9,541
VIEWS

“สู้โควิด-19 แปลงโฉมรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ให้เป็นรถขนส่งผู้ป่วย”

Oct 21, 2021 -None-

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เร่งให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ท่ามกลางความยากลำบากและความท้าทายในการจัดการกับภารกิจต่างๆ ที่มากยิ่งขึ้นตามลำดับ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนคนไทยมานานกว่า 60 ปี และในวิกฤตครั้งนี้ยังมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือ พร้อมเดินหน้าให้การสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ เพื่อต่อสู้กับปัญหาที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างไม่หยุดยั้ง

โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือสังคมในช่วงสถานการณ์วิกฤต  COVID-19  คือ โครงการดัดแปลง “รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน” เพื่อนำมาให้การสนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 สำหรับการเดินทางไปรักษาตัว

มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงโครงการสนับสนุนรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน เพื่อร่วมภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อเข้ารับการรักษาตัวที่ Hospitel และโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยรถกระบะดังกล่าวได้ถูกดัดแปลงและติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นพร้อมระบบป้องกันเชื้อโรค สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 12 ที่นั่ง (รวมคนขับ) โดยมีมูลค่าการดัดแปลงรถกระบะทั้ง 3 คัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์และระบบป้องกันเชื้อโรครวมกว่า 3.7 ล้านบาท

"ภารกิจครั้งนี้ เราได้นำมิตซูบิชิ ไทรทัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ จำนวน 3 คัน มาดัดแปลงให้กลายเป็นรถสำหรับใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีไม่ฉุกเฉิน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการช่วยเหลือสังคมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อการสนับสนุนโครงการ ‘เรื่องเล่าเช้านี้ ช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19’ ซึ่งริเริ่มโดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง และผู้ก่อตั้งรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ โดยจับมือกับพันธมิตรในเพจเฟสบุ๊ค อาทิ เพจ ‘เราต้องรอด’  ‘อีจัน’  และเพจ ‘เส้นด้าย’ เพื่อช่วยประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษา”

ความน่าสนใจของการดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อตอนเดียว มีหัวใจสำคัญในเรื่องการออกแบบ 3 เรื่องหลัก คือ  1) มีการแยกพื้นที่ในส่วนคนขับออกจากโซนผู้ป่วยอย่างชัดเจน โดยการไหลเวียนอากาศระหว่างห้องผู้ขับขี่ส่วนหน้าและห้องผู้โดยสารส่วนท้ายถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 2) มีการติดตั้งเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ป่วย เช่น ออกชิเจน เพื่อให้การขนส่งผู้ป่วยเป็นไปด้วยความปลอดภัย  และ 3) มีการติดตั้งระบบฆ่าเชื้อโรคถึง 4 ชั้น

“รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ที่จะนำไปสนับสนุนภารกิจการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ครั้งนี้ เป็นรถโดยสารขนาด 12 ที่นั่ง ได้รับการติดตั้งระบบป้องกันเชื้อโรค 4 ชั้น ท่อออกซิเจนมาตรฐานทางการแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานอื่นๆ ส่วนท้ายกระบะได้ถูกดัดแปลงเป็นห้องโดยสาร มีการติดตั้งเบาะนั่งที่รองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่ง ห้องโดยสารส่วนท้ายกระบะถูกติดตั้งอยู่บนโครงรถ (Chassis) ด้านหลังห้องโดยสารผู้ขับขี่ทำจากเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมเกรดพิเศษที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย ทนทานต่อแรงกระแทก”

รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ที่นำมาดัดแปลงเพื่อสนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในครั้งนี้ ช่วยปรับเปลี่ยนภาพรถกระบะ ไทรทัน ที่คนส่วนมากคุ้นชินกับการใช้งานขนส่งเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก มาในวันนี้สามารถเพิ่มความอเนกประสงค์ในช่วงวิกฤตของประเทศ ให้กลายมาเป็นพาหนะเพื่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีไม่ฉุกเฉินได้อย่างลงตัว กับความพิเศษที่หลากหลายที่ถูกติดตั้งไว้ในกระบะ ไทรทันดัดแปลงทั้ง 3 คันนี้

