GM มุ่งแซง Tesla ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่า ภายในปี 2030

Oct 07, 2021 P.Patikom

ในยุคของรถยนต์สันดาปภายในครองโลก คู่แข่งสำคัญของบริษัท General Motors (GM) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก คือ Ford, Toyota แต่ปัจจุบัน ยุคที่รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากำลังจะขึ้นมาครองโลก คู่แข่งสำคัญของ GM เปลี่ยนไป เป็น Tesla
 
Mary Barra ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive) ของ บริษัท General Motors (GM) ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯและของโลก กล่าวกับนักลงทุนเมื่อวันพุธว่า บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มรายได้ของบริษัทเป็น 2 เท่า ภายในปี 2030 และเพิ่มผลกำไรจากรถยนต์สันดาปภายใน แม้ว่าบริษัทจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ และบริการใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อไล่ตามบริษัท Tesla ให้ทันก็ตาม
 
Barra กำลังรณรงค์เพื่อโน้มน้าวนักลงทุนว่า General Motors (GM) สามารถขึ้นมานำเหนือ Tesla ได้ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และความสามารถในการทำกำไร ในขณะที่ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังมุ่งไปสู่การปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งที่สุด นับตั้งแต่ Ford Model T. ซึ่งผลิตในระดับแมส (Mass-produced) เกิดขึ้น (เมื่อร้อยกว่าปีก่อน)
 
Barra และผู้บริหารของ GM คนอื่นๆ ได้เริ่มต้นการนำเสนอแผนงานของบริษัทเป็นเวลา 2 วัน ให้กับนักลงทุนที่ศูนย์เทคนิค (Technical Center) ของบริษัท General Motors (GM) ในวอร์เรน รัฐมิชิแกน
 
ซึ่งบรรดาผู้บริหารของ GM ได้กล่าวว่า GM สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ “จากผู้ผลิตรถยนต์เป็นผู้คิดค้นพัฒนาแพลตฟอร์ม (From automaker to platform innovator)" โดยการอ้างอิงถึงบริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลของ Silicon Valley เช่น Apple Inc. ที่มีมูลค่าหุ้นที่สูงกว่า GM และ ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ
 
Barra และ Mark Reuss ประธานของ GM (GM President) ได้ระบุถึงแผนงานที่จะเปลี่ยนไปสู่การผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปี 2035 ซึ่งโรงงานของ GM มากกว่าครึ่งในจีนและอเมริกาเหนือจะ “สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้  ”
 
GM กล่าวว่า หากการเพิ่มรายได้ของบริษัทเป็น 2 เท่าภายในปี 2030 ประสบความสำเร็จ จะทำให้รายได้ต่อปีภายในปี 2030 จะอยู่ที่ประมาณ 280 พันล้านดอลลาร์ และ GM จะเป็นผู้นำในการขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ 
 
Paul Jacobson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (Chief Financial Officer) กล่าวว่า GM คาดว่าอัตรากำไรก่อนหักภาษีจะอยู่ที่ 12- 14%  ซึ่งสูงกว่าปัจจุบัน นั่นหมายถึงกำไรก่อนหักภาษีประจำปีจะสูงถึง 39 พันล้านดอลลาร์
 
Jacobson ยังได้กล่าวอีกว่า GM สามารถให้เงินทุน 9 - 10 พันล้านดอลลาร์ เป็นทุนในการใช้จ่ายประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและความคิดริเริ่มอื่น ๆ ในขณะที่ยังคงคืนผลตอบแทนเป็นเงินให้ผู้ถือหุ้น “แต่สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว” Jacobson กล่าว
 
GM คาดการณ์ว่า ธุรกิจรถยนต์สันดาปภายในยังสามารถเติบโตได้ แม้ว่ารายรับต่อปีจากรถยนต์ไฟฟ้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 90 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2030 จากที่คาดการณ์ไว้ 10 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023
 
Jacobson ยังกล่าวกับนักลงทุนว่า  บริษัทยังมีแผนที่จะมีรายได้เพิ่มอีก 80 พันล้านดอลลาร์จากธุรกิจใหม่ เช่น บริการรถยนต์อัตโนมัติ (รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองไร้คนขับ) ของ Cruise ที่เป็นธุรกิจในเครือ ภายในปี 2030
 
GM ยังได้กล่าวว่า ภายในปี 2023 จะมีการเสนอเวอร์ชั่นใหม่ของระบบการขับขี่แบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Driving) Ultra Cruise โดยใช้เซ็นเซอร์เพื่อเปิดใช้งานการขับขี่แบบแฮนด์ฟรี “95% ของสถานการณ์การขับขี่ทั้งหมด”
 
GM ยังได้ลงทุนใน BrightDrop ที่เป็นธุรกิจการจัดส่งอีคอมเมิร์ซ และลงทุนในธุรกิจการประกันภัย ที่นำเสนอผ่านแบรนด์ OnStar ของตน โดยรวมแล้ว GM กล่าวว่า กำลังบริหารจัดการ 20 สตาร์ทอัพ เพื่อพัฒนาสายธุรกิจใหม่
 
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม มูลค่าตลาด (Market Capitalization - Market Cap.) ของ GM ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 78 พันล้านดอลลาร์ ก็ยังคงตามหลัง Tesla ที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap,) 773 พันล้านดอลลาร์ อีกมาก
 
Cr : REUTERS
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.