9,790
VIEWS

เปิดใจ “พิทักษ์ รัชกิจประการ”จาก Follower สู่ Challenger กับการวางอนาคตPT ให้สู้กับความท้าทายรอบตัว

Oct 18, 2021 -None-

ครั้งหนึ่ง “พิทักษ์ รัชกิจประการ”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า คนตัวเล็กที่มีทรัพยากรจำกัด ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เพราะใครจะคิดว่าปั๊มน้ำมัน Underdog อย่าง PT ที่มีหนี้ท่วมตัวและเกือบล้มละลาย แต่ด้วยหัวใจนักสู้ทำทุกวิถีทางฟันฝ่าปรับโครงสร้างหนี้ ประคองธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวไม่พอ แต่ยังเติบโตจนสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี จนวันนี้กลายเป็นปั๊มน้ำมันรายใหญ่ที่มีจำนวนปั๊มน้ำมันที่เยอะที่สุด และมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 โดยที่ช่องว่างจากอันดับ 1 ค่อย ๆ แคบขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่ธุรกิจพลังงานต้องเผชิญ จึงน่าจับตาก้าวย่างของ PT ในบริบทใหม่ว่า CEO ที่มีหัวใจ Fighter Spirit  อย่าง“พิทักษ์ รัชกิจประการ”จะวางอนาคตองค์กรให้เดินหน้าต่อไปอย่างไร

Mr.Possible

เชื่อว่าทุกคนจะเห็นภาพการเติบโตของ PT ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างชัดเจนมากขึ้น หากเราย้อนกลับไปดู Success Story ของ PT นับจากวันที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง คราวนั้น PT ต้องแบกหนี้กว่า 3,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากค่าเงินบาทลอยตัว แทนที่จะหยุดกิจการ คุณพิทักษ์ หัวเรือใหญ่แห่ง PT ยืนยันที่จะจ่ายหนี้

10 ปีต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย PT ไม่รอช้าหลังเห็นเป็นโอกาสที่จะขยายสถานีให้บริการน้ำมันด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง เจาะตลาด Blue Ocean ประกอบกับทำขนส่งน้ำมันเองโดยไม่ผ่านเอาท์ซอร์ส ซึ่งการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพนี้ทำให้ PT มีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี กระทั่งสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2556

“หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ แต่สำหรับ PT มีวันนี้เพราะน้องๆ ให้ พนักงานในองค์กรของเรามีน้ำหนึ่งใจเดียวกันตั้งแต่เจอวิกฤตปี 2540 เราลำบากมาด้วยกันเกือบ 10 ปี ไม่มีคำว่าปรับเงินเดือนหรือโบนัส แต่พอองค์กรเริ่มดีขึ้น คนแรกที่เรานึกถึงคือพนักงาน”

การใช้หัวใจดูแลพนักงาน ไม่เพียงแต่ทำให้ PT มัดใจคนในองค์กรได้เท่านั้น แต่การเป็น Underdog ยังปลุกให้ทุกคนมีหัวใจของความเป็นนักสู้และทำทุกอย่างให้เป็นไปได้

“PT มาถึงจุดนี้ได้เพราะเรามีความกระหายในความสำเร็จและความมุ่งมั่น เรามีทัศนคติของการมองความยากลำบาก ความเสี่ยงหรืออะไรที่เป็นไปไม่ได้ คือความท้าทาย และเป็นโอกาสเสมอ ผมคิดว่าความเล็กไม่ได้เป็นข้อจำกัดถึงเราจะขาดแคลนทรัพยากรแต่เราไม่ได้ขาดแคลนความทะเยอทะยาน”

From Follower to Challenger              

ประสบการณ์ในอดีตถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่า และยังทำให้คุณพิทักษ์นำประโยค “Only the paranoid survive” มาเป็นคติประจำใจในการทำงานสร้างภูมิคุ้มกันองค์กรโดยDiversify ธุรกิจตั้งแต่ปี 2558 ผ่าน Non-Oil อย่างร้านกาแฟพันธุ์ไทยและคอนวีเนียนสโตร์ Max Mart ประกอบกับโมเดลการขยายธุรกิจเป็น COCO รักษาสัดส่วนแฟรนไชส์ไม่เกิน 15-20% ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร และสามารถควบคุมมาตรฐานทุกสาขาให้อยู่ในระดับเดียวกัน​จนเริ่มออกดอกผลเมื่อบัตร PT Max Card ลอยัลตี้โปรแกรมที่ PT เรียกว่า Maxitizen ในวันนี้มีสมาชิกเกือบ 17 ล้านราย จำนวนมากที่สุดในประเทศ

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้จำนวนสมาชิกบัตร PT Max Card เติบโตอย่างรวดเร็ว มาจากโมเดลCOCO ที่ทำให้ PT บริหารงานได้ดีกว่าและมีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน

