กติกาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุค COVID-19 หลังเปิดประเทศควรจะเป็นอย่างไร โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล

Oct 14, 2021 S.Vutikorn

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวพัทยาโดยเฉพาะที่หาดจอมเทียน จะเห็นภาพที่คอน ทราสต์กันอย่างหนึ่งก็คือ ร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนถนนตรงหาดจอมเทียนทั้งหมดไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ได้ ตามกฎของศบค. แต่อีกฝากของถนนคือ ริมชายหาด เราจะเห็นผู้คนเป็นจำนวนมากปูเสื่อ ล้อมวงกันดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีทั้งเหล้าและเบียร์ที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม ซึ่งบ้างร้านก็เปิด ติดกับร้านอาหาร

กติกาที่ออกมาบังคับใช้สำหรับภาคธุรกิจที่ไม่เหมือนกันนี้ สร้างความข้องใจและความลำบากใน การทำธุรกิจร้านอาหารมาพักใหญ่แล้ว เหตุผลเพราะร้านอาหารหรือภัตตาคาร ที่ไม่ใช่ร้าน QSR นั้น รายได้ ประมาณ 30-40% มาจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในมุมของสาธารณสุขก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าผลพวงของเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์นั้นทำให้สติสัมป ชัญญะลดลงไปตามปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ถึงต้องมีกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกมาควบคุม มากมาย เช่น การห้ามขับขี่ยานพาหนะ

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ระลอกล่าสุด ทางศบค. จะกวด ขันในเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและสถานบริการเป็นพิเศษ ซึ่งมีผลมาจากคลัสเตอร์ ทองหล่อ

แต่คำถามที่น่าสนใจในวันนี้ก็คือ การที่ทางศบค. ได้มีการทยอยผ่อนผันมาตรการต่างๆ เป็นจำนวน มากแล้ว เมื่อไหร่จะถึงคิวของการเปิดให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและสถานบริการ

ถ้าเป็นไปตามถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน วันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ รวมถึงอาจจะมีการพิจารณาให้ร้านอาหารสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ใน ร้านในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมหรือยัง

ถ้าเป็นมุมมองของแพทย์ที่ดูแลด้านสาธารณสุขก็อาจจะเป็นห่วงการผ่อนผันนี้จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้น

แต่ถ้าเป็นมุมมองของผู้ประกอบการร้านอาหารก็อาจจะมองว่าช้าเกินไป จนมีผู้ประกอบการต้องเลิกกิจการเพิ่มขึ้น

ธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ได้แสดงความคิดเห็นใน เรื่องนี้ว่า การประกาศเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสแบบไม่ต้องกักตัวในวันที่ 1 พ.ย. 2564 ที่จะมาถึงนี้เป็นเรื่องที่ดีเพราะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ หากแต่การจะพิจารณาให้ขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในอีกเดือนถัดไปนั้นยังขาดความชัดเจน

“ภายในวันที่ 1 ธันวาคม เราจะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการ ด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อนและบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เรากำลังจะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสปีใหม่ เราจะ พิจารณาอนุญาตถือว่ายังไม่ชัดเจน พอไม่มีความชัดเจนร้านอาหารจะไม่มีการเตรียมจัดจ้างนักดนตรี พ่อครัว ซัพพลายอีกแล้วเพราะมันเป็นความเสี่ยง ทุกคนมีประสบการณ์มาแล้วปีก่อนๆ ว่าเปิดไม่เปิด สุดท้ายพวกผักผลไม้ เนื้อสัตว์ กลายเป็นต้นทุนที่มีความเสียหายได้ และในเรื่องของการจัดจ้างแล้ว ต้องไปบอกยกเลิก กระทบกันหมด

ธนากร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในมุมของผู้ประกอบการ ยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปีนี้ไม่ได้ ตกไปกว่าปีก่อนมากนัก ถือว่ายังจำหน่ายได้ เพียงช่องทางจำหน่ายเปลี่ยนจากดื่มนอกบ้านเป็นซื้อไปดื่มกิน ในบ้านแทน

