตลอดทั้งวันในช่องทีวีสำหรับเด็ก ในขณะที่พวกมันจะถูกจำกัดการโฆษณาทางวิทยุหรือทีวีช่องอื่น ๆ ก่อน หลัง และระหว่างกรอบเวลาที่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ดูส่วนโซเชียลมีเดีย แอป อินเทอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์ จะไม่สามารถนำเสนอโฆษณาที่มุ่งเป้าไปที่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี.
 
รัฐบาลสเปน มีเป้าหมายที่จะต่อสู้กับปัญหาโรคอ้วนในเด็กด้วยมาตรการเหล่านี้ อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาของ Aladino 2019 ซึ่งอิงจากการสำรวจเด็กอายุ 6-9 ปี พบว่า 40.6 เปอร์เซ็นต์ ของผู้เยาว์เหล่านี้ มีน้ำหนักเกินที่แนะนำ ขณะที่ 23.3 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำหนักเกิน และ 17.3 เปอร์เซ็นต์ เป็นโรคอ้วน
 
การศึกษานี้ ดำเนินการโดยสำนักงานโภชนาการและความปลอดภัยด้านอาหารของสเปน (Spanish Nutrition and Food Safety Agency - AESAN) ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองของเด็กที่มีน้ำหนักเกิน ไม่ได้พิจารณาว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหา และมักถือว่าการมีน้ำหนักเกินของเด็กเป็นเรื่องปกติหรือเป็นเรื่องเล็กน้อย
 
“ในสเปน เด็ก 1 ใน 3 คนมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน” กระทรวงกิจการผู้บริโภค ระบุในทวิตเตอร์ ซึ่ง “การโฆษณาเป็นหนึ่งในสาเหตุของตัวเลขนี้”
 
Cr : EL PAÍS

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.