“เพราะปั๊มน้ำมันของเราเป็นระบบพนักงานของบริษัททุกคนมีเป้าหมายการทำงาน นอกจากนี้เรายังรับสมัครสมาชิกบัตร PT Max Card จากร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ Max Mart คอนวีเนียนสโตร์ในปั๊มPT โดยไม่ต้องเติมน้ำมันก็ได้ ทำให้เรามีฐานสมาชิกที่กว้างกว่าและเร็วกว่า แม้ว่าวันนี้หลายค่ายจะเดินกลยุทธ์เปิดกว้างการรับสมัครทุกช่องทางตามเราก็ไล่ไม่ทันแล้วและเร็วๆ นี้กำลังเปิดให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Wallet”

การมีฐานข้อมูลจำนวนมากกำลังจะสร้างจุดเปลี่ยนให้กับ PT อีกครั้ง เพราะในยุค Data is the new oil. กลายเป็นAsset ใหม่ที่เปิดทางให้ PT พลิกบทบาทจาก Oil & Gas Station มาเป็น Service Station รองรับจำนวน Maxtizen ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านรายในอีก 5 ปีข้างหน้า

2 ปีที่แล้วเรามีการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ว่าเราทำยังไงให้คนไทยเข้าถึงชีวิตที่อยู่ดีมีสุขในชีวิตซึ่งเราคิดว่าการเป็น Service Station ของ PT จะเชื่อมโยงให้ทุกคน “อยู่ดีมีสุข” ในทุกๆ ด้านของช่วงชีวิต ร่วมสร้างโอกาสการเติบโตกับพันธมิตรและชุมชน ทั้งด้านธุรกิจพลังงานและขยายสู่บริการรอบด้านอย่างครบวงจร เพื่อเติมเต็มความสุขและสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของทุกคน”

Organizational Transformation

เพื่อบรรลุไปสู่เป้าหมายการเป็น Service Station PT จึงปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ใน 3 ด้านด้วยกัน นั่นคือ Business Transformation, Digital & Innovation Transformationและ People Transformation

  • Business Transformation

สร้าง New S-Curveจากธุรกิจ Non-Oil ที่ไม่ได้มีแค่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยและ Max Mart เท่านั้น แต่ยังเติมธุรกิจบริการอื่นๆ เข้าไปในปั๊มน้ำมัน เพื่อเติมเต็มความต้องการของนักเดินทางอาทิ Coffee World, Autobacs, ก๊วยเตี๋ยวเรือร่าเริง และอื่นๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้ามาอีกในอนาคต โดยตั้งเป้าในอนาคตให้ธุรกิจน้ำมันมีสัดส่วนแค่ 40% ที่เหลือเป็น Non-Oil และอนาคตธุรกิจเกิดใหม่ของ PT จะไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน เราจะสร้างธุรกิจใหม่ที่สร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับผู้คนที่ผ่านเข้ามาในระบบนิเวศน์วิทยาหรือ Ecosystem ของ PT

แน่นอนว่าการเป็น Service Station ยังสอดคล้องกับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงานจากรถยนต์สันดาปมาสู่รถไฟฟ้าด้วย ซึ่ง PT เตรียมการมานานหลายปีแล้วและเริ่มเปิดตัวธุรกิจจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ในปั๊มน้ำมัน PT เป็นครั้งแรกโดยลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้บริการใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี นครสวรรค์ ชลบุรีและนนทบุรี และจะเพิ่มเป็น 30 ปั๊มภายในไตรมาสแรกของปีหน้า โดย Only the paranoid survive. ถูกนำมาใช้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีพลังงานนี้อีกครั้ง

“ตลาดรถ EV แจ้งเกิดในเมืองไทยหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มียอดจองระดับหลักหมื่นคัน ถือว่ายังไม่แรงแต่เราก็ไม่ประมาทและคิดแบบ Worst case scenario ไว้ก่อน โดยวางแผนการทำงานเพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้าในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2575 แบ่งออกเป็น 3 เฟส ปีที่ 1-3 เฟสที่ 1 เราตั้งเป้าที่จะมีปั๊มหัวจ่าย EV15% ปีที่ 4-6 เฟสที่ 2 มี 50% และเฟสสุดท้ายอยู่ในปีที่ 7-10 มีครบ 100% แม้ว่าหลายฝ่ายจะมีการคาดการณ์ว่าปีในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนการใช้รถไฟฟ้า 30% ก็ไม่เป็นไร เพราะถึงตอนนั้น PT ก็มีปั๊มน้ำมันรองรับ 50% นำหน้าตลาดไปแล้ว”