“มูลค่าความเสียหายจึงไปตกอยู่กับร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับบาร์ ซึ่งชะลอตัวอย่างเห็น ได้ชัด”

ถ้าเราลองดูตัวเลขการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งจากสุรา, เบียร์, ไวน์ ฯลฯ จากช่องทาง On Premise และ Off Premise จะพบว่าในปี 2562 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 3.7 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็น สัดส่วนของ On Premise และ Off Premise ที่เท่าๆ กัน คือ 50-50%

แต่ตัวเลขในปี 2563 นั้นหลายไปเกือบครึ่งเหลือเพียง 2.6-2.7 แสนล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับผล กระทบมากที่สุดคือกลุ่มที่มีราคา เช่น ไวน์

“COVID-19 มาทำให้ต้องปิดร้านอาหาร พอปิดสถานที่ยอดขายของฝั่ง On Premise แทบจะ หายไปเลย แต่จะไปโตในส่วน Off Premise เพราะฉะนั้นกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮล์ที่มีราคาแพง ซึ่งต้องอาศัยกิจกรรมได้รับผลกระทบมากกว่า การที่ตลาดมีแนวโน้มการขายลดลง สินค้าที่มีราคา ไม่แพงจะยังพอขายได้ หรือของถูกในตลาดมาขายก็ยังขายได้

สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจบนถนนข้าวสาร และ CEO ของ Buddy Group กล่าว  เสริมว่า ปัจจุบันนี้ทุกประเทศต่างต้องการนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ดังนั้นถ้าประเทศไทยยังมีกฎหรือกติกาที่ ยุ่งยากก็จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากเดินทางเข้าประเทศ และหนีไปประเทศอื่น ซึ่งจะทำให้เสียโอกาสทาง ธุรกิจ

“ยิ่งยุ่งยาก คนยิ่งไม่อยากมา ตัวอย่าง เช่น เคอร์ฟิวก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปร ภาครัฐจะต้องตัดสิน ใจให้ชัดเจน สร้างกฎระเบียบให้เด็ดขาดแล้วประกาศทีเดียว อะไรที่ยังไม่ชัดเจน เราก็จะยังแข่งขัน ไม่ได้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เคยทำได้ 40 ล้านคน 1 ใน 3 คือนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ตอนนี้ตัดทิ้ง ไปได้เลย เพราะฉะนั้นภาครัฐต้องหาตลาดใหม่ และการทำอะไรให้ง่ายจะช่วยเรื่องเศรษฐกิจและการ ท่องเที่ยวได้เยอะ รัฐต้องบริการเรื่องเศรษฐกิจและสาธารณสุขควบคู่กันไปให้ได้

ในมุมมองของเลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย ธนากรมองว่า การเปิดประเทศครั้งนี้ อยากจะให้ทางภาครัฐผ่อนผันให้สามารถดื่มเครื่องดื่มในร้านอาหารหรือในโรงแรมก่อนเป็นเฟสแรก ภายใต้ มาตรการที่รัดกุม เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร ส่วนผับ บาร์ หรือสถาน บันเทิงอาจจะต้องรอเป็นเฟสต่อไป

“รอบนี้เอาแค่ดื่มกินในร้านอาหาร หรือโรงแรมได้ก่อน ผับ บาร์ต้องรอทีหลัง เอาแค่ดื่มกินใน ร้านอาหารได้ แต่ต้องดื่มกินภายใต้มาตรการที่เหมาะสม การระบาดรอบที่แล้วประเทศไทยยังไม่ พร้อมเรื่องการฉีดวัคซีน แต่ปัจจุบันคนไทยได้รับวัคซีนเพิ่มมากขึ้นแล้ว อยากให้ทางภาครัฐมองทั้ง เรื่องสาธารณสุขและเศรษฐกิจไปด้วยกัน ไม่เช่นนั้นเราก็จะเห็นภาพการแอบดื่มกินในร้าน เพราะว่า เขาอยู่ไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่ได้ตายเพราะ COVID-19 แต่ตายเพราะเศรษฐกิจแทน”

โจทย์การเปิดประเทศและการพิจารณาเพื่ออนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ของภาครัฐในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างสาธารณสุขและเศรษฐกิจให้พอดี

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.