กลไกระบบป้องกันเชื้อโรค 4 ชั้น ที่นอกจากจะมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ HEPA เครื่องผลิตโอโซน หลอดไฟฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซีแล้ว ยังมีการออกแบบผนังและเพดานของห้องโดยสารที่สร้างจาก พลาสติกเสริมความแข็งแรงด้วยไฟเบอร์ที่ป้องกันแบคทีเรียตามมาตรฐาน ISO 22196 และ JIS Z 2801 พื้นผิวผ่านการทดสอบการปกป้อง และได้รับรองประสิทธิภาพสูงสุด มีอายุใช้งานอย่างน้อย 55 ปี

ครบเครื่องด้วยอุปกรณ์มาตรฐานทางการแพทย์ อาทิ อุปกรณ์ช่วยหายใจ เครื่องวัดความดันโลหิต พร้อมเครื่องช่วยฟังและถังออกซิเจน ระบบควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ภายในตู้ด้านหลัง ติดตั้งอยู่ด้านหน้าในห้องคนขับ เป็นการลดการสัมผัสระหว่างคนขับและผู้ป่วย ชุดควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมช่องต่อไฟฟ้า สำหรับผู้ป่วยบริเวณแผงควบคุมในตู้โดยสารตอนหลัง Tower Light ติดตั้งบนหลังคา สำหรับส่องสว่างเมื่อต้องเข้าพื้นที่มืด เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบห้องโดยสารด้านท้ายรถกระบะด้วยโครงสร้างตู้ที่ทําจากเหล็กและอะลูมิเนียมอัลลอย มีความสูงภายใน 155 เซนติเมตร มีความกว้างภายใน 170 เซนติเมตร และความยาวภายในไม่น้อยกว่า 230 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการนั่งโดยสารและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ที่นั่งเป็นแถวยาวบุนวมอย่างดีพร้อมพนักพิงและเข็มขัดนิรภัย เบาะนั่งสามารถเปิดขึ้นได้เพื่อใช้สำหรับเก็บอุปกรณ์การแพทย์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ในการปฏิบัติงาน

ในส่วนของพื้นห้องทําจากไม้กันน้ำมีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 700 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรปิดทับด้วยแผ่นพื้น PVC มาตรฐาน ISO10581-EN649 ที่มีคุณสมบัติทนสารเคมี ทนสารประเภทเบตาดีน ป้องกันไฟฟ้าสถิต (Antistatic) ไม่ลื่นและใช้งานได้ทนทาน

มร.โคอิโตะ กล่าวเสริมว่า การดัดแปลงรถมิตซูบิชิ ไทรทัน ในครั้งนี้ ยังสะท้อนภาพให้เห็นว่า มิตซูบิชิ ไทรทัน ไม่ได้เป็นแค่รถกระบะเพื่อการบรรทุกในเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยจุดเด่นในเรื่องของความแข็งแกร่งทนทานและประหยัดน้ำมัน จึงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายวัตถุประสงค์และประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

นอกจากการสนับสนุนจัดหารถเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในครั้งนี้ ทางบริษัทยังมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับรถยนต์เพื่อการขนส่งผู้ป่วย ด้วยการมอบบัตรเติมน้ำมันเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานรายวันในการช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วย COVID-19 อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงได้จัดทำ “โครงการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยหมอ ต่อชีวิต สู้ภัยโควิด-19” พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเอสซีจี สำหรับการนำไปสร้างเป็นเตียงสนามจากกระดาษรีไซเคิล 100% ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ รองรับการใช้งานของสรีระของคนเอเชีย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ในการขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบได้ง่ายภายใน 8 นาที

รวมถึงการนำน้ำดื่มจำนวน 2,600 แพ็ก และหน้ากากอนามัย  N95 จำนวน 4,800 ชิ้น ไปมอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง และโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อสนับสนุนการทำงานและป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์

โดยในปีที่ผ่านมา ยังมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับ COVID-19 ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เช่น การส่งมอบเครื่องช่วยหายใจจำนวน 7 เครื่อง ชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ PPE จำนวน 1,400 ชุด และหน้ากาก N95 จำนวน 4,000 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาล 6 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด

“เพราะเรายึดมั่นในปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ผ่านการดำเนินโครงการเพื่อสังคมใน 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สุขภาพและชีวอนามัย และการศึกษาและจริยธรรม พร้อมการสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขแก่ประเทศไทย หลังจากนี้ เราจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมภายใต้แนวคิด “ร่วมด้วย ช่วยไทย” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยกับการต่อสู้และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 อย่างไม่หยุดยั้ง” มร.โคอิโตะ กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.