  • Digital & Innovation Transformation

เริ่มออกแบบพื้นที่การทำงานแบบ Agile เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน และทำโปรเจ็กท์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรวดเร็วรวมถึงปรับพื้นที่การทำงานทั้งหมดให้เป็น Digitize รองรับการนำการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร (Technology Adoption)มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลิตผล (Productivity) และประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมก้าวสู่การเป็น Data Driven Organization สนับสนุนให้ทุกBusiness Unitที่อยู่ในส่วนทั้ง Frontline และ Back Office นำข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน และวิเคราะห์เพื่อรู้จัก รู้ใจ ใกล้ชิดลูกค้า

“เรากำลังใช้ข้อมูลเข้าไปทำความรู้จัก Customers Journey ให้ได้ระดับ Persona เพื่อมอบบริการลูกค้าให้เหนือกว่าความคาดหวังและอีก 5 ปีข้างหน้าบัตรสมาชิก PT Max Card แตะถึงจำนวน 30 ล้านคนตอนนั้น PT จะเป็น Service Station เต็มตัวและ PT Max Card ก็จะเปลี่ยนไปอยู่บนแพลตฟอร์ม Max World โดยมีสมาชิก 30 ล้านคนอยู่ในระบบนิเวศ บริการอันหลากหลายในปั๊มน้ำมัน ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่อยู่ในชีวิตของลูกค้าทั้งบริการขนส่ง สปา ซาลอน ซักผ้า Co-Working Space ฟู้ดทรัค ดิลิเวอรี่ และคลินิก เป็นต้น เมื่อใช้บริการแล้วสามารถนำไปแลกแต้มได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถแตะ PT Max Card เพื่อเติมน้ำมันก่อนแล้วผ่อนทีหลังได้”

  • People Transformation

เมื่อปีที่ผ่านมา PTได้ก่อตั้งหน่วยงาน Business Innovation เป็นVenture Builder ภายในองค์กรที่มีภารกิจคิดค้นนวัตกรรมโดยเฉพาะ นอกจากจะนำกระบวนการ Design Thinking มาใช้ในการทำงานแล้ว PT ยังเปิดโอกาสให้พนักงานเป็นเจ้าของธุรกิจได้เหมือนมี Startup ภายในองค์กรผ่านการเรียนรู้กระบวนการบ่มเพาะธุรกิจที่เรียกว่า Incubation Stage Gate หากพนักงานมีความสามารถเสนอไอเดียใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุน นอกจากนี้พนักงานแผนกต่างๆ ยังสามารถเข้ามาเสนอไอเดียใหม่ๆได้  และสามารถย้ายข้ามแผนกเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใน Career Path ของตัวเองได้ด้วย

“PT มีวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Do Your BEST แต่วัฒนธรรมองค์กรจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเป็นแค่สโลแกนติดไว้ที่ผนังสำนักงาน Do Your BEST ของPT จึงถูกสื่อสารผ่านการสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างโดยหัวหน้างาน และใช้เป็นหนึ่งในตัววัดผลความสำเร็จของคนPT นอกจากนี้ เพื่อให้องค์กรโปร่งใส และเข้าอกเข้าใจกันในการทำงาน เราให้ความสำคัญต่อการให้ Feedback วันนี้เราแข็งแรงมากในการให้ Feedback ระหว่างพี่และน้อง ในอนาคต เรากำลังทลายกำแพงเพื่อให้คนในระดับเดียวกันสามารถให้ Feedback ในการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวล”

จะเห็นได้ว่าเวลานี้ PT กำลังมองหาคนที่มาขับเคลื่อนการขยายตัวของธุรกิจ โดยเฉพาะ New S-Curve เป็นจำนวนมากไม่เพียงแต่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรเท่านั้น แต่PT ต้องการส่งมอบความอยู่ดีมีสุขให้กับลูกค้า คู่ค้า และชุมชน โดยมุ่งเน้นการเข้าไปแก้ไขปัญหาและยกระกับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า และยังสร้างประโยชนต่อธุรกิจได้ในเวลาเดียวกัน

สุดท้ายนี้คุณพิทักษ์  กล่าวถึงภาพการเติบโตของ PT ในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ธุรกิจน้ำมันยังคงเป็น Cash Cow หรือOld Land ที่จะนำรายได้จากตรงนี้ไปสร้างNew Land หรือธุรกิจ New S-Curve ซึ่งปัจจุบันทีมBusiness Innovationกำลังมีโปรเจ็กต์ที่อยู่ใน Sandbox หลายตัวด้วยกัน เมื่อถึงวันนั้นธุรกิจน้ำมันจะมีสัดส่วน 40% ที่เหลือเป็น Non-Oil

ลองจินตนาการถึงธุรกิจใหม่มากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สังคม “อยู่ดีมีสุข” ตามที่ตาม PT ตั้งเป้าหมายไว้

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ PT ได้ที่

Facebook:https://m.facebook.com/ptgcareers

Linkedin: https://www.linkedin.com/company/ptg-energy

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.