Hi Touch - Hi Tech - Hygiene บริบทใหม่ของการท่องเที่ยวหลัง COVID-19

Oct 15, 2021 S.Vutikorn

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เพราะในหลายประเทศที่ประชากรได้รับวัคซีนโดยเฉลี่ยเกิน 70% ก็ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ดี เพียงแต่ว่าผู้ป่วยจะมีอัตราการเสียชีวิตและมีอาการรุนแรงจะน้อยลงอย่างชัดเจน

เมื่อเป็นเช่นนี้ความตั้งใจของหลายๆ ประเทศที่วางกลยุทธ์บริหารและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างยั่งยืนในประเทศด้วยวิธีสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd Immunity ในกลุ่มประชากรของประเทศก็คงจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินความเป็นจริงแล้ว

เราจึงเห็นในหลายประเทศเริ่มเปลี่ยนนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดใหม่โดยเปลี่ยนมุมมอง COVID-19 จากโรคระบาดใหญ่ หรือ Pandemic มาเป็นโรคประจำถิ่นหรือ Endemic กันบ้างแล้ว โดยมีการยกเลิกมาตรการควบคุมหลายๆ อย่าง และค่อยๆ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ยังคงขอความร่วมมือให้สวมหน้ากาก เช่น นอร์เวย์ หรืออังกฤษ

สำหรับประเทศไทย ทางศบค. ก็วางแผนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากที่สุดตามนโยบายการยกระดับมาตรการกรณีเปิดสถานประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมาตรการปลอดภัยสาหรับองค์กร หรือ Covid Free Setting เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

หนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้จะได้รับการผ่อนปรนและถูกกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายก็คือ ท่องเที่ยว ซึ่งทางภาครัฐได้เปิดโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ์และสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2021 ไปจนถึง 31 มกราคม 2022

เมื่อมารวมกับนโยบายเปิดประเทศเพื่อต้อนรับทักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มของรัฐบาลที่จะเริ่มในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็น่าจะทำให้ตลาดท่องเที่ยวเริ่มฟื้นกลับมาจากที่หลับไหลไปนานร่วม 2 ปี

ในมุมมองของคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ก็ยังมองว่า ภาพรวมของการท่องเที่ยวในประเทศไทยในวันนี้ยังสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

“ถามว่าตอนนี้เราเสียเปรียบเพื่อนบ้านหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าตลาดท่องเที่ยวทั่วโลกยังไม่ได้มีการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เลยด้วยซ้ำไป เพราะเรื่องการเดินทางยังไม่นิ่ง คนยังไม่สามารถเดินทางได้อย่างที่ใจต้องการ เพราะฉะนั้นจะยังวัดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบไม่ได้

ถ้ามองในเชิงการแข่งขันถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการเตรียมความพร้อมว่าเมื่อโลกเราเปิดขึ้นมาอีกครั้ง เราจะสามารถเตรียมตัวเพื่อแข่งขันได้ ช่วงนี้เป็นเวลาที่สำคัญมากๆ เลย ซึ่งภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นหนึ่งในนวัตกรรมก็ว่าได้ที่จะทำให้เราเตรียมความพร้อม

คุณศุภจี ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การ Kick Off โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าในเชิงตัวเลขโดยรวมจะไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าหลักเกณฑ์ที่วางไว้ตอนแรกมีความเหมาะ สมหรือไม่ ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อม และเรียนรู้ด้านการวางระบบว่าจะต้องปรับเพิ่มหรือปรับลดอะไร เพื่อที่ว่าพอถึงช่วงฤดูการท่องเที่ยวจริงๆ ในเดือนหน้า

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี ให้ความเห็นว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวครั้งล่าสุดนี้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการมองแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยวมาเป็นเน้นที่นักท่องเที่ยวคุณภาพแทน เนื่องจากในระยะแรกตัวเลขจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนสถานการณ์ปกติ

“พอตัวเลขนักท่องเที่ยวน้อยลงก็ต้องพยายามเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวแทน เมื่อก่อนค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยคือ 5,000-6,000 บาท ต่อคนต่อวัน เราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร เช่น เน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น เอาการท่องเที่ยวที่เติมเรื่อง Wellness เข้าไปมาเป็นตัวดึงให้คนที่เข้ามาต้องใช้เงินในการท่องเที่ยวมากขึ้น หรือชูการท่องเที่ยววิธีธรรมชาติโดยดึงประสบการณ์การท่องเที่ยวท้องถิ่นมาเป็นตัวดึงเงิน เพราะว่าพอทุกประเทศเปิดประเทศ คนก็จะเดินทางกันมากมาย ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ถ้าเราสามารถนำเอาประสบการณ์ท้องถิ่นที่เฉพาะเจาะจงตามสถานที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปวัฒนธรรม ความสวยงามของธรรมชาติ และกิจกรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชนเข้ามาผวนกรวมก็น่าที่จะดึงเอาความน่าสนใจของนักท่องเที่ยวได้ และดึงให้เขาอยู่ยาวขึ้น ใช้เงินกับเรามากขึ้น แทนที่ว่าจะมา 3-4 วันแล้วกลับ ก็อาจจะอยู่เพิ่มเป็น 7-14 วัน

