Google ส่ง Pixel 6, 6 Pro ใช้ชิปอัจฉริยะ Google Tensor ชิงตลาดสมาร์ทโฟน

Oct 20, 2021 P.Patikom

Google เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ที่น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Google ที่มีศักยภาพสูงในการแข่งขันเพื่อชิงผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟน

จุดแข็งสำคัญที่จะทำให้ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่สามารถแข่งขันได้กับบรรดาผู้นำตลาดอย่าง Samsung, iPhone และ Xiaomi คือ Pixel 6 และ 6 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Google ที่ใช้ชิป AI อัจฉริยะ Tensor ที่เป็นของ Google เอง

ตลอดช่วงเวลายาวนานที่ผ่านมา ระบบปฏิบัติการ Android ของ Google เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับอุปกรณ์มือถือ Smart Device ต่างๆ ทั้งโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเลตของแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกยกเว้น iPhone จนถึงปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการ Android ทำงานบนอุปกรณ์มากกว่า 3 พันล้านเครื่องทั่วโลก

แต่ว่าแม้ระบบปฏิบัติการ Android จะครองโลก แต่โทรศัพท์มือถือที่เป็นแบรนด์ของ Google เองกลับล้มเหลวในการพยายามเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจำนวนมากมาตลอดเวลาหลายปี เหตุผลหลักคือ ดูเหมือนว่าผู้บริโภคเป้าหมายส่วนใหญ่ไม่รู้จักสมาร์ทโฟนของ Google และส่วนที่รู้จักก็ยังขาดเหตุผลสนับสนุนที่เพียงพอว่าทำไมพวกเขาจึงควรซื้อโทรศัพท์มือถือของ Google แทนโทรศัพท์มือถือของ Samsung หรือ iPhone ของ Apple

แต่ Google ไม่เคยละความพยายาม ตลอดเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมา Google เปิดตัวและวางตลาดโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนของตนอย่างต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

และคราวนี้เป็นอีกครั้งที่ Google พยายามดึงดูดผู้บริโภคเป้าหมายมาใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์ของ Google และครั้งนี้ Google มีความเชื่อมั่นมากกว่าทุกครั้งว่าจะทำได้สำเร็จ เพราะสมาร์ทโฟนของ Google รุ่นใหม่ในตระกูล Pixel คือ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มีจุดแข็งที่สำคัญมากคือโปรเซสเซอร์ (ชิป) ใหม่ Tensor ที่เป็นของ Google เองนั้น เป็นชิป AI อัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สามารถแข่งกับชิปที่ใช้ใน iPhone รุ่นล่าสุดของ Apple ได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์ และราคาขายก็อยู่ในระดับที่สามารถซื้อหามาใช้ได้

ชิป Tensor ของ Google เป็นชิปประเภท SoC (System-on-a-chip) และเหมือนกับชิปมือถือ A-series ของ Apple มันคือความพยายามที่จะเชื่อมโยงซอฟต์แวร์ของ Google เข้ากับฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งเอง (Custom-tuned Hardware) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google กำหนดให้ชิป Tensor เป็น AI Powerhouse (แหล่งกำเนิดพลังของ AI - Artificial Intelligence - ปัญญาประดิษฐ์) ทำให้โทรศัพท์รุ่นใหม่มีฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้นสำหรับการประมวลผลภาพและการจดจำเสียง 

สำหรับระบบชิป SoC ของ Google Tensor คือชิปขนาด 5 นาโนเมตร 8 คอร์ ที่มี ARM Cortex-X1 สองคอร์ทำงานที่ 2.8GHz.

ชิป Tensor SoC ใหม่ของ Google ช่วยให้ Pixel 6, 6 Pro แปลวิดีโอและข้อความได้อย่างรวดเร็วด้วยฟีเจอร์ Live Translate และจดจำเสียงของคุณได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อใช้เสียงของคุณในการพิมพ์ แก้ไข และส่งข้อความ ที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถทำงานทั้งหมดนั้นได้โดยไม่กินพลังงานจำนวนมากจากแบตเตอรี่

ชิป Tensor ยังทำให้ให้ Pixel 6, 6 Pro มีความปลอดภัยเป็นพิเศษ จะทำงานร่วมกับชิป Titan M2 ในโทรศัพท์ เพื่อป้องกันมัลแวร์และการโจมตีอื่นๆ 

ด้วยศักยภาพดังกล่าวของชิป Tensor ของ Google ทำให้ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro สามารถนำเสนอซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และ Google หวังว่าสิ่งนี้จะมีศักยภาพมากในการดึงดูดผู้บริโภค