เพราะฉะนั้นคนที่ดูแลในเรื่องของการท่องเที่ยวจะต้องย้อนกลับไปดูว่าเซ็กเม้นต์ไหนที่จะโฟกัส เซ็กเม้นต์ไหนของนักท่องเที่ยวที่คิดว่าเขายังสนใจและยังอยากที่จะมาเที่ยวประเทศไทย สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนก็ยังต้องเน้นเพราะเป็นตลาดสำคัญ แต่ตอนนี้จีนไม่ได้ส่งเสริมให้คนเที่ยวนอกประเทศ เราก็ต้องหาตลาดใหม่ เราก็ต้องเน้นการท่องเที่ยววิถีชุมชน, การท่องเที่ยวแบบ Wellness, การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, ท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน เราก็ต้องเอามาทำโปรแกรมให้ตรงตามความต้องการ”

ในมุมมองของคุณศุภจี หลัง COVID-19 ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักจะต้องให้ความสำคัญกับ 3 สิ่ง คือ Hi Touch, Hi Tech และ Hygiene ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา อย่างเช่น ในระยะแรกของการปิดประเทศก็อาจจะต้องเทน้ำหนักไปที่ Hygiene มากหน่อย แต่ก็ไม่สามารถทิ้งเรื่องของ Hi Touch, Hi Tech ได้

“ทั้ง 3 H ต้องสมดุลทั้ง 3 ตัว ตอนนี้อาจจะต้องทำเรื่อง Hygiene ให้เต็มที่ก่อน เพื่อให้นัก ท่องเที่ยวมั่นใจเต็มที่ผ่านกระบวนการของ SHA+ ตรงนี้เราต้องพร้อมก่อน ในเรื่องของ Hi Touch ยังเชื่อว่าประเทศไทยยังแตกต่างจากประเทศอื่น ส่วน Hi Tech เป็นตัวช่วยในการในการให้แขกเข้าถึงการบริการที่ตรงกับความต้องการของเขามากขึ้น”

คุณศุภจี กล่าวย้ำว่า จากนี้ต่อไปทั้ง 3 ตัว คือ Hi Touch, Hi Tech และ Hygiene จะอยู่ในบริบทของคนที่ทำงานให้บริการตลอดไป

“Hi Tech บางคนคิดแค่เรื่องของคอมพิวเตอร์ เรื่องของเทคโนโลยี แต่จริงๆ เราสามารถเอาเทคโนโลยีมาช่วยได้ทั้ง 2 ด้าน คือช่วยในเรื่องของการให้บริการที่ประทับใจมากขึ้น หรือ Enhance Customer Experience  เช่น เอา Data มาทำ Personalized เพอร์ซันนั่ลไลซ์ เราจะได้รู้จักลูกค้ามากขึ้น เขาต้องการอะไรเราจะได้ตอบสนองได้มากขึ้น และทำให้ Engagement ระหว่างเรากับลูกค้าไม่ได้มีแต่เฉพาะตอนที่เขาเข้ามาพัก แต่เราสามารถทำได้มากกว่า เริ่มตั้งแต่เขาเริ่มมองหาที่พัก มาจนถึงเริ่มจอง จนมาเข้าพัก และกระทั่งเขากลับไปแล้วก็ยังทำ Engagement ได้ เช่น แขกกลับบ้านไปแล้ว เราสามารถที่จะส่งอีเมล ส่งภาพ ฯลฯ กลับไป”

นอกจากนี้ คุณศุภจี ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า 3 เรื่องที่ผู้ประกอบการต้องตอบโจทย์ให้ได้ คือ

1. Convenient ส่งมอบความสะดวกสบาย

ทุกวันนี้การทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องเข้าใจเรื่องความสะดวกสบายของลูกค้า และมองให้ออกว่าอะไรคือ Pain Point ของผู้บริโภค แล้วหาทางนำเอาความต้องการนั้นมาพัฒนาเป็นสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ดังกล่าวได้มากน้อยแค่ไหน

 

2. Experience ส่งมอบประสบการณ์

ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในปัจจุบัน จำเป็นต้องส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าถึงจะอยู่รอดปลอดภัย แต่การส่งมอบประสบการณ์ในยุคนี้จะทำแบบคาดคะเนไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย

3. Value ส่งมอบความคุ้มค่า

การส่งมอบความคุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาให้ถูกเหมือนที่ใครหลายคนคิดเสมอไป แต่หัวใจสำคัญของการส่งมอบ Brand Value นั้นอยู่ที่การทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า

 

ท่องเที่ยว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.