ตัวอย่าง เช่น ชิป Tensor ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลบสิ่งที่ไม่ต้องการต่างๆ ออกจากภาพถ่ายได้ เช่น Photobomber (ภาพของบุคคลที่ชอบเสนอหน้าเข้าไปในภาพถ่ายของคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาเลย ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ทั้งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง และพฤติกรรมนี้กำลังเป็นที่นิยม) หรือวัตถุในพื้นหลังที่ไม่ต้องการให้ปรากฏในภาพ ด้วยคุณสมบัติที่เรียกว่า “Magic Eraser” และยังมีความสามารถที่เรียกว่า "Face Unblur" ซึ่งช่วยขจัดความเบลอจากวัตถุที่เคลื่อนไหว และมีฟีเจอร์ที่ให้โทนสีผิวที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ชิป Tensor สามารถใช้เสียงกับสมาร์ทโฟนให้พิมพ์หรือทำงานตามคำบอกได้มากขึ้น เช่น การส่งข้อความหาเพื่อน สามารถพูดว่า "Ok Google, type" และเริ่มพูดข้อความแทนการพิมพ์ สมาร์ทโฟนก็จะทำงานตามนั้น

ชิป Tensor สามารถใช้งาน Live Translate (การแปลภาษาแบบแปลสด) ในการแชต ดังนั้น ผู้ใช้สามารถพิมพ์และมันจะแปลเป็นภาษาอื่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันใช้งานได้กับภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน เยอรมัน อิตาลี โปรตุเกส จีนตัวย่อ ฮินดี โปแลนด์ และรัสเซีย 

นอกจากนี้การแปลภาษาแบบแปลสด Live Translate ยังขยายการใช้งานครอบคลุมถึงคำบรรยายสด (Live Captions) เครื่องบันทึกเสียง และกล้องอีกด้วย สำหรับคำบรรยาย (Captions) หากผู้ใช้กำลังดูวิดีโอหรือฟังเสียงจาก Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มันสามารถแสดงคำแปลภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี หรือญี่ปุ่น (ในรุ่นเบต้า) เป็นภาษาอังกฤษได้

สมาร์ทโฟน Pixel 6 และ 6 Pro ยังสามารถช่วยต่อสู้กับการโทรและข้อความที่เป็นสแปม ที่รวมถึงใน  WhatsApp, Facebook Messenger และ Instagram พร้อมฟีเจอร์ในการบล็อกการโทรและข้อความ และการเตือนหากสงสัยว่ามีคนพยายามหลอกลวงคุณด้วยการขอรหัสผ่านของคุณ

ด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ใหม่ของ Google ซึ่งมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า "Material You" จะปรับแต่งสีไอคอน ข้อความเมนูรอบๆ โทรศัพท์ และอื่น ๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อให้เข้ากับวอลเปเปอร์ของผู้ใช้  Google ยังให้คำมั่นสัญญาว่า จะอัพเดทความปลอดภัยสูงสุด 5 ปี ซึ่งนานกว่าโทรศัพท์ Pixel รุ่นก่อน 2 ปี

Pixel 6 และ 6 Pro มีกล้องมุมกว้างความละเอียดสูงและเลนส์ Ultra Wide แต่ Pixel 6 Pro เพิ่มเลนส์ Telephoto ตัวที่สามสำหรับการซูมออปติคอลสูงสุด 4 เท่า

สมาร์ทโฟนจะชาร์จได้ถึง 50% ในเวลาเพียง 30 นาที อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนของ Samsung และ Apple รุ่นใหม่ Google ไม่มีที่ชาร์จให้มาในกล่อง ดังนั้นจะต้องซื้อปลั๊ก USB-C แบบเสียบผนัง 30 วัตต์เองจึงจะใช้งานได้  Pixel 6 มีแบตเตอรี่ขนาด 4,600 mAh ในขณะที่ Pixel 6 Pro มีแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ซึ่ง Google สัญญาว่าจะใช้งานได้อย่างน้อยหนึ่งวันต่อการชาร์จแบตเต็มแต่ละครั้ง

เมื่อพิจารณาในด้านราคา Pixel 6 ซึ่งมีหน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว มีราคาเริ่มต้นที่ 599 ดอลลาร์ ถูกกว่า Pixel 5 ที่วางตลาดปีที่แล้ว 100 ดอลลาร์ และ Pixel 6 Pro ซึ่งมีหน้าจอ 6.7 นิ้ว เป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์มีการออกแบบระดับพรีเมียมและกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีราคาเริ่มต้นที่ 899 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้ราคาสามารถแข่งขันได้กับสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อย่าง iPhone 13 และ Samsung Galaxy S21 5G

โทรศัพท์ทั้ง 2 รุ่นพร้อมแล้วสำหรับการสั่งจองและจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป

Cr : CNBC / engadget

Source